คอลัมน์กาแฟดำ: ทรัมป์โวย...เขากำลังเจอ 'รัฐประหาร'

ข่าวทั่วไป 7 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ประธานาธิบดีสหรัฐโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศผ่านทวิตเตอร์เมื่อสัปดาห์ก่อนว่าอเมริกามี "รัฐประหาร" (coup) แล้ว! ทันใดนั้นผมเห็นภาพของมหาอำนาจโลกประเทศนี้กลายเป็นประเทศโลกที่สามขึ้นมาทันที เพราะสหรัฐฯ มีแต่จะชี้นิ้วไปประเทศอื่นว่าการ "ยึดอำนาจโดยบุคคลกลุ่มหนึ่งอย่างผิดกฎหมาย" หรือ coup นั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และวอชิงตันจะไม่คบค้าสมาคมด้วย แถมยังต้องมีการลงโทษทั้งทางการทูต การเมือง และเศรษฐกิจด้วย แต่วันนี้ทรัมป์บอกว่าความพยายามของ ส.ส.พรรคเดโมแครตที่จับเขาเข้าสู่กระบวนการ "ไต่สวนเพื่อถอดถอน" หรือ impeachment นั้นเป็น "รัฐประหาร" เพราะเขาถือว่านั่นเป็นการ "ล่าแม่มด" และเป็นความพยายามของฝ่ายค้านที่หาเรื่องใส่ร้ายป้ายสีเขา เพื่อต้องการจะโค่นเขาจากตำแหน่งที่ประชาชนเลือกมาเอง ฝ่ายพรรคเดโมแครตยืนยันว่าทรัมป์ได้กระทำการที่ละเมิดอำนาจของประธานาธิบดี และจำเป็นจะต้องไต่สวนเพื่อปลดจากตำแหน่ง

ถือเป็นกระบวนการที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ และเป็นการทำหน้าที่อันชอบธรรมและรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง เพราะประชาชนที่เลือกพวกเขาและเธอมาย่อมคาดหวังว่าความเป็นผู้แทนประชาชนจะต้องไม่ยอมให้ผู้นำทำอะไรที่เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ

พรรคเดโมแครตอ้างบทสนทนาของทรัมป์กับประธานาธิบดี Volodymyr Zelensky ทางโทรศัพท์เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่าเป็นสาเหตุหลักของการจับทรัมป์ขึ้นเขียงการเมืองครั้งนี้

พอถอดเทปการสนทนาออกมาก็เห็นชัดว่า ทรัมป์ขอให้ผู้นำยูเครนหาทางสอบสวน "พฤติกรรม" ของโจ ไบเดนและลูกชายที่มีกิจกรรมด้านธุรกิจที่ประเทศนั้น

นักการเมืองซีกฝ่ายค้านถือว่านั่นเป็นการ "ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน" ของผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นกบฏ และย่อมเปิดทางให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของอเมริกา

ทรัมป์โต้ว่านี่เป็น "เกมการเมือง" ที่สกปรก ในจังหวะที่ตัวเขาและพรรคเดโมแครตกำลังเข้าสู่โหมดการหาเสียงเพื่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีปลายปีหน้า

เดโมแครตอ้างว่าทรัมป์เปิดทางให้ต่างชาติเข้ามาก้าวก่ายการเมืองภายใน เพราะโจ ไบเดนเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่อาจจะมาเป็นคู่แข่งของเขาในการเลือกตั้งครั้งนี้

เป็นที่มาของข้อกล่าวหาว่า ทรัมป์ใช้ต่างประเทศมาเล่นงานคู่แข่งทางการเมืองในประเทศ

ทรัมป์ไม่สนข้อกล่าวหานั้นแม้แต่น้อย เพราะต่อมาอีกไม่กี่วันเขาก็ประกาศอย่างฉาดฉานว่า เขาจะขอให้จีนสอบสวนโจ ไบเดนและลูกชายในประเด็นเดียวกันนี้ด้วย

ทรัมป์กล่าวหาศัตรูทางการเมืองว่ากำลังก่อ coup

เดโมแครตยืนกรานว่าทรัมป์กำลังก่อ treason หรือเป็นกบฏ จึงต้องเข้าสู่กระบวนการ impeachment

ศัพท์แสงการเมืองเหล่านี้มีความสำคัญในการวิเคราะห์การเมืองสหรัฐฯ จากนี้ไปถึงวันเลือกตั้งปีหน้า เพราะหากพิเคราะห์พฤติกรรมของทรัมป์ตั้งแต่เข้ามายึดทำเนียบขาวได้เมื่อสามปีก่อน อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้

ดูเหมือนทรัมป์จะแสดงความชื่นชมและความเป็นมิตรกับผู้นำโลกที่อยู่ค่าย "รวมศูนย์อำนาจ" มากกว่าฝ่ายประชาธิปไตย

เช่น คิม จองอึนแห่งเกาหลีเหนือ, วลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซีย และสี จิ้นผิงของจีน

แต่กลับมีเรื่องระหองระแหงกับผู้นำของประเทศพันธมิตรเก่าเช่นในยุโรปตะวันตก เป็นต้น

การเมืองโลกกำลังเพี้ยนหนักจริงๆ

คำว่า coup ที่ทรัมป์เปล่งออกมาด้วยความหงุดหงิดเพราะฝ่ายค้านกดดันหนักนั้น อาจตีความได้ว่าเป็นเพราะลึกๆ ในใจของทรัมป์แล้วเขาคงไม่ค่อยจะมีความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยเท่าไหร่

ตอนที่สี จิ้นผิงได้รับฉันทานุมัติจากกลไกพรรคคอมมิวนิสต์จีนให้สามารถเป็นประธานาธิบดีได้ตลอดชีวิต ทรัมป์ยังแสดงความชื่นชมและอิจฉาเล็กๆ คล้ายกับว่าตัวเขาเองก็อยากจะมีอำนาจเช่นนั้นเหมือนกัน

หากถามว่าพรรคเดโมแครตจะสามารถถอดถอนทรัมป์สำเร็จไหม คำตอบก็คือคงยาก

แต่เป้าหมายหลักของฝ่ายค้านคือ การเขย่าสถานภาพของทรัมป์ให้อ่อนแอที่สุดก่อนเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่

เมื่อเข้าสู่กระบวนการ impeachment แล้ว ฝ่ายเดโมแครต ก็จะสามารถเรียกเอกสารและผู้คนมาให้การได้อย่างกว้างขวาง

นั่นเป็นสิ่งที่ทรัมป์กลัวที่สุด

และนั่นคือสาเหตุแห่งการดิ้นสุดฤทธิ์จนโวยวายว่ามีคนพยายามจะใช้วิถีแห่ง "รัฐประหาร" มาจัดการเขานั่นเอง.


เราใช้ cookies เพื่อให้บริการที่ดีขึ้น การใช้เว็บ ryt9.com ต่อหมายถึงคุณได้ยอมรับข้อตกลงการใช้บริการของเราแล้ว