คอลัมน์ซุบซิบการบ้านนินทาการเมือง

ข่าวทั่วไป 13 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

เห็น "ไอติม" พริษฐ์ วัชรสินธุ เดินสายร่วมเวทีเสวนาในประเด็นทางสังคมและการเมืองอยู่หลายครั้ง ล่าสุดมีคอลัมน์ใหม่ "The Butterfly Effect" ลงในเว็บไซต์ The101.world แหล่งรวมนักคิด นักเขียน ตักศิลาในฝ่ายก้าวหน้ามากมาย เริ่มด้วยการฝากคอลัมน์ไว้ในอ้อมใจ เล่าถึงเบื้องหลังโมเมนต์สำคัญในประสบการณ์การเมืองอันน้อยนิดของตนเอง ในบทความแรกเกี่ยวกับ "12 ชั่วโมงก่อนผมตัดสินใจลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์" โปรยหัวเรียกแขก "ถ้าการเมืองของผมเป็นเรื่องของมิตรภาพ วันนั้นผมคงเลือกอยู่ต่อ เพื่อได้สานต่อความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนๆ และผู้ใหญ่หลายคนในพรรค...ถ้าการเมืองของผมเป็นเรื่องของความก้าวหน้าทางอาชีพ วันนั้นผมคงเลือกอยู่ต่อ เพื่อได้สานต่อหลายโครงการที่ได้ริเริ่มไว้ พร้อมกับหาโอกาสเรียนรู้งานในสภากับบุคลากรหลายคนที่พร้อมไปด้วยประสบการณ์และความสามารถ แต่ในเมื่อผมตัดสินใจตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงานการเมืองแล้วว่า การเมืองของผมต้องเป็นเรื่องของอุดมการณ์ วันนั้นผมมีแค่ทางเลือกเดียว"...ปิดท้ายให้ติดตามงานเขียนทุกเดือนที่จะเล่าประสบการณ์ของอดีต "นิวเจน" พรรคประชาธิปัตย์ *

เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น สำหรับรายการ "Government Weekly" ที่เผยแพร่ทางเพจเฟซ บุ๊กไทยคู่ฟ้าของรัฐบาลมาแล้วถึง 9 เทป แต่ช่วงแรกๆ ยังไม่ติดกระแสเท่าไหร่ จนมา 3 เทปหลังที่มีแขกรับเชิญเป็น "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มาออกในช่วง PM TALK ก็ทำเรตติงพุ่ง ทั้งตัวรายการและเพจไทยคู่ฟ้า มีคนกดติดตามเยอะขึ้น แถมยังมีพิธีกรคนเก่ง อย่าง "อาจารย์แหม่ม" นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มานั่งจ้อกับลุงตู่อย่างเป็นกันเอง โดยล่าสุดเลือกบรรยากาศถ่ายทำที่ทำเนียบรัฐบาล ท่ามกลางต้นไม้ใบหญ้าและความสวยงามของอาคารต่างๆ ภายในทำเนียบฯ ซึ่งทีมงานก็เน้นให้รายการออกมาในรูปแบบสบายๆ เห็นมุมใหม่ๆ ของลุงตู่ที่มีความใกล้ชิดประชาชน ที่ไม่ใช่การมานั่งแถลงข่าวหนักๆ หรือการให้สัมภาษณ์รายวัน และในเทปต่อๆ ไปก็ยังวางรูปแบบคร่าวๆ ไว้อีกว่าจะเชิญประชาชนมานั่งคุยกันในรายการ เพื่อฟังข้อเสนอแนะซึ่งกันและกัน ตามดำริของลุงตู่อีกด้วย *

ยังเป็นกระเด็นกันมาต่อเนื่อง สำหรับการต่อต้านการใช้สารพิษทางการเกษตร ที่ตอนนี้มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยผุดขึ้นมาอีก ทำเอา 2 รัฐมนตรีทั้งนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ ถึงกับป่วย เลยต้องมาตามกันที่ "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ก็ยืนยันเลยว่าตนเองเป็นคนแรกๆ ที่ประกาศไม่เอาสารพิษการเกษตร และสั่งให้ทุกโรงพยาบาลติดป้ายประกาศหมดแล้ว พร้อมยืนยันพรรคภูมิใจไทยไม่มีนายทุนได้ประโยชน์จากสารเคมีตัวใหม่ที่จะมาใช้แทนสารพิษที่ถูกแบนแต่อย่างใด และล่าสุดเสี่ยหนูยังได้นำทัพ 7 รัฐมนตรีแถลงจุดยืนอีกครั้ง โดยยืนยันพรรคภูมิใจไทยไม่ต้องการปะทะกับคณะกรรมการวัตถุอันตราย แต่หากมติของคณะกรรม การฯ สวนแนวทางกับรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยที่กำกับ รัฐมนตรีก็พร้อมแสดงสปิริตลาออก เพราะเท่ากับว่าไม่มีความสามารถในการปกครองคนเหล่านั้น *

และที่เป็นประเด็นร้อนๆ ในตอนนี้ ทำเอาบรรดานักการเมืองทั้งหลายสะดุ้งกันเป็นแถว จนบางคนถึงกับออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าว หลังฟังการบรรยายพิเศษของ "บิ๊กแดง" พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในหัวข้อ "แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง" ที่ถูกมองว่าเป็นการพูดโจมตีทางการเมือง โดยร่ายยาวกันตั้งแต่ยุคอาณานิคม ว่าทำไมประเทศไทยถึงต้องมีทหาร เพื่อปกป้องประเทศ พร้อมพูดถึงสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทั่วโลก ที่ส่วนหนึ่งมาจากการปลุกปั่นของคนภายในชาติด้วยกันเอง และยังพูดถึงพวกนักเรียนนอกซ้ายจัดดัดจริต และยกเหตุการณ์ที่ฮ่องกง ที่มีนักการเมืองไทยเดินทางไปให้กำลังใจ และมีความเชื่อมโยงถึงกัน ทั้งยังเปิดภาพวิดีโอเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศให้ผู้เข้ารับฟังการบรรยายได้รับชม รวมถึงภาพ "นายโจชัว หว่อง" นักเคลื่อนไหวชาวฮ่องกง ซึ่งเป็นภาพที่ได้ถ่ายคู่กับนักการเมืองของไทย พร้อมตั้งคำถามว่าการเดินทางไปพบพูดคุยกันนั้น มีการสมคบคิดวางแผนอะไรอยู่หรือไม่.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ