คอลัมน์กลยุทธ์พิชิตหุ้น: ยังกังวลปัจจัยภายนอก

ข่าวเศรษฐกิจ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ธวัชชัย ฐิติวณิชภิวงศ์ คงจะสร้างความผิดหวังกับนักลงทุน เมื่อพบว่าหุ้นใหญ่น้องใหม่ที่เข้าตลาดไม่ได้ชี้นำตลาดในทางบวก เพราะเข้าตลาดมาก็เหมือนจะอยู่ในสภาพแค่การประคับประคองตัวไม่ให้หลุดราคาจองได้เท่านั้น แม้จะพบว่ามีเงินลงทุนจากต่างชาติเข้ามาซื้อก็ตาม แต่ด้วยราคาหุ้นที่ซื้อขายใกล้ราคาจอง ทำให้ไม่มีผลทางจิตวิทยาที่จะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนและเก็งกำไรได้มากอย่างที่คิด จึงยังพบว่านักลงทุนส่วนมากยังชะลอการลงทุนและการเก็งกำไรอยู่ ทำให้ตลาดมีวอลุ่มน้อยเหมือนเดิม

ส่วนที่เห็นว่าวานนี้ (10 ต.ค.62) ตลาดมีวอลุ่มเพิ่มขึ้นมาอยู่ระดับ 51,063.70 ล้านบาท หากหักวอลุ่มการซื้อขายของหุ้น AWC ที่เข้าตลาดวันแรกและมีการเทรดกันมากถึง 8,130 ล้านบาทแล้ว ก็จะทำให้ตลาดมีวอลุ่มอยู่แค่ 42,933 ล้านบาท ไม่ได้มากอย่างที่คิดกัน แสดงว่าสภาพตลาดยังไม่คึกคักจริง ยังคงอยู่ในสภาพชะลอตัวและยังเป็นการขายออกมากกว่าซื้อด้วย ทำให้บรรยากาศโดยรวมของตลาดไม่ได้ดีขึ้น แต่อย่าเข้าใจว่าสภาวะตลาดอย่างนี้จะไม่ดี

มองในด้านการเก็งกำไรอาจดูไม่ค่อยดี เพราะดัชนีตลาดติด ลบลดลง 8.68 จุด และดัชนีมาปิดใกล้จุดต่ำสุดของวันที่ 1,607.50 จุด ทางเทคนิคคงมองไม่ดี ยิ่งดูรายละเอียดการซื้อขายระหว่างวันที่เล่นกันในแดนลบตลอดวัน ก็ยิ่งดูไม่ดี ยากที่จะเก็งกำไรได้ แต่ในทางกลับกันหากคิดในด้านการจะเข้ามาเลือกลงทุนกลับเป็นโอกาสที่ดีกับการลงทุนมากขึ้น เพราะเมื่อราคาหุ้นตกต่ำลง โดยผลประ กอบการยังดีและมีเงินปันผลจ่ายเหมือนเดิม หรือแม้จะลดลงบ้าง แต่หากราคาหุ้นลดลงมากกว่า ย่อมจะทำให้อัตราเงินปันผลตอบ แทนสูงขึ้นจากเดิม ก็จะเป็นการลงทุนที่ได้ความคุ้มค่ามากขึ้น จึงต้องคิดพิจารณาว่าจะเข้ามาลงทุนหรือเก็งกำไร จึงจะรู้ว่ามีความคุ้มค่ามากกว่ากัน และเมื่อดูตลาดยังมีหุ้นบวกมากถึง 577 ตัว แม้ดัชนีจะติดลบแสดงว่ายังมีการเก็งกำไรอยู่มาก อยู่ที่จะสามารถเลือกหุ้นเลือกจังหวะได้ถูกต้องหรือไม่เท่านั้น

ส่วนกลุ่มหุ้นที่น่ามอง ในกลุ่มพาณิชย์ ได้บอกมาแล้วว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐมีผลดีกับธุรกิจนี้ค่อนข้างมาก แต่ผลจะรับรู้ได้ในระยะต่อไป จึงควรมองที่ CPALL, BEAUTY และ BJC กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ราคาหุ้นยิ่งตกต่ำลง แต่แนวโน้มธุรกิจยังดี ทำให้จะได้ความคุ้มค่าในการลงทุนมากขึ้น น่ามองที่ AMATA, SPALI และ ORI กลุ่มอาหารฯ ยังคงมองเป็นธุรกิจที่จะเติบโตจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเช่นกัน จึงน่ามองที่ CBG, TU และ MINT เป็นต้น ส่วนกลุ่มธนาคาร ยังเชื่อว่ามีผลประกอบการอยู่ในเกณฑ์น่าพอใจ แต่ราคาหุ้นตกต่ำลงมาก ทำให้คุ้มค่ากับการลงทุนได้มากขึ้น น่ามองที่ BBL, KBANK และ TISCO หุ้นรายตัวที่น่ามองมี KTC, GPSC และ ADVANC เป็นตัวอย่างศุกร์สุดสัปดาห์นี้ ตลาดยังคงซึมแต่สามารถลุ้นและเลือกลงทุนได้ตามปกติ.


แท็ก คอลัมน์:  

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ