คอลัมน์คิดเหนือกระแส: พวกเขาน่ากลัวจริงๆ

ข่าวเศรษฐกิจ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

รศ.ดร.เสรี วงษ์มณฑา ในขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับกลุ่มคนที่น่ากลัวมาก ทั้งนี้เพราะเขามีลักษณะเป็นนักการเมืองแบบที่นักวิชาการทางด้านรัฐศาสตร์ได้บรรยายลักษณะของนักการเมืองแบบ Machiavellian เอาไว้ดังนี้ ทั้งหมดนี้พอจะมองเห็นว่าพวกเขาน่ากลัวไหมคะ แล้วผู้รักษากฎหมายจะไม่ใช้ความกล้าหาญบ้างเหรอคะ.

1.พวกเขาเชื่อว่าผู้ที่มีอำนาจจะเป็นผู้ที่ถูกต้องเสมอ (The might is right.) ดังนั้นพวกเขาจะทำทุกวิถีทางที่จะทำให้พวกเขาได้อำนาจ พวกเขาจะไม่เกี่ยงวิธีที่จะทำให้เขาได้อำนาจ ไม่ว่าวิธีการดังกล่าวนั้นจะเป็นวิธีที่มีศีลธรรม จริยธรรมหรือไม่ก็ตาม ดังนั้นพวกเขาจึงกล้าที่จะทำผิดกฎหมาย ท้าทายกฎหมายเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน และเมื่อเขาถูกกล่าวหาว่าพวกเขาทำผิด พวกเขาก็จะสร้างวาทกรรมว่าพวกเขาถูกกลั่นแกล้ง พวกเขาจะบอกว่าพวกเขาไม่ได้ทำผิดกฎหมาย เพียงแต่พวกเขาทำในสิ่งที่ผู้มีอำนาจไม่พอใจเท่านั้น คนพวกนี้ไม่เคยคิดว่าตัวเองทำผิด แม้พวกเขาจะโดนกล่าวโทษว่าทำความผิด พวกเขาก็ไม่มีวันที่จะสำนึก ความพยายามที่จะมีอำนาจโดยไม่เกี่ยงวิธีเช่นนี้ ทำให้พวกเขาเป็นกลุ่มคนที่น่ากลัว เพราะการกระทำของเขาจะทำลายศีลธรรมและจริยธรรมอันดีงามของสังคม และที่น่ากลัวไปกว่านั้นก็คือ พวกเขายังทำให้กลุ่มเป้าหมายของเขาเชื่อตามเขา เห็นดีเห็นงามไปกับสิ่งที่เขาทำด้วย

2.พวกเขาเป็นคนที่หลงตัวเอง (Narcissus Complex) คิดว่าตัวเองเก่งกว่าคนอื่น พวกเขาเชื่อว่าสิ่งที่เขาคิดสิ่งที่เขาทำนั้นเหนือกว่าคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นใครมาจากไหน เรียนอะไรมา มีคุณวุฒิขนาดไหน มีประสบการณ์อะไรมาก็เก่งสู้เขาไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงดูถูกคนอื่น ตำหนิการกระทำของคนอื่นที่ยืนอยู่ตรงกันข้ามกับเขา วิจารณ์ทุกเรื่อง และพวกเขาไม่ลังเลที่จะนำเสนอความคิดของพวกเขาด้วยท่าทีของคนที่มีความเชื่อมั่นสูง เขามั่นใจว่าสิ่งที่เขานำเสนอกับสังคมนั้น คือสิ่งที่ดีที่สุด เหนือกว่าความคิดและข้อเสนอของคนอื่นๆ วิธีการของเขานั้นแยบยลมาก เขาพยายามจะชี้ให้ผู้คนเห็นว่าในเวลานี้ผู้มีอำนาจกดขี่ข่มเหงประชาชน เอารัดเอาเปรียบประชาชน ทำให้ประชาชนสูญเสียสิทธิและเสรีภาพ วิธีการบริหารบ้านเมืองที่ผ่านมานั้น ทำให้ประชาชนทุกข์ยากลำบาก วิธีการของพวกเขาเท่านั้นที่จะแก้ปัญหาได้ พวกเขาจะสร้างภาพลักษณ์ให้พวกเขาเป็นอัศวินม้าขาวที่จะมาปลดแอกให้แก่ประชาชนที่ตกทุกข์ได้ยาก มีความลำบาก เพราะการบริหารของคนอื่นที่เก่งสู้พวกเขาไม่ได้

3.พวกเขามีอาการเหมือนคนที่ป่วยทางจิต (Psychopath: mental illness) ทำให้พวกเขาเป็นคนไม่อยู่กับร่องกับรอย พูดจาเจื้อยแจ้วเรื่อยเปื่อยตามใจชอบ รวมทั้งการโกหก พวกเขาจะโกหกอย่างหน้าตาเฉย (Feel free to lie) พวกเขาจะพูดเรื่องโกหกได้อย่างสบายใจ และไม่คิดว่าตัวเองโกหก แม้ว่าการพูดของเขาหลายๆ ครั้งนั้นมีความขัดแย้งกัน จนทำให้คนจับโป๊ะได้ พวกเขาก็จะไม่รู้สึกอะไร ยังคงโกหกต่อไปอย่างน่าตาเฉย เขาเป็นคนที่ไม่พูดความจริงทั้งหมด เขาเลือกพูดในสิ่งที่พวกเขาต้องการให้คนรับรู้ การพูดของเขามีทั้งวาทกรรม มีทั้งการบิดเบือน มีทั้งการเติมแต่ง และมีทั้งการตัดตอน เพื่อให้คนอ่านคนฟังเข้าใจตามที่เขาต้องการ และเมื่อเขาพลาดมีคนจับโป๊ะได้ เขาก็จะรู้สึกเฉยๆ ไม่คิดที่จะชี้แจง ไม่ว่าใครจะตั้งคำถามเรียกร้องให้เขาออกมาตอบกี่ครั้งกี่หนก็ตาม พวกเขาก็จะไม่ตอบ จะปล่อยผ่านไป โดยไม่สนใจว่าคนที่จับโป๊ะเขาได้จะรู้สึกอย่างไรกับเขา เพราะพวกเขาคิดว่าไม่มีใครทำอะไรเขาได้ ดังนั้น เขาจึงทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม และเป็นอันตรายต่อบ้านเมืองได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีท่าทีว่าเขาจะหยุดการกระทำดังกล่าว เมื่อคนกลุ่มนี้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ มีแนวร่วมมากขึ้นเรื่อยๆ และอยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจ โดยไม่มีใครทำอะไรเขาได้ เขาก็กลายเป็นกลุ่มคนที่น่ากลัวสำหรับสังคมไทย ถ้าหากเราอยากจะพิจารณาว่าพวกเขาทำอะไรไปแล้วบ้างที่ทำให้เราคิดว่าพวกเขาเป็นกลุ่มคนที่น่ากลัว และทำให้ประเทศไทยของเราอยู่ในสภาพที่น่าเป็นห่วง ถ้าหากเขายังคงมีพฤติกรรมอย่างที่เป็นอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ โดยที่กฎหมายทำอะไรเขาไม่ได้ หรือผู้รักษากฎหมายไม่มีความกล้าหาญพอที่จะทำอะไรพวกเขา พวกเราคงต้องเห็นความย่อยยับของประเทศไทยแน่ๆ

  • พวกเขาเป็นศัตรูกับกองทัพ พวกเขาต้องการรื้อหลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับกองทัพ พวกเขาต้องการลดขนาดของกองทัพ ต้องการลดงบประมาณของกองทัพ ต้องการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ต้องการยกเลิกการเรียนรักษาดินแดน และพวกเขาชวนคนไทยให้ตั้งคำถามว่ามีทหารไว้ทำไม หากพวกเขาทำได้สำเร็จตามที่เขาต้องการ ประเทศไทยจะกลายเป็นบ้านที่ไม่มีรั้ว
  • พวกเขาต้องการทำลายขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของประเทศไทยหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการไหว้ครู การเคารพนบไหว้ผู้อาวุโส การหมอบกราบเพื่อการแสดงความสัมมาคารวะผู้ที่อาวุโสกว่า วิธีการของเขานั้นไปเกินกว่าสร้างช่องว่างระหว่างวัย (Generation Gap) แต่สิ่งที่เขาทำคือการสร้างความแตกแยกระหว่างคนต่างวัย (Generation Clash) ที่ทำให้ผู้เยาว์ไม่เคารพประสบการณ์ของผู้อาวุโส ชิงชัง ด่าทอต่อว่าผู้อาวุโสด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย
  • พวกเขาแสดงตนเป็นคนชังชาติ พูดถึงประเทศชาติในทางที่ไม่ดีหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นระบอบการปกครอง สถาบันต่างๆ ของประเทศ รัฐธรรมนูญของประเทศที่พวกเขากล่าวว่า "เฮงซวย" ทุกมาตรา และจะต้องรื้อทิ้งทั้งฉบับและร่างใหม่ทั้งหมด ไม่มีการเว้นมาตราใดๆ ทั้งสิ้น แต่พอถูกฟ้องร้องเรื่องความพยายามจะแก้มาตรา 1 ก็มีสมาชิกของพวกเขาออกมาพูดว่า ไม่เคยได้ยินว่าพวกเขาจะแก้มาตรา 1 แต่หัวหน้าของเขา โฆษกของเขาไม่ใช่หรือที่พูดว่า "เฮงซวย" ทุกมาตรา และบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องรื้อทิ้งทั้งฉบับ ร่างใหม่ทั้งฉบับ
  • พวกเขาทำผิดกฎหมายหลายเรื่อง แต่พวกเขาไม่เคยรู้สึกว่าพวกเขาทำผิด แต่กลับมาสร้างวาทกรรมว่าพวกเขาถูกกลั่นแกล้งโดยเผด็จการที่สืบทอดอำนาจ ที่ไม่ต้องการให้พวกเขาได้เติบโต เพื่อไม่ให้พวกเขาได้เปลี่ยนประเทศไทยไปในทิศทางที่พวกเขาคิดว่าดี พวกเขาแสดงความมั่นใจเป็นอย่างมากว่าไม่มีกฎหมายใดๆ จะมาเอาผิดพวกเขาได้ พวกเขาท้าทายกระบวนการยุติธรรมของไทย


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ