ห่วงเทขายหุ้น1.8แสนล้าน

ข่าวเศรษฐกิจ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

กังวลแอลทีเอฟหมดอายุ ดัชนีเชื่อมั่น3เดือนดีขึ้น ไทยโพสต์ * เอเซีย พลัส ชี้หากไม่มีกองทุนใหม่ทดแทนแอลทีเอฟ เลวร้ายสุด เงิน 1.8 แสนล้านบาท ถูกเทขายกดดันดัชนีหุ้นไทยวูบ เฟทโก้ คาดดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวดีขึ้น นายภราดร เตียรณปรา โมทย์ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยถึงกรณีหากรัฐบาลไม่ออกกองทุนรวมเพื่อการลงทุนระยะยาวแบบใหม่ มาทดแทนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) ที่จะหมดอายุสิ้นปี 62 ว่า อาจส่งผลให้เงินสะสมของนักลง ทุนในกองทุนแอลทีเอฟที่สามารถ ไถ่ถอนได้ตั้งแต่ปี 62 เป็นต้นไป ที่มีมูลค่ากว่า 180,221 ล้านบาท ถูกไถ่ถอนออกมา เพราะนักลงทุน เกิดความกังวลต่อเรื่องดังกล่าว และอาจกระทบต่อดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลง สะท้อนจากปีที่ผ่านที่นักลงทุนรายย่อย และสถา บันเกิดการตกใจ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงกว่า 60 จุด บรรยายใต้ภาพ ไพบูลย์ นลินทรางกูร

"ช่วงต้นเดือน ส.ค.62 ที่ผ่านมา สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้) ได้เสนอให้กระทรวงการ คลังพิจารณากองทุนหุ้นยั่งยืน (เอสอีเอฟ) ซึ่งเป็นกองทุนใหม่ ที่ มาแทนกองทุนแอลทีเอฟแล้ว เบื้องต้นเชื่อว่ารัฐบาลจะพิจารณา กองทุนนี้ เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถใช้วางแผนในการเกษียณ ได้ ที่สำคัญหากไม่มีกองทุนใหม่มาทดแทน จะทำให้มีแรงขายออกมามากขึ้น โดยทุกการขาย 10,000 ล้านบาท จะกดดันดัชนีหุ้นไทยลดลง 2% หรือคิดเป็น 30 จุด"

สำหรับกองทุนเอสอีเอฟ ได้ปรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีกำหนดเพดานนำเงินลงทุนไปลด หย่อนเหลือเพียง 250,000 บาท ต่อปี และเพิ่มสัดส่วนการลงทุน ต่อรายได้ 30% ของรายได้ กำหนด นโยบายการลงทุนหุ้นไทย 65% ได้แก่ หุ้นที่มีความยั่งยืน, หุ้นธรรมา ภิบาล, กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และกำหนดการถือครองไว้ 7 ปีปฏิทินเหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยคาดว่าจะมีการโยกเงินลงทุน จาก สัดส่วน 65% ของกองทุนแอลทีเอฟ ที่เคยถือหุ้นไทยในบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ใดก็ได้ที่มีกว่า 780 บริษัท ทั้งดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ และดัชนีเอ็ม เอ ไอ มาลงทุนในดัชนีหุ้นยั่งยืนแทน โดยมีเพียง 53 บริษัท และกองทุนโครงสร้างพื้นฐานอีก 8 บริษัท ที่ได้รับอานิสงส์ของการปรับสัดส่วนการลงทุนของกองทุนอีเอสจี

ขณะที่ภาพรวมการซื้อกองทุนแอลทีเอฟปี 62 พบว่า แม้แอลทีเอฟหมดอายุสิ้นปี 62 แต่ เชื่อว่าจะมีเงินเข้าซื้อลงทุนระดับเดียวกับทุกปีที่ 66,600 ล้านบาท และขายสุทธิ 45,000 ล้านบาท จากข้อมูลเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี ทำ ให้ยังมียอดซื้อสุทธิที่ 25,000 ล้านบาท

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้) เปิดเผยถึงผลสำ รวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนเดือน ต.ค.62 ว่าดัชนีความเชื่อมั่น นักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับ ตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อยู่ที่ระดับ 111.62 หรือเพิ่มขึ้น 8.64% เนื่องจากนักลง ทุนคาดหวังนโยบายภาครัฐที่ทยอย ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาวะเศรษฐกิจในประเทศและการ ไหลเข้าออกของเงินทุน แต่ยังกังวล ปัจจัยต่างประเทศจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ที่ยืดเยื้อและไม่แน่นอน แม้ว่าทิศ ทางการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะคลี่คลายลง รวมถึงผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยไตร มาส 4 ปี 62 เชื่อว่ามีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น แต่ต้องขึ้นอยู่กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลว่าจะออกมามากน้อยขนาดไหน.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ