คอลัมน์โลกใบใหม่: 'ความก้าวหน้าใหม่' ที่ต้องเผชิญกับการเมืองที่เป็นปฏิปักษ์และระบบราชการที่อ่อนล้า!

ข่าวทั่วไป 5 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

อภิชาต ทองอยู่

tapichart@hotmail.com

วันนี้หากได้พิจารณาสภาพความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง ที่พยายามนำประเทศยกระดับสู่ความก้าวหน้าใหม่ของสังคม-เศรษฐกิจโดยรวม จะพบสภาพน่ากังวลหลายประการ นอกเหนือจากผลกระทบที่เป็นปัญหาสั่งสมมาที่ทำให้ประเทศตีบตันไร้ความก้าวหน้ามานับทศวรรษ ตลอดจนสภาพที่ประเทศกำลังเผชิญกับสงครามการค้ายุคใหม่ของจีน-อเมริกัน และความตกต่ำของเศรษฐกิจโลก กับการปรับเปลี่ยนของเทคโนโลยีที่ทรงอิทธิพล (มากด้วยการทำลายล้างและโอกาสใหม่ในขณะเดียวกัน) ที่ดูเหมือนมีเพียงการรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและการปรับตัวอย่างรวดเร็วเท่านั้น ที่จะช่วยให้สามารถเข้าถึงโอกาสใหม่ๆ ได้ นอกนั้นก็เป็นได้แค่กลุ่มเศรษฐกิจที่ถูกความเปลี่ยนแปลงไล่ล่าไปเรื่อยๆ ที่ต้องล้มหายตายจากอย่างไม่มีวันหวนกลับคืนได้อีก!

หากพิจารณาถึงบ้านเมืองไทยวันนี้ จะพบว่าความพยายามที่จะใช้กลไกทางเศรษฐกิจและสังคมที่มีหมุดหมายเป็นความก้าวหน้าใหม่ ที่กำลังเร่งสร้างกันอยู่ที่เรียกว่า เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ให้เดินหน้าเต็มสูบ เพราะเป็นหลักหนึ่งเดียวที่มีอยู่ ที่จะดึงประเทศหลุดพ้นจากความล้าหลังตีบตันในกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกวันนี้ได้นั้น ความเคลื่อนไหวของโครงการ EEC กำลังเผชิญปัญหาอุปสรรคจาก 2 กลุ่มด้วยกันคือ "การเมืองที่เป็นปฏิปักษ์กับความก้าวหน้าของประเทศ" กับ "การตอบสนองของระบบราชการที่อ่อนด้อยล้าหลัง" ซึ่งเป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง!

ถ้าย้อนทบทวนพิจารณาให้กระจ่างชัด ถึงนัยสำคัญของโครงการ EEC จะพบว่า ความเคลื่อนไหวของ EEC นั้นเป็นความพยายามครั้งใหญ่ที่มุ่งสร้างความก้าวหน้าใหม่ให้กับประเทศ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี การพัฒนาคน และการศึกษายุคใหม่ ให้เท่าทันโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในทุกวัน (ยังไม่กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงข้างหน้าที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างทรงพลังในยุคที่ AI กำลังจะผงาดขึ้นครองโลกในอนาคตอันใกล้ข้างหน้านี้!) หากพิจารณาด้านลึกจะพบว่า การปรับสร้างประเทศจากการพัฒนา EEC นี้ไม่ใช่แค่การปรับฐานเศรษฐกิจของประเทศโดดๆ แต่ EEC มีนัยสำคัญในการปรับตัวทางภูมิรัฐศาสตร์ของประเทศจากจุดตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เยี่ยมยอดในการเชื่อมโลก ในการเป็นประเทศศูนย์กลางของอาเซียน และการที่มีสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบเปิดกว้าง-ไม่เป็นศัตรูกับใคร รวมถึงมีความเชื่อมโยงกับมิตรประเทศกลุ่ม CLMVT ในฐานะกลุ่มนำ ซึ่งใกล้ชิดกันในมิติทางวัฒนธรรม สังคม เศรษฐกิจ ศาสนา และวิถีชีวิตโดยรวม การปรับตัวทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมต่อทางการค้า เศรษฐกิจ-สังคม เทคโนโลยี และการลงทุนกับโลกได้อย่างมีพลัง ซึ่ง EEC เป็นกลไกสำคัญนี้ ในยุคการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่สำคัญ!

ขณะเดียวกัน EEC ก็เป็นกลไกการปรับภูมิเศรษฐกิจให้สอดรับกับเทคโนโลยี การค้า-การลงทุน ความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเศรษฐกิจโลกยุคศตวรรษที่ 21 ภายใต้ความร่วมมือในการค้า-การลงทุนกับญี่ปุ่น จีน โลกตะวันตก และกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน การปรับตัวเชื่อมโลกแวดล้อมยุคใหม่นี้ ช่วยสร้างการลงทุนชุดใหม่ที่ยกระดับเศรษฐกิจที่มาพร้อมกับฐานความรู้ นวัตกรรม เทคโนโลยี และความเคลื่อนไหวของภูมิเศรษฐกิจที่เข้าถึงความก้าวหน้ายุคใหม่ ที่เชื่อมโยงถึงโอกาสใหม่ๆ ในกระแสการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเศรษฐกิจ เทคโนโลยี นวัตกรรม รวมถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าใหม่ในโลกที่อยู่ในกระแสความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วต่อเนื่อง รวมถึงช่วยปรับฐานทรัพยากรมนุษย์และการศึกษา ที่เป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศไปด้วย!

โดยนัยนี้เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC จึงเป็นหัวใจสำคัญ! ที่มีภารกิจต่อการยกระดับประเทศ! ซึ่งปัจจัยพื้นฐานที่จะทำให้ EEC ประสบความสำเร็จคือ หนึ่ง การดึงเอาการลงทุนจากต่างประเทศที่มีความก้าวหน้าใหม่ในยุคอุตสาหกรรม 4.0 เข้าสู่ประเทศไทย ซึ่งจากการดำเนินงานวันนี้ มีการยื่นขอการลงทุนในประเทศในระดับที่คาดหวังผลบวกได้ เพราะมีการยื่นขอการลงทุนเข้ามาถึงกว่า 7 แสนล้านแล้ว ต่อมาสิ่งที่เป็นหัวใจของ EEC ที่ต้องดำเนินการให้เกิดขึ้นเพื่อสร้างการลงทุนให้เป็นจริงตามมาคือ การปรับสาธารณูปโภคพื้นฐานตามแผนที่วางไว้ ได้แก่ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เพื่อเชื่อมต่อไปทั่วประเทศ ท่าเรือ 3 ท่าเรือ ที่มาบตาพุด แหลมฉบัง และจุกเสม็ด ที่จะรองรับการเติบโตสร้างความพอเพียงในระบบโลจิสติกส์ทางทะเล ที่มีความสำคัญในการคมนาคมขนส่งระหว่างประเทศ ซึ่งการขนส่งสินค้าในโลกกว่า 70% ต้องใช้ระบบนี้ รวมถึงการปรับสร้างระบบรางคู่เพื่อขนส่งสินค้าในเขตอุตสาหกรรมต่างๆ และการขยายเส้นทางถนน การปรับสาธารณูปโภคพื้นฐานในท้องถิ่นตามแผนที่วางไว้ ที่สำคัญคือการพัฒนาบุคลากร ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าไปมาก ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้โครงการ EEC ผลิดอกออกผลอย่างเป็นจริง ทำให้ประเทศเชื่อมกับโลกด้วยการปรับตัวทั้งภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิเศรษฐกิจ การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ต่อเนื่อง ในกระแสการเปลี่ยนแปลงที่ก่อตัวขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง!

น่าเสียดายที่การเมืองบางกลุ่ม มองการพัฒนา-ความก้าวหน้าที่สำคัญของประเทศในแบบปฏิปักษ์ที่ต้องล้มล้างอย่างไร้เหตุผล! แถมการดำเนินโครงการนี้ยังต้องเผชิญความล้าหลังของระบบราชการ ที่มองไม่เห็นความสร้างสรรค์ เห็นแต่ระบบระเบียบที่คร่ำครึอ่อนล้า! ไม่เห็นวิธีการ (solution) ที่เป็นทางออกที่จะดำเนินงานให้บรรลุสัมฤทธิผลตามเป้าหมาย อุปสรรคจาก 2 กลุ่มนี้คือเงื่อนปมหลักที่ทำลายโอกาสความก้าวหน้าและอนาคตที่จำเป็นอย่างยิ่งของประเทศ น่าที่ทั้ง 2 กลุ่มนี้ต้องพิจารณาทบทวนความเคลื่อนไหวใหม่ให้ดี ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป!.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ