คอลัมน์: กรองสถานการณ์: 'บ้านใหญ่' สะสมทรัพย์หวังกู้หน้า ไม่หลบ 'ปชป.' ซ่อมเขต 5 นครปฐม

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 1 ตุลาคม 2562 00:00:02 น.
เลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 นคร ปฐม กลายเป็นศึกระหว่าง "ฝ่ายค้าน" กับ "ฝ่ายรัฐบาล" ไปแล้ว หลัง 2 พรรคใหญ่ต่างพากันหลบให้กับพรรคร่วม

ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย ที่ไม่ได้ส่งผู้สมัครไปตัดคะแนนพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะแชมป์เก่า หรือจะเป็นพรรคพลังประชารัฐที่งดส่งผู้สมัคร เพื่อหลีกให้กับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคชาติไทยพัฒนา 2 พรรคร่วมรัฐบาล

1 ที่นั่งนี้มีความหมาย ในสภาวะที่รัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำ!!!

สำหรับผลการเลือกตั้งในเขตนี้ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 นางจุมพิตา จันทรขจร จากพรรคอนาคตใหม่ กวาดคะแนนไปได้ถึง 34,164 คะแนน ขณะที่อันดับ 2 เป็น นาย สุรชัย อนุตธโต จากพรรคประ ชาธิปัตย์ ได้ไป 18,970 คะแนน อันดับ 3 นายระวัง เนตรโพธิ์แก้ว จากพรรคพลังประชารัฐ 18,741 คะแนน และอันดับ 4 นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ 12,279 คะแนนเรียกว่า นางจุมพิตา ชนะขาดลอย คนหนึ่งที่ต้องยกเครดิตให้คือ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ หรือที่คนเมืองเจดีย์ใหญ่รู้จักในนาม

"เจี๊ยบ นครปฐม"นางอมรัตน์ เจ้าของปั๊มน้ำมันพีที สวนตะไคร้ นครปฐม ไม่ได้เป็นพวกหน้าใหม่ทางการเมือง แต่มีบทบาทมาตั้งแต่สมัยการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง มีความสนิทชิดเชื้อกับ "เสื้อแดงอิสระ" และศรัทธาในตัวนายสุรชัย แซ่ด่าน

ในช่วงการเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส. "เจี๊ยบ นครปฐม" เป็นคนก่อตั้ง "กลุ่มสันติภาพนครปฐม" ร่วมกับแนวร่วมประชาธิปไตยภาคประชาชน (นปป.) และสหพันธ์สร้างสรรค์ประชาธิปไตยสันติภาพ เรียกร้องให้ทหารถอนกำลังออกจาก กทม.และปริมณฑล

เป็นลูกสาวของกำนันชื่อดังใน จ.นครปฐม ซึ่งเคยสนับสนุนนายทักษิณ ชินวัตร มาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย และรู้จักมักจี่กับ "บ้านใหญ่" อย่างตระกูลสะสมทรัพย์เป็นอย่างดี

"อมรัตน์" เป็นผู้อยู่เบื้องหลังชัยชนะของพรรคอนาคตใหม่ใน จ.นครปฐม เพราะมีบทบาทในการสรรหาผู้สมัคร เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่ "ป๋วย" นายไพรัฏฐโชติ จันทรขจร สามีนางจุมพิตาได้สิทธิ์ลงสมัครแทนภรรยา

นอกจากเป็นแชมป์เก่าด้วยคะแนนท่วมท้น หนนี้พรรคเพื่อไทยยังหลบให้พรรคอนาคตใหม่ จึงกลายเป็น "เต็งหนึ่ง" อยู่ฟากฝั่งรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ ที่คราวก่อนส่งนายสุรชัยลงไป จนได้คะแนนมาที่ 2 ดีใจได้ไม่นานที่พรรคพลังประชารัฐไม่ส่งผู้สมัคร แต่ต้องกุมขมับ หลังพรรคชาติไทยพัฒนา พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน ส่ง "เสี่ยเตี้ย" นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ลงไปล้างตา

พรรคสีฟ้าไม่ค่อยโอเค อ้างว่าตามมารยาทพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันน่าจะต้องร่วมมือร่วมใจ เพราะนายสุรชัยได้คะแนนมาเป็นที่ 2 ต้องเอาคนที่ได้ลุ้นที่สุด ถ้าเป็นแบบนี้จะพากันแพ้

แต่พรรคชาติไทยพัฒนา และ "บ้านใหญ่" ไม่คิดแบบนั้น แม้คราวก่อนนายเผดิมชัยจะได้คะแนนอันดับ 4 มีเพียง 12,279 คะแนน ทว่า วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว

"ตระกูลสะสมทรัพย์" เสียศูนย์พอสมควร หลังการเลือกตั้ง จ.นครปฐม คราวก่อนส่งคนในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นนายเผดิมชัย นายอนุชา และนายพาณุวัฒน์
สะสมทรัพย์ ลูกชายนายไชยา สะสมทรัพย์ สุดท้ายได้นายพาณุวัฒน์ มาแค่คนเดียว ครั้งนี้จึงเป็นเหมือนการกู้ศักดิ์ศรี

พรรคประชาธิปัตย์อาจไม่พอใจ เพราะได้อันดับ 2 แต่ "บ้านใหญ่" ในฐานะเจ้าของพื้นที่ แชมป์หลายสมัย ทำการเมืองมาหลายสิบปี มีความมั่นใจมากกว่าในครั้งนี้ จึงไม่หลบให้

ว่ากันว่า สาเหตุที่ "เสี่ยเตี้ย" แพ้ถล่มทลายในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 เพราะ 3 วันสุดท้าย สั่งไม่สาดกระสุนดินดำ เพราะคำนวณแล้วเปล่าประโยชน์ สู้กระแสไม่เอาทหาร และฟ้ารักพ่อในเมืองเจดีย์ใหญ่ไม่ได้

ช่วงสอบตก "เสี่ยเตี้ย" ลงพื้นที่ อ.สามพราน ซึ่งอยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 5 ต่อเนื่อง หวังฟื้นฟูฐานเสียงให้กลับมาสู่ "บ้านใหญ่"

ขณะที่ในงานวันคล้ายวันเกิด อายุครบ 68 ปีของ "เสี่ยอ้อน" นายไชยา สะสมทรัพย์ ที่บ้าน จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 14 กันยายน "ลูกท็อป" นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและประธานยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา ประกาศยืนยันว่าจะส่ง "เสี่ยเตี้ย" พี่ชายคนโตของบ้านสะสมทรัพย์ลงเลือกตั้งซ่อมตั้งแต่ครั้งนั้นแล้ว

ไม่ใช่แค่ตระกูลสะสมทรัพย์ทุ่มทุกสรรพกำลัง แต่พรรคชาติไทยพัฒนาที่วันนี้มีรัฐมนตรี 2 คน ในรัฐบาล ก็พร้อมจะลงมาลุยเต็มตัวให้ ตามคิวที่ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค หอบแกนนำทุกคนในพรรคไปให้กำลังใจ "เสี่ยเตี้ย" ในวันสมัคร

ดังนั้น ที่ไม่หลบให้พรรคประชาธิปัตย์ เพราะมั่นใจว่า จะหาคะแนนได้มากกว่าแน่ แต่จะพอล้มแชมป์เก่าอย่างพรรคอนาคตใหม่นั่นเป็นอีกเรื่อง

ขณะที่คะแนนเก่าของพรรคพลังประชารัฐจะไหลไปที่ใครระหว่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคชาติไทยพัฒนา อยู่ที่ความสามารถของ 2 พรรค แต่ถ้าความสัมพันธ์ส่วนตัว นายระวัง เนตรโพธิ์แก้ว ผู้สมัครเก่าจากพรรคพลังประชารัฐกับบ้านสะสมทรัพย์ ดูจะคุ้นเคยกันมากกว่า

กับอีกตัวแปรคือ คะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า กับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ ตรงนี้อาจทำให้คะแนนจะแพ้-ชนะ กันไม่ขาดเหมือนแต่ก่อน

แต่จะพอโค่นแชมป์เก่าหรือไม่ ณ ตอนนี้ถือว่าเหนื่อยอยู่ เพราะต้องมาตัดกันเอง ในขณะที่พรรคอนาคตใหม่กระแสแรง และพรรคเพื่อไทยประเคนคะแนนให้อีก เรียกว่าไม่ต้องแบ่งกับใคร.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง