เซ็นคว่ำ3สารพิษมีผล1ธ.ค.

ข่าวทั่วไป 12 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ไทยโพสต์ * ลูกชายเผย 'มนัญญา' เซ็นมติลงนามแบน 3 สารเคมีอันตรายแล้ว มีผล 1 ธันวาคม ขณะที่ กมธ.วิสามัญพิจารณาคุมการใช้สารเคมีบี้บิ๊กตู่ตัดสินใจเร่งด่วน ต้องเด็ดขาดกล้าตัดสินใจนโยบายเพื่อรักษาชีวิตคนไทยไม่ให้ตายผ่อนส่ง เมื่อวันศุกร์ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ส.ส.จังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย และลูกชาย น.ส. มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า คุณแม่ออกจาก รพ.สมิติเวช ตั้งแต่ช่วงบ่ายเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2562 เพื่อมาเร่งดูเอกสารข้อมูลในการแบน 3 สารเคมี คลอร์ไพริฟอส พารา ควอต ไกลโฟเซต เสนอให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง พร้อมลงนามในมติแบน 3 สารดังกล่าวให้มีผลวันที่ 1 ธันวาคมนี้ ส่งไปยังคณะกรรมการวัตถุอันตรายแล้ว ซึ่งในวันนี้คุณแม่เดินทางไป จ.พัทลุง เพื่อดูงานสหกรณ์การเกษตรปากพะยูน ตรวจเยี่ยมโครงการฝึกอบรมเกษตรกรสมาชิกผสมปุ๋ยใช้เอง

"ไปเยี่ยมคุณแม่ที่ รพ.เมื่อวาน ผมดีใจเห็นหน้าตาท่านสดใสขึ้นแล้ว ท่านบอกพัก 2 วัน มีแรงลุยงานของกระทรวงเกษตรฯ แก้ปัญหาเกษตรกรได้เต็มที่ โดยเฉพาะการเดินหน้าแบน 3 สารเคมี จะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดให้คนส่วนใหญ่ของประเทศ" นายเจเศรษฐ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่ามีคำสั่งให้เปลี่ยนตัวกรรม การวัตถุอันตราย ในส่วนของผู้แทนกระทรวงเกษตรฯ นายเจเศรษฐ์กล่าวว่า ไม่ทราบว่าคุณแม่ทราบเรื่องนี้หรือไม่ว่าเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่อย่างไรก็ตาม คุณแม่เป็นคนจริงจังมากทุกเรื่อง เมื่อลงมือทำอะไรแล้วต้องให้จบและสำเร็จ โดยไม่ยอมปล่อยเด็ดขาดในเรื่องที่ผิด

วันเดียวกัน นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อ ไทย และประธานคณะกรรมา ธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนว ทางควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุถึงนโยบายรัฐบาลจะแบน 3 สารเคมีร้ายแรงในภาคเกษตรกรรมให้เป็นไปตามขั้นตอนว่า เรื่องนี้ คาราคาซังมาช้านาน ถ้าเอาประ โยชน์ประชาชนส่วนใหญ่เป็นที่ตั้ง นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้กำกับนโยบายสูงสุดต้องกล้าตัดสินใจในระดับนโยบายที่จะรักษาชีวิต ประชาชนคนไทยไม่ให้ตายผ่อนส่ง ต้องตั้งปณิธานในระดับนโยบายว่า เด็กที่เกิดใหม่ที่เพิ่งคลอดจากครรภ์มารดาจะต้องมีร่างกายสม บูรณ์ แข็งแรง มีสติปัญญาดี มีไอคิวสูง ไม่เป็นออทิสติก ฯลฯ ซึ่งจะเป็นเช่นนั้นได้คนไทยต้องได้บริโภคผัก ผลไม้ ที่ไม่มีสารเคมีร้ายแรงปนเปื้อน

"งานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย ที่ตรวจพบพาราควอตในขี้เทาของเด็ก แสดงว่าพาราควอตผ่านจากมารดาไปสู่เด็กในครรภ์ผ่านทางสายรก โดยตรวจพบพาราควอตในขี้เทาเด็กดังกล่าวก็เพียงพอที่จะนำมาตัดสินใจในระดับนโยบาย ไม่นับงานวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกจำนวนมากที่ออกมายืนยันพิษภัยร้ายแรงของสารพิษอันตรายทั้ง 3 ตัว จนปัจจุบันมีประเทศต่างๆ ทั่วโลกถึง 53 ประเทศ รวมทั้งลาว กัมพูชา และเวียดนาม ได้ประกาศแบนสารพิษร้ายแรง 3 ตัวดังกล่าวไปแล้ว" นายชวลิตระบุ

นายชวลิตกล่าวว่า น่าผิดหวังและน่าเสียใจอย่างยิ่งที่นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาล เป็นผู้กำกับนโยบายสูงสุดไม่กล้าตัดสินใจที่จะรักษาชีวิตของคนไทยส่วนใหญ่ไว้ ถึงเวลาที่ท่านจะกล้าตัดสินใจในระดับนโยบายหรือยัง ที่จะแบน 3 สารพิษอันตรายในภาคเกษตรกรรมเสียที คนที่รู้ปัญหาดีที่สุดคือนายกรัฐมนตรี ต้องกล้าตัดสินใจในระดับนโยบาย ปล่อยเวลาในการแก้ไขปัญหานี้มาเนิ่นนานเกินควรแล้ว.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ