'ซีพี'ส่งสัญญาณพร้อมลงนาม

ข่าวเศรษฐกิจ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

รถไฟเชื่อม3สนามบิน25ต.ค.นี้ ยืดอกกัดฟันรับข้อเสนอRFP วิภาวดีรังสิต * "ซีพี" เสียงแข็งพร้อมลงนามสัญญาไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน กัดฟันรับข้อเสนอ RFP ไม่อยากเสียโอกาส โอดรัฐโยนภาระเวนคืนพื้นที่รัฐวิสาหกิจ รายงานข่าวกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ภายหลังจากที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้ส่งหนังสือสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม สามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณ ภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. วงเงิน 2.2 แสนล้านบาทให้กับ กลุ่มพันธมิตรเครือเจริญโภค ภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธ มิตร (CPH) เมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น โดยล่าสุดคณะกรรม การคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมโครง การฯ ได้ประชุมและมีมติใน การเลื่อนลงนามสัญญาออก ไปเป็นวันที่ 25 ต.ค.นี้ เวลา 12.00 น. จากเดิมวันที่ 15 ต.ค. นี้ ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) บรรยายใต้ภาพ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีรายงานข่าวจาก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด ระบุว่า ทางซีพีมีความพร้อมที่จะลงนามสัญญาโครงการดังกล่าวในวันที่ 25 ต.ค.นี้ ยอมรับว่าที่ผ่านมาการตอบรับข้อเสนอตามร่างในสัญญานั้นได้เจรจากันอย่างถึงที่สุดแล้ว ซึ่งก็ยอมรับตามที่ระบุไว้ในข้อเสนอการดำเนินงาน (RFP) คงยอมรับการขอเพิ่มข้อเสนออะไรไม่ได้อีกแล้ว เพราะมองว่าโครงการดังกล่าวเป็นเมกะโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติไปพร้อมการสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างชาติ ดังนั้นจึงได้พยายามผลักดันอย่างถึงที่สุด เพราะหากโครงการต้องล้มลงไปจะทำให้รัฐบาลและเอกชนต่างเสียโอกาสทั้งคู่

ทั้งนี้ สิ่งที่เอกชนต้องการให้รัฐบาลพยายามมากว่านี้คือ การส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างโครง การ ซึ่งมีบางส่วนอยู่ในความดูแลของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่ผ่านมารัฐบาลให้เอกชนเข้าไปเจรจาและดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งอาจทำให้ติดขัดในบาง เรื่อง ทั้งยังไม่รวดเร็วเท่ากับ รัฐบาลไปเจรจาด้วยตัวเองอย่างไรก็ตาม เรื่องการส่งมอบพื้นที่หลังลงนามสัญญา 72% นั้นเป็นที่เข้าใจได้ เพราะการก่อสร้างโครงการต้องทยอยพัฒนาไปทีละส่วน แต่ก็ต้องรักษากรอบเวลาในการส่งมอบพื้นที่ให้ได้ทั้งหมดเช่นกัน

รายงานข่าวระบุว่า สำ หรับข้อกำหนด RFP ที่ระบุ ไว้เรื่องการส่งมอบพื้นที่นั้น ประกอบด้วย 1.กำหนดให้การ รถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างรวมทั้งสิ้น 10,000 ไร่ให้ครบภายใน 2 ปี นับจากวันออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน และเร่ง รัดการออกหนังสือให้เอกชนเริ่มเข้าพื้นที่ก่อสร้าง (Notice to Proceed: NTP) ภายใน 1 ปี นับจากวันลงนามสัญญา

2.การชดเชยในกรณีที่ ภาครัฐส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนล่าช้ากว่ากำหนดนั้นจะมีการชดเชยเฉพาะขยายระยะเวลาการออกแบบและก่อสร้าง แต่ไม่มีการชดเชยเงินค่าเสียหายให้กับเอกชนคู่สัญญา

3.ต้องเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบตามความเหมาะสม และไม่ให้เป็นปัญหาต่อระยะเวลาการส่งมอบพื้นที่โครงการ และ 4.รฟท.จะจ่ายค่าก่อสร้าง 1.17 แสนล้านบาท ภายหลังจากที่โครงการเริ่มเปิดให้บริการ หรือในปีที่ 6 นับจากวันเริ่มต้นลงนามสัญญา.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ