คอลัมน์วิถีไทย: ประเพณีไหลเรือไฟนครพนม สร้างประทีปเป็นพุทธบูชาวันออกพรรษา

ข่าวบันเทิง 6 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ที่บริเวณลานซุ้มทำเรือไฟอำเภอเมืองนครพนม ริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเมืองนครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม แถลงข่าวการจัดงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 6-14 ตุลาคม รวม 9 วัน 9 คืน เพื่อเป็นการสืบสาน อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามในการสร้างประทีปเป็นพุทธบูชาในช่วงวันออกพรรษา และเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภายในจังหวัดให้เป็นที่รู้จักกับประชาชนทั่วไปมากยิ่งขึ้น

นายสยามเปิดเผยว่า งานไหลเรือไฟและงานกาชาดในปีนี้ จังหวัดนครพนมได้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดสร้างเรือไฟขนาดใหญ่ขึ้น จำนวน 13 ลำ มีมูลค่าการก่อสร้างลำละประมาณ 1 ล้านบาท โดยแต่ละลำจะมีการนำไม้ไผ่มากกว่า 5,000 ลำ มาทำเป็นโครงสร้างของเรือไฟ ซึ่งขนาดความยาวแบ่งออกเป็นขนาด 40 เมตรขึ้นไป ส่วนความสูงของเรือไฟขึ้นอยู่กับลวดลายที่ออกแบบ โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 20-40 เมตร มีการประดับตกแต่งด้วยตะเกียงไฟที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ประมาณ 30,000-50,000 ดวงต่อ 1 ลำเรือ โดยตะเกียงไฟจะนำไปแขวนบนเส้นลวดในตำแหน่งต่างๆ ที่มีการออกแบบให้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และศิลปวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น เอกลักษณ์ท้องถิ่น หรือความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่ขัดกับวัฒนธรรมประเพณีและศีลธรรม ที่เมื่อจุดไฟที่ตะเกียงแล้วจะเกิดแสงสว่างไสวเป็นลวดลายที่สวยงาม นอกจากนี้เรือไฟบางลำจะมีการออกแบบให้มีความพิเศษ เช่น มีบางส่วนเคลื่อนไหวได้ หรือสามารถพ่นไฟได้ เป็นต้น

งานเริ่มตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคมมีการไหลเรือไฟโชว์คืนละ 1 ลำ พร้อมกับกระทงสาย (ไข่พญานาค) 6,000 ดวง ขณะที่ไฮไลต์ทั้งหมดจะอยู่ในวันที่ 13 ตุลาคมที่จะเป็นการไหลเรือไฟทั้ง 13 ลำ เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีว่าเรือไฟของอำเภอใดจะคว้าถ้วยรางวัลพระราชทานไปครอง โดยเฉพาะแชมป์เก่าอย่างเรือไฟอำเภอเมืองนครพนม ที่ครองแชมป์เรือไฟประเภทสวยงามถึง 2 ปีซ้อน (2560-2561) ปีนี้จัดหนักกว่าเดิม เพราะสร้างเรือไฟที่มีความยาวถึง 110 เมตร สูง 30 เมตร เทียบเท่ากับตึก 10 ชั้น ประกาศป้องกันแชมป์ได้ไว้แน่ พร้อมกับกระทงสายอีก 12,000 ดวง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความงดงามกลางลำแม่น้ำโขง ส่วนกรรมการผู้ตัดสินเรือไฟได้รับเกียรติจากผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครพนม และศาลเยาวชน พร้อมผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายหน่วยงาน

นอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรมการไหลเรือไฟโบราณ ที่เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มาร่วมงานสามารถนำเรือไฟขนาดเล็กที่ประดิษฐ์จากกาบกล้วยมาวางบนเรือไฟโบราณเพื่ออธิษฐานขอพร ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำไปปล่อยกลางลำน้ำโขงให้ โดยความพิเศษจะอยู่ที่มีการสร้างเป็นปีนักษัตรให้ผู้ที่เกิดแต่ละปีได้ร่วมกันลอยความทุกข์ ความเศร้าออกไปจากชีวิตตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ

สำหรับการจัดงานประเพณีไหลเรือไฟมีหลายหน่วยงานแบ่งโซนแจกความบันเทิงอย่างหลากหลาย อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงานโขงนทีประเพณีไทย กลางลำแม่น้ำโขง เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 มีการแสดงม่านน้ำประกอบบทเพลงพระราชนิพนธ์โดยวงออร์เคสตรา และนกน้อยอุไรพร ขณะที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม นายสมชอบ นิติพจน์ นายก อบจ.นครพนม เอาใจมิตรหมอแคนแฟนหมอลำ จัดคอนเสิร์ตหมอลำชื่อดังแสดงซอดแจ้ง

ส่วนนายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม จัดการแข่งขันเรือยาวประเพณีสัมพันธ์ไทยลาว ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระเบิดวันชิงจ้าวแห่งลำน้ำโขงวันที่ 9-12 ตุลาคม

นอกจากนี้มีการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม (ทกจ.ฯ) ร่วมจัดนิทรรศการวิถีชีวิตคนทำเรือไฟ ชมขบวนพิธีอัญเชิญไฟพระฤกษ์และขบวนแห่ปราสาทผึ้ง พิธีรำบูชาพระธาตุพนม การแสดงศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิต 8 ชนเผ่า 2 เชื้อชาติ

ก่อนจะเปิดงานประเพณีไหลเรือไฟ จะต้องจัดพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดนครพนมเพื่อความเป็นสิริมงคล ในการจัดงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดประจำปี 2562 ตามคติความเชื่อและศรัทธาของคนลุ่มแม่น้ำโขง เชื่อว่าการกราบไหว้ขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือก่อนเปิดงานประเพณีไหลเรือไฟ เพื่อให้งานดำเนินการไปด้วยความราบรื่น

วันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา ผวจ.นครพนม พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ได้เดินทางกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม เริ่มจากศาลหลักเมือง และพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 บริเวณหน้าหอสมุดเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ถนนอภิบาลบัญชา จากนั้นเดินทางไปยังจวนผู้ว่าราชการจังหวัด (หลังเก่า) ริมฝั่งโขง ถนนสุนทรวิจิตร ไหว้ศาลพระภูมิบริเวณหน้าจวน และศาลเจ้าที่บริเวณหลังจวน เมื่อครั้งในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรทางภาคอีสาน ทางจังหวัดจัดให้จวนแห่งนี้เป็นที่ประทับแรม เมื่อวันที่ 12-13 พฤศจิกายน พ.ศ.2498 ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน

ต่อมาก็ไปยังศาลเจ้าพ่อคำแดง ถนนสุนทรวิจิตร ผู้ปกปักษ์ดูแลลูกหลานตามริมแม่น้ำโขง, พระติ้ว พระเทียม วัดโอกาสศรีบัวบาน, ศาลเจ้าพ่อหมื่น ศาลปู่-ย่า, พญาศรีสัตตนาคราช, หลวงปู่จันทร์ พระแสง วัดศรีเทพประดิษฐาราม, เจ้าพ่อสิบสอง และเจ้าพ่อสัมมาติ

งานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2562 คาดจะมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศจำนวนเรือนแสนมาชมประเพณีโบราณ วิถีชีวิตของคนลุ่มแม่น้ำโขง ที่มีความผูกพันกับกระแสน้ำมาอย่างยาวนานนับพันปี ดังนั้น การจัดงานประเพณีไหลเรือไฟจะมีขึ้นในช่วงเทศกาลออกพรรษาของทุกปีเท่านั้น เพื่อบูชารอยพระพุทธบาท ตลอดจนเป็นการขอขมาลาโทษต่อแม่น้ำโขงที่ใช้หล่อเลี้ยงชีวิต ตามคติความเชื่อว่าเป็นการเผาทุกข์ ลอยเคราะห์ไปกับสายน้ำ.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ