คอลัมน์ เวทีสาธารณะ: ภาคประชาชนเปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียน วัยรุ่นท้องต้องไม่ถูกละเมิดสิทธิ

ข่าวบันเทิง 6 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ สายด่วนปรึกษาเอดส์และท้องไม่พร้อม ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนแถลงข่าวเปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น โดยถือเป็นศูนย์แรกที่ภาคประชาชนเปิดรับเรื่องร้องเรียน วัยรุ่นท้องต้องไม่ถูกละเมิดสิทธิ โดยมี 6 จังหวัดนำร่องเปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียน

นายสมวงศ์ อุไรวัฒนา รองผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ผู้รับผิดชอบสายด่วนปรึกษาเอดส์และท้องไม่พร้อม 1663 เปิดเผยข้อมูลจากการให้บริการระหว่างเดือนตุลาคม 2558 - กันยายน 2561 มีผู้รับบริการปรึกษาเรื่องท้องไม่พร้อมทั้งสิ้น 50,926 ราย เป็นเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 20 ปี 16,497 ราย หรือร้อยละ 32.40 ของผู้รับบริการทั้งหมด โดย 7,099 ราย หรือร้อยละ 43.03 ของเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 20 ปี ระบุสาเหตุความไม่พร้อมว่า การตั้งครรภ์เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา

"เรื่องการถูกละเมิดสิทธิ พบว่า มีผู้รับบริการจำนวน 6 ราย ถูกให้ออกจากสถานศึกษา ผู้รับบริการ 2 ราย ถูกขอให้ลาออก จำนวน 1 ราย ถูกบังคับเลือกให้ทำแท้งเพื่อแลกกับการเรียนต่อ จำนวน 1 ราย ถูกพักการเรียน ขณะที่มีจำนวนอีก 2 ราย ถูกให้ออกจากงาน เนื่องจากการตั้งครรภ์

ทั้งนี้ ผู้รับผิดชอบสายด่วนฯ ให้ข้อมูลว่า จากข้อมูลของสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย ได้เฝ้าระวังการตั้งครรภ์แม่วัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2559-2561 ที่มารับบริการฝากครรภ์และตรวจหลังคลอดในโรงพยาบาล 417 แห่ง ใน 62 จังหวัด จำนวน 9,464 ราย พบว่า ร้อยละ 51 ยังเรียนหนังสืออยู่ โดยเรียนในระบบร้อยละ 74.5 ซึ่งในจำนวนนี้ เมื่อตั้งครรภ์ในขณะเรียน มีจำนวนถึงร้อยละ 37.3 หยุดเรียน/ลาออก และร้อยละ 11.4 ต้องไปเรียนนอกระบบการศึกษา

"แม้ พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 จะให้สิทธิเด็กวัยรุ่นสามารถเรียนต่อได้ในที่เดิม หรือสถานประกอบการต้องให้บริการคำปรึกษาและส่งต่อวัยรุ่นที่ท้องเข้าสู่ระบบอนามัยเจริญพันธุ์ ไม่ใช่ไล่ออกจากงาน หรือในหน่วยบริการสาธารณสุข ที่เด็กยังเข้าไม่ถึงอุปกรณ์การคุมกำเนิด แม้จะเลือกได้ด้วยตัวเองก็ตาม

แต่สถานการณ์ที่เราเจอบ่งบอกว่า แม้จะมี พ.ร.บ.ที่รับรองสิทธิของวัยรุ่นมาแล้ว 3 ปี แต่ยังมีการละเมิดสิทธิเกิดขึ้น ซึ่งตัดโอกาส เปลี่ยนอนาคตของทั้งวัยรุ่นและครอบครัว สร้างความทุกข์เป็นอย่างมาก ขณะที่ช่องทางการร้องเรียนเพื่อให้ได้รับสิทธิยังเข้าถึงได้ยาก ทางสายด่วนจึงจับมือกับภาคประชาชนใน 6 จังหวัดนำร่องเปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียน เพื่อให้เกิดการคุ้มครองและช่วยเหลือวัยรุ่นที่ถูกละเมิดสิทธิตาม พ.ร.บ.นี้

ด้านนางกัลยทรรศน์ ติ้งหวัง ผู้ประสานงานศูนย์รับเรื่องเรียนตาม พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ภาคประชาสังคม จ.สตูล ให้ความเห็นว่า สถานการณ์ท้องวัยรุ่นมีในทุกพื้นที่ เช่น จ.สตูล มีอัตราการคลอดของผู้หญิงอายุระหว่าง 15-19 ปี เป็นอันดับ 2 ของเขตพื้นที่สุขภาพที่ 12 ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้น่าเป็นห่วง

ดังนั้นภาคประชาสังคมจึงต้องลุกขึ้นมาร่วมกันทำให้เยาวชนมีข้อมูล รับรู้ในการเข้าถึงสิทธิด้านอนามัยเจริญพันธุ์ รวมถึงให้หน่วยงานในพื้นที่ตระหนักถึงการแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.ฉบับนี้

"เราพร้อมสนับสนุนและดูแลเยาวชนในพื้นที่ รวมถึงเป็นช่องทาง หรือทางเลือกหนึ่งในการรับเรื่องร้องเรียน โดยทำงานร่วมกับกรมอนามัย

โรงเรียน หรือสถานประกอบการ เพราะที่ผ่านมาเราอาศัยแต่ภาครัฐในการจัดการปัญหาอย่างเดียว การที่ภาคประชาชนมาเป็นศูนย์รับเรื่องร้องเรียน เพราะสามารถเข้าถึงประชาชนด้วยกันเองได้ง่าย เราพูดจาภาษาเดียวกัน มีความเป็นมิตร และให้ความไว้วางใจกับผู้ร้องได้มากกว่า เพราะเราอยู่เคียงข้างประชาชน"

ทั้งนี้ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนมีเปิดในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ จ.สตูล ฉะเชิงเทรา กาญจนบุรี ลพบุรี พะเยา และสุรินทร์ โดยผู้ที่ประสบปัญหาถูกละเมิดสิทธิตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว สามารถโทร.ปรึกษาหรือร้องเรียนการถูกละเมิดสิทธิได้ดังนี้ จ.สตูล โทร. 08-9658-7344 จ.ลพบุรี โทร. 08-9537-8737 จ.ฉะเชิงเทรา โทร. 09-7993-9000 จ.กาญจนบุรี โทร. 08-0437-3337 จ.สุรินทร์ โทร. 08-9719-3331 หรือสายด่วนปรึกษาเอดส์และท้องไม่พร้อม 1663 ทุกวัน 09.00-21.00 น.


แท็ก คอลัมน์:  

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ