ธปท.ยิ้มธนาคารไทยแกร่ง

ข่าวเศรษฐกิจ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

IMF-เวิลด์แบงก์ชม/บจ.ระวังลงทุน บางขุนพรหม * "ธปท." ปลื้มไอเอ็มเอฟ-เวิลด์แบงก์ ยกสถาบันการเงินไทยแข็งแกร่ง มีเสถียรภาพ แนะคุมหนี้ครัวเรือน ตลท.เปิดผลสำรวจซีอีโอ มองเศรษฐกิจช่วงที่เหลือปี 62 เพิ่มความระมัดระวังขยายการลงทุน นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงผลการประเมินภาคการเงินของประเทศไทย โดยคณะผู้ประเมินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก เมื่อปี 2561-2562 ซึ่งเป็นการเข้ารับการประเมินโดยสมัครใจของไทย หลังจากการประเมินครั้งแรกเมื่อปี 2550 ในภาพรวมพบว่า ระบบการเงินของไทยมีเสถียรภาพ มีความมั่นคงสามารถรองรับความผันผวนได้ดี และการกำกับดูแลภาคการเงินของไทยมีประสิทธิภาพสูง เป็นไปตามมาตรฐานสากลเทียบเคียงได้กับประเทศชั้นนำ บรรยายใต้ภาพ วิรไท สันติประภพ

โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์ยังคงมีบทบาทหลักในภาคการเงิน ขณะที่ภาคตลาดทุนและภาคประกันเติบโตขึ้นมาก แม้ว่าระบบการเงินโดยรวมมีเสถียรภาพ แต่ยังต้องติด ตามความเสี่ยงบางจุดที่ยังไม่ปรับตัวดีขึ้น เช่น ความเปราะบางในภาคครัวเรือนที่มีภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งผู้ประเมินได้สนับสนุนการออกมาตรการเชิงป้องกันเพื่อดูแลไม่ให้ความเปราะบางของหนี้ภาคครัวเรือนขยายจนส่งผลกระทบในวงกว้าง

"ประโยชน์ของการเข้ารับการประเมินครั้งนี้ จะช่วยให้ ทราบถึงจุดแข็งและจุดที่ควรปรับปรุงในภาคการเงิน และผลักดันให้เกิดการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินให้เข้มแข็งและก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้หน่วยงานกำกับดูแลพัฒนากรอบการกำกับดูแลให้สอดรับกับแนวโน้มความเสี่ยงในระบบ รวมถึงพัฒนาการกำกับดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลมากขึ้น" นายวิรไทกล่าว

นอกจากนี้ เป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรในประเทศและระหว่างประเทศเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ทำให้นักลงทุนเกิดความมั่นใจในระบบเศรษฐกิจการเงินไทย ในระยะต่อไป ธปท.จะติดตามและประเมินความเสี่ยงของเสถียรภาพระบบการเงินในลักษณะมองไปข้างหน้ามากขึ้น เพื่อให้สามารถประเมินสถานการณ์ต่างๆ ที่มีโอกาสเกิดขึ้นในอนาคต และเพื่อให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของความเสี่ยงใหม่ๆ และกำหนดนโยบายรองรับได้อย่างเท่าทัน

ด้านนายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานวางกลยุทธ์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริหาร (ซีอีโอเซอร์เวย์) 118 บริษัท คิดเป็น 46% ของมูลค่ารวมของทั้งตลาด (มาร์เก็ตแคป) ถึงแนวโน้มเศรษฐกิจและการเติบโตของธุรกิจช่วงครึ่งหลังปี 62 ว่า ขณะนี้ซีอีโอเพิ่มความระมัดระวังในการขยายการลงทุนมากขึ้น เนื่องจากมีความกังวลจากปัจจัยในต่างประเทศที่ยัง มีความเสี่ยงทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก, สงครามการค้า และการแข็งค่าของเงินบาทที่กระ ทบความสามารถในการส่งออกและ การเติบโตของเศรษฐกิจไทย โดย คาดว่าครึ่งหลังของปี 62 เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ในช่วง 2-3%

ทั้งนี้ จากการสำรวจซีอีโอ พบว่าเศรษฐกิจไทยได้รับแรงสนับ สนุนจากปัจจัยภายในประเทศ ทั้งการลงทุนภาครัฐ เสถียรภาพการเมืองไทย และการขยายตัวของการท่องเที่ยว โดยส่วนใหญ่ 80% คาดว่ารายได้ยังคงเติบโตและ 52% คาดว่ารายได้ปี 62 จะเติบโตมากกว่า 6% ส่วนแผนการลงทุนในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ซีอีโอกว่า 87% ยังคงหรือเพิ่มแผนการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ