คอลัมน์เกษมราษฎร์: หลังแบนสารเคมีพิษ ต้องมีการเยียวยา-ทำเกษตรพรีเมียม

ข่าวทั่วไป 8 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

การเดินหน้าแบนสารพิษที่มีความเสี่ยงสูง 3 รายการ คือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ที่หลายฝ่ายในสังคมกำลังจับตามอง แม้ดูสัญญาณจากทั้งฝ่ายบริหารในกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทางรัฐมนตรีของทั้ง 3 กระทรวง มีท่าทีไปในทางเดียวกันว่าควรต้องมีการแบนสารเคมีพิษทั้ง 3 รายการดังกล่าว เช่นเดียวกับท่าทีของฝ่ายนิติบัญญัติ ที่สะท้อนผ่านคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร ที่ทำงานมาได้หลายสัปดาห์แล้ว ก็จะมีผลสรุปรายงานออกมาในเร็วๆ นี้ เพื่อสนับสนุนการแบนสารเคมีพิษดังกล่าวที่ยืดเยื้อมาร่วม 2 ปีกว่า

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่า แม้ฝ่ายบริหารจะส่งสัญญาณว่าจะมีการแบนสารพิษภายในไม่เกินสิ้นปีนี้ แต่ก็ยังมีประเด็นให้คิดต่อว่า แต่ คณะกรรมการวัตถุอันตราย ก็อาจมีเงื่อนไขผ่อนปรนให้หรือไม่ เช่น มีมติสั่งแบน แต่ยืดเวลาออกไปสักระยะ เพื่อให้เกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องศึกษาหาสารทดแทนที่จะมาใช้แทนได้ เพราะประเด็นหนึ่งที่หลายคนยอมรับก็คือ เมื่อมีการแบนสารพิษเด็ดขาดแล้ว ก็จะทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบพอสมควรในการหาสารเคมีทดแทนที่มาใช้แทนได้ ในราคาไม่สูงเกินไป เพราะหากใช้สารอย่างอื่นที่ราคาสูงมาก ก็จะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ซึ่งทั้งหมดก็ต้องรอติดตามต่อไป

กระนั้นปรากฏว่าเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาพูดเรื่องกระแสข่าวบริษัทสารเคมีรายใหญ่ล็อบบี้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ให้ยกเลิกสารเคมีเกษตรดังกล่าว โดยระบุว่า การสร้างข่าวดังกล่าวเป็นการโจมตีใส่ร้าย และเป็นกระบวนการบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ประเด็นทางการเมือง อีกทั้งยังเป็นการกล่าวอ้างพาดพิงลอยๆ หากผู้ที่กล่าวอ้างพาดพิงมีข้อมูลหลักฐานที่แน่ชัดก็ต้องกล้าออกมาเปิดเผยรายละเอียดดังกล่าว ไม่ใช่เพียงกล่าวอ้างโดยไม่มีพยานหลักฐาน เพื่อทำให้พรรคประชาธิปัตย์ได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ หากยังมีการกล่าว อ้างพาดพิงพรรคประชาธิปัตย์ทำให้ได้รับความเสียหายอีก ทางพรรคก็พร้อมจะดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุดต่อไป

"นายเฉลิมชัย รมว.เกษตรฯ ยืนยันมาตลอดว่า ไม่เห็นด้วยที่จะยอมให้ประชาชนได้รับอันตรายจากสารพิษ ซึ่งสารเคมีทั้ง 3 ชนิดนี้ก็เป็นสารเคมีที่เป็นอันตรายแก่ประชาชนอย่างมาก แต่ยังมีความพยายามบิดเบือนเพื่อให้เกิดความเสียหายในทางการเมือง" โฆษกพรรค ปชป.กล่าวย้ำ
          เพื่อให้เกิดความชัดเจนถึงท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์มากขึ้น เราได้พูดคุยกับ ปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ ที่รู้จักกันในชื่อทีม    อเวนเจอร์ ถึงท่าทีของพรรคต่อเรื่องการแบนสารเคมีพิษในการทำเกษตรกรรมดังกล่าว
          "ปริญญ์" ย้ำว่า ผมและพรรคประชาธิปัตย์ชัดเจนตั้งแต่แรก โดยเฉพาะหลังพรรคประชาธิปัตย์ประกาศทีมเศรษฐกิจอเวนเจอร์ ผมก็ชี้ชัดเจนว่า    ทีมอเวนเจอร์ของผมประกอบด้วยใครบ้าง ในจำนวนทั้งหมด 10 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีเกษตรกร "แจ็ค นาวี นาควัชระ" ทำเกษตรอินทรีย์อยู่ที่บุรีรัมย์ โดยทำบริษัทชื่อ "นวัตกรรมชาวบ้าน" (Grassroot Innovation Network) ที่คือการทำเกษตรกรรมแบบง่ายๆ เกษตรที่เคยใช้สารเคมีในอดีต เพื่อทำอย่างไรในการรักษาพื้นที่ดิน รักษาสุขภาพเกษตรกร สุขภาพผู้บริโภค เป็นการแคร์ถึงวัฏจักรทั้งหมด ไม่ใช่แค่แคร์แต่ว่าใช้สารเคมีไปเพื่อให้มีผลผลิตทางการเกษตรจำนวนมาก

...หัวใจของเราคือการแบนสารเคมีตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว เพราะการทำเกษตรอินทรีย์ คือการไม่ใช้สารเคมีตั้งแต่ต้น และยังทำอีกหลายอย่าง เช่น การใช้ดินที่เหมาะสม การคำนึงถึงวัฏจักรของผู้ส่งออก ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จิตใจของประชาธิปัตย์ และแกนนำพรรคทั้งหัวหน้าพรรค จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.พาณิชย์ ที่ยอมให้ผมดึง แจ็ค นาวี นาควัชระ มาอยู่ในทีมอเวนเจอร์ เพราะถ้าเขาไม่ยอมก็จบ แต่เป็นทั้งการพูดและการกระทำด้วย เราอย่าไปมองแค่คำพูดของคน แต่ดูว่าเราดึงใครเข้ามาในทีมอเวนเจอร์ด้วย ทีมของเราไม่ใช่แค่มีเกษตรกรธรรมดา แต่เรามีคนที่ทำเกษตรอินทรีย์ แล้ววันนี้ทีมอเวนเจอร์ไปช่วยงานทั้งคุณจุรินทร์-เฉลิมชัย ในการขับเคลื่อนกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงชัดเจนเลยว่า พรรคและทีมอเวนเจอร์สนับสนุนการแบนสารพิษ และสนับสนุนการใช้เกษตรอินทรีย์ "

"ปริญญ์" กล่าวต่อไปว่า อำนาจในการแบนสารเคมีที่เป็นพิษไม่ได้อยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่อยู่ที่กรมวิชาการเกษตรและคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่มีผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมรับผิดชอบ ที่ผ่านมาคุณเฉลิมชัยก็มีท่าทีเรื่องนี้แล้ว คือไม่ให้มีการต่อใบอนุญาต ห้ามนำเข้าเพิ่ม รมว.เกษตรฯ ได้ทำแล้ว โดยคุณมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ ในฐานะผู้รับผิดชอบกรมวิชาการเกษตร ก็ให้สัมภาษณ์กับสื่อได้เยอะ โดยที่คุณเฉลิมชัยก็ให้เกียรติ เพราะคุณมนัญญารับผิดชอบกรมวิชาการเกษตร แต่รัฐมนตรีทั้ง 2 คน คุณเฉลิมชัยกับคุณมนัญญาก็เห็นตรงกัน

วันก่อนผมพาทีมออร์แกนิกจากต่างประเทศไปพบคุณเฉลิมชัยที่กระทรวงเกษตรฯ หากท่านไม่จริงใจ คงไม่มาพบ ทั้งที่มีเวลางานยุ่งทั้งวัน เพื่อมาพูดคุยในการที่จะมาช่วยกันพัฒนาเกษตรอินทรีย์ในบ้านเราอย่างไรให้เป็นเกษตรพรีเมียม โดยที่ในการพูดคุย รมว.เกษตรฯ ก็บอกว่า ก็เห็นใจเกษตรกรที่อาจต้องเจ็บปวดกับการแบนสารพิษ เพราะเมื่อแบนสารเคมีทั้ง 3 ประเภทดังกล่าว จะทำให้เกษตรกรมีปัญหาเรื่องการหาสิ่งทดแทน ก็จะทำให้จำนวนผลผลิตของเขาก็ต้องลดลง เพราะอาจเกิดผล เช่น แมลงมากินผลผลิต ซึ่งเมื่อเป็นแบบนั้น เรื่องรายได้เสริม ก็ต้องดูว่าใครจะมาช่วยเยียวยา เพราะเมื่อมีการแบน คนก็อยากไปทำเกษตรยั่งยืน เกษตรปลอดภัย ก่อนจะไปถึงเกษตรอินทรีย์ ที่กระบวนการกว่าจะไปถึงตอนนั้น ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ เช่น การปรับพื้นที่ดินการทำเกษตร

"เรื่องการเยียวยา การช่วยเหลือตรงนี้ รมว.เกษตรฯ ได้คิดเตรียมไว้แล้ว ที่ก็ต้องดูเช่น หากมีการแบนสารเคมีแล้ว จนทำให้ผลผลิตออกมาได้น้อย ก็อาจต้องยอมรับซื้อในราคาที่สูงกว่าตลาดอย่างไร ได้กี่เปอร์เซ็นต์ โดยให้ทั้งภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศเข้ามาช่วยสนับสนุนกระบวนการต่างๆ หลังมีการแบนเพื่อไปสู่การทำเกษตรยั่งยืน เกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ ซึ่งตอนนี้ประเทศเพื่อนบ้านเราบางประเทศเขาทำไปแล้ว เพื่อให้การเกษตรของเราไปสู่การเป็นเกษตรพรีเมียม เป็นเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ ที่มีความยั่งยืน ซึ่งกระบวนการจะต้องทำให้ครบวัฏจักรทั้งต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ก็ยืนยันไม่เคยมีใครมาล็อบบี้คนในพรรคประชาธิปัตย์ในเรื่องสารเคมีเกษตร ก็แปลกใจทำไมมีข่าวอะไรมาเขียนให้พรรคเสียหาย"

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ