คอลัมน์อาทิตย์เอกเขนก: 'บานาฮิลล์'สวรรค์เมืองดานัง

ข่าวเศรษฐกิจ 29 กันยายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

เมื่อพูดถึงเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ใครๆ ก็รู้จัก แต่สถานที่ท่องเที่ยวที่ฮอตฮิตที่สุดในขณะนี้ หนีไม่พ้น บานาฮิลล์ (Ba Na Hills) ที่นักท่องเที่ยวต้องนั่งกระเช้าไฟฟ้าที่ยาวที่สุดในโลก ทะลุเมฆหมอกขึ้นไปบนยอดเขาระหว่างทางจะได้ชมกับธรรมชาติที่สวยงาม บางช่วงก็จะเห็นน้ำตกบนยอดเขาที่ไหลลงไปด้านล่าง เรียกได้ว่าฟินสุดๆ เมื่อถึงบานาฮิลล์ บรรยากาศด้านบนมีทั้งหมู่บ้านฝรั่งเศส สวนดอกไม้ สวนสนุก วัดจีน ร้านค้า ร้านชา ร้านอาหาร สปา บาร์ โรงแรมหรู และไฮไลต์อีกจุดคือ สะพาน Golden Bridge ที่โดดเด่นด้วยอุ้งมือหินขนาดยักษ์

"บานาฮิลล์" ที่ใครๆ ก็เปรียบว่าเป็นสวรรค์แห่งเมืองดานัง ถือเป็นแหล่งรวมความสนุกและความบันเทิงบนยอดเขาสูง อยู่ห่างจากตัวเมืองดานังประมาณ 40 กิโลเมตร เดิมเคยเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศของชาวฝรั่งเศสเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่หลังสงครามจบลง ชาวฝรั่งเศสพ่ายแพ้จึงกลับประเทศไป ทำให้บานาฮิลล์ถูกทิ้งร้างนานหลายปี กระทั่งถูกบูรณะอีกครั้งในปี 2009 แต่ตอนนี้เรียกได้ว่ากลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดังที่สุดในเวียดนามก็ว่าได้

หลังจากนั่งเล่น เดินเล่นจนเย็นแล้ว ลมหนาวก็เริ่มพัดมาให้ขนลุกขนพอง หนาวเนื้อกันไปเลยทีเดียว จนต้องหยิบผ้ามาคลุมไหล่ เมื่อแหงนมองบนฟ้าก็เห็นเมฆหมอกลอยเต็มไปหมด เหมือนอยู่ในหนังต่างประเทศเลยทีเดียว ซึ่งอากาศน่าจะอยู่ที่ 18 องศา เหมือนเปิดแอร์เย็นๆ

พอตกค่ำก็เดินชิลๆ กับแก๊งเพื่อนสนิท ถ่ายรูปไปตามทางเดินที่เหมือนอยู่ในยุโรป มีแสงไฟระยิบระยับ และดอกไม้แสนสวยที่บานสะพรั่งตามสองข้างทางเดิน มองไปตรงไหนก็สวยไปหมด อดไม่ได้ที่จะต้องยกโทรศัพท์ออกมาเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก เดินไปอีกหน่อยจะเจอลานแสดงโชว์ มีอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายไว้จำหน่ายสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการดื่มด่ำไปกับอากาศค่อนข้างเย็นมากๆ ผู้เขียนไม่สามารถจะบรรยายได้หมด แต่ขอบอกเลยว่า ถ้าใครได้มาสัมผัสแล้ว จะต้องคิดในใจว่าจะต้องกลับมาที่บานาฮิลล์อีกแน่นอน เพราะบรรยากาศแบบนี้ มาที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ก็เหมือนกับได้ไปยุโรปแล้ว

ถือว่าโชคดีที่ผู้เขียนได้นอนพักที่ "Mercure Danang French Village Bana Hills" เมื่อตื่นเช้ามาก็เปิดประตูออกมาสัมผัสกับบรรยากาศเย็นสบายที่ระเบียงห้องพัก เหมือนอยู่ยุโรปอีกแล้วยังไงยังงั้น บรรยากาศแบบนี้ไม่ได้สัมผัสกันบ่อยๆ ดังนั้นผู้เขียนก็ไม่พลาดที่จะเก็บภาพถ่ายทุกช่วงเวลาเช่นกัน ขอเตือนว่าหากท่านผู้อ่านจะไปควรเคลียร์เมมโมรีให้เพียงพอ

และอีกแห่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นไฮไลต์คือ สะพานลอยฟ้าโกลเดน (Golden Bridge) นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของบานาฮิลล์ มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น เป็นสะพานลอยฟ้าริมหน้าผาที่สวยงามมากที่สุดในโลก ถูกเนรมิตให้ตั้งอยู่ริมหน้าผาบนยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเลราวๆ 1,400 เมตร รวมระยะทางทั้งหมดประมาณ 150 เมตร ตัวสะพานมีสีเหลืองทองสวยงาม พร้อมกับมีรูปปั้นมือยักษ์คล้ายกับยกชูสะพานไว้ ดูสวยอลังการ และยังสามารถมองเห็นวิวสวยๆ เบื้องล่างได้อีกต่างหาก เรียกได้ว่าเป็นจุดเช็กอินที่ห้ามพลาดของบานาฮิลล์เลยทีเดียว

"บอกเลยว่าถ้าไม่ได้ถ่ายรูปคู่สะพาน Golden Bridge ก็เหมือนมาไม่ถึงบานาฮิลล์ สถานที่แห่งนี้เหมาะที่จะมาเดินเล่นรับลมเย็นๆ ท่ามกลางปุยเมฆขาวสะอาดตา ให้ความรู้สึกราวกับลอยล่องอยู่บนสวรรค์ ก็ต้องขอบอกว่าช่วงนี้นักท่องเที่ยวนิยมไปท่องเที่ยวกันอย่างหนาแน่น ทำให้การถ่ายภาพเป็นที่ระลึกต้องรอจังหวะคนน้อยๆ นี่ก็เป็นอะไรที่สนุกไปอีกแบบ ผู้เขียนกับแก๊งเพื่อนสาวก็ไม่วายขอไปเช็กอิน และกระโดดถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกกับสะพานมือแห่งนี้เช่นเดียวกัน"

และที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเวียดนามคือ เมือง ฮอยอัน (Hoian)เมืองขนาดเล็กริมฝั่งทะเลจีนใต้ทางตอนกลางของประเทศเวียดนาม ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำทูโบน อยู่ห่างจากเมืองท่าดานังประมาณ 30 กิโลเมตร ฮอยอันเป็นเมืองเก่าโบราณที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ในอดีตเคยเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากๆ ซึ่งองค์การยูเนสโกก็ได้ประกาศให้ฮอยอันเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม เพราะความงดงามและเก่าแก่ของบ้านเมือง

นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวให้เราได้เที่ยวชมกันหลายที่ เช่น สะพานญี่ปุ่น สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองฮอยอัน และยังเป็นแหล่งช็อปปิ้งของนักท่องเที่ยวอีกด้วย และหากไปที่ฮอยอันจะเห็นการประดับประดาด้วยโคมไฟตลอดแนวทางเดิน เรียกได้ว่าสวยงามไปตามทางเดิน และที่พลาดไม่ได้คือ "กาแฟมะพร้าว" สำหรับคอกาแฟควรไปลิ้มชิมรส ส่วนจะถูกปากหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับร้านด้วยเช่นกัน หากท่านผู้อ่านจะไปก็ลองเปิดดูข้อมูลว่าร้านไหนที่ฮอตฮิตสำหรับการดื่มชา กาแฟ

หลังจากนั้นก็ต้องนั่ง เรือตะกร้า (Bamboo basket boat) ลักษณะจะเป็นตะกร้าไม้ไผ่สานครึ่งวงกลม ทาน้ำยาเคลือบกันน้ำ ในปัจจุบันนำมาใช้ในการท่องเที่ยว พานักท่องเที่ยวนั่งเรือตะกร้าล่องไปตามแม่น้ำชมระบบนิเวศและธรรมชาติ และยังมีการแสดงร้องเพลงโดยให้นักท่องเที่ยวชาวไทยได้มีส่วนร่วมด้วย เรียกได้ว่าสนุกสนานไปตามๆ กัน

นี่ก็เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ประสบการณ์การไปท่องเที่ยวเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ซึ่งขณะนี้ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย หลังจากทำงานกันมาอย่างเหนื่อยล้า ก็ต้องหาเวลาไปพักผ่อนชาร์จแบตเพื่อที่จะเริ่มต้นวันใหม่กันบ้าง เมื่อพูดถึงประเทศเวียดนาม การเดินทางก็สะดวกสบาย มีสายการบินให้เลือกใช้บริการจากประเทศไทย ส่วนการเดินทางก็ใช้เวลาไม่นานแค่ 1 ชั่วโมง 30 นาที เรียกได้ว่าถ้าคิดไม่ออกว่าจะไปที่ไหน ก็ขอแนะนำประเทศเวียดนามจากใจผู้เขียน.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ