สภาตีความเงินเดือนย้อนหลัง

ข่าวทั่วไป 9 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

เกียกกาย * สภาสุมหัวตีความ รธน.ให้ค่าตอบแทนตัวเองย้อนหลัง อ้าง ม.100 สมาชิกภาพ ส.ส.เริ่มตั้งแต่วันเลือกตั้ง ด้านอดีตที่ปรึกษา กรธ.งง ไม่ทันเริ่มงานแต่ได้เงินเดือนแล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานและรองประธานวุฒิสภา ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และกรรมาธิการ (กมธ.) โดยมีสาระสำคัญที่น่าสนใจ กำหนดให้ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานและรองประธานวุฒิสภา ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้รับเงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่มเป็นรายเดือนนับแต่วันที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ซึ่งของเดิมกำหนดให้ได้รับเงินดังกล่าวตั้งแต่วันเข้ารับหน้าที่

นอกจากนี้ยังกำหนดให้ ส.ส.รับเงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่มตั้งแต่วันเลือกตั้ง สำหรับ ส.ส.แบบแบ่งเขตที่เข้ามาแทนให้นับตั้งแต่วันเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ส่วน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อให้นับตั้งแต่วันถัดจากที่ราชกิจจานุเบกษาประกาศ ขณะที่ ส.ว.ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่มนับแต่วันที่มีพระบรมราชโอการแต่งตั้ง ล่าสุดเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่เกิดขึ้น เพราะเป็นการแก้ไขให้ค่าตอบแทนย้อนหลัง โดยแหล่งข่าวจากสภากล่าวยืนยันว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นจริงตามเนื้อหา แต่ไม่สามารถให้เงินเดือนย้อนหลังได้ตามที่มีการแก้ไข ซึ่งสร้างความแปลกใจกับฝ่ายสภาที่ไปชี้แจง เพราะร่าง พ.ร.ฎ.ดังกล่าวอาจขัดกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 100 กำหนดให้สมาชิกภาพของ ส.ส.เริ่มตั้งแต่วัน เลือกตั้ง

แหล่งข่าวจากสภากล่าวต่อว่า สมัยที่คณะกรรม การร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ร่างมาตรา 100 ได้ถกเถียงถึงการบัญญัติเนื้อหา ซึ่งเดิมจะให้ระบุถ้อยคำเหมือนในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ที่ระบุให้การได้รับค่าตอบแทนนับตั้งแต่ช่วงระยะเวลาเข้ารับหน้าที่ แต่ กรธ.เห็นว่าควรตัดออกเพราะถือว่าเป็นการไปตัดสิทธิของ ส.ส. และกำหนดเจตนารมณ์ว่าสิทธิของ ส.ส.ควรได้รับตั้งแต่วันที่มีสถานะที่รัฐธรรมนูญกำหนด คือวันเลือกตั้ง ส่วนที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องนี้เป็นการให้เงินเดือนย้อนหลังทั้งที่ ส.ส.ไม่ได้ทำงาน ไม่ว่าจะตีความอย่างไรแต่สิทธิของ ส.ส.ที่เป็นไปตาม พ.ร.ฎ.ต้องสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ดังนั้นกรณีนี้ ส.ส.ที่คิดว่าเสียประโยชน์สามารถฟ้องร้องได้

ด้านนายเจษฎ์ โทณะวณิก อดีตที่ปรึกษา กรธ.ชี้แจงว่า ตนเห็นด้วยที่สมาชิกรัฐสภาต้องได้รับเงินเดือนและค่าตอบแทนตั้งแต่การปฏิบัติหน้าที่ คือนับตั้งแต่วันที่กล่าวคำปฏิญาณตน ไม่ใช่นับตั้งแต่วันที่เลือกตั้ง เนื่องจากว่ากว่าที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ส.ส.ต้องใช้เวลา ไม่ใช่หลังจากวันเลือกตั้งแล้วสามารถประกาศผลได้ทันที อย่างไรก็ตาม แม้รัฐธรรมนูญจะกำหนดให้ ส.ส.มีสมาชิกภาพนับจากวันเลือกตั้ง แต่การได้รับค่าตอบแทนหรือเงินเดือนนั้นถือเป็นคนละส่วน

"ความสำคัญของเรื่องนี้คือ การเป็น ส.ส.ที่ครบถ้วน คือการกล่าวคำปฏิญาณตนเพื่อให้เป็น ส.ส.โดยสมบูรณ์และปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งคล้ายกับการเป็นพนักงานของบริษัทที่จะได้รับเงินเดือนต่อเมื่อมีสถานะเป็นพนักงาน หรือเป็น ไปตามข้อตกลง แต่ส่วนของ ส.ส.ไม่สามารถตกลงกันได้ เพราะต้องดูความสำคัญโดยเฉพาะวันที่เริ่มทำงานได้ ไม่เช่นนั้นการให้เงินเดือนทั้งที่ไม่ได้ทำงานอาจมีคำถามว่าเป็นการจ่ายเงินให้เปล่าหรือไม่ ส่วนกรณีที่อาจมีผู้ยื่นตี ความสามารถทำได้" นายเจษฎ์กล่าว.

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ