พระครูอมรธรรมสโรชร เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหนองบัว อุบลราชธานี ให้ข้อคิดว่า ปัญหาน้ำท่วมอีสานจะแก้ปัญหาโดยใช้เคร องมือทางธรรม หรือเคร องมือทางโลกช่วยผู้ประสบภัย

ข่าวบันเทิง 13 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

สราวุฒิ ศรีธนานันท์ พระครูอมรธรรมสโรชร เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหนองบัว กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมเมือง มันเป็นปัญหาโลกแตก เหมือนไก่กับไข่ใครเกิดก่อนกัน ปัจจุบันก็ยังหาคำตอบไม่ได้ เพราะไก่เกิดจากไข่ ไข่ก็บอกว่าเกิดก่อนไก่ ถ้าไม่มีไข่ ก็เกิดไก่ไม่ได้ แม้แต่ศรีธนญชัยยังตอบไม่ได้ใครเกิดก่อนกัน เหมือนกับเรื่องเกี่ยวกับธรรมชาติ เช่น ฝนตก ฟ้าผ่า พายุหมุน สิ่งเหล่านี้ นักวิจัยเองก็ไม่กล้าบอกว่าใครผิดใครถูก ความสำคัญมีมากเหมือนกัน ระหว่างน้ำท่วม กับฝนแล้ง เวลาฝนไม่ตก มันก็ร้อนเหมือนหน้าแล้ง เวลาฝนตกมากเกินก็เกิดน้ำท่วม สิ่งเหล่านี้เหมือนกับหลักธรรมะอยู่ข้อหนึ่ง คือสิ่งใดในโลกนี้เมื่อมีเกิดก็มีดับ มีมืดก็มีสว่าง มีทุกข์ก็ต้องมีสุข มีดำต้องมีขาว ต้องทำใจให้ได้ ปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้ เพียงแต่เราแก้ปัญหาด้วยสิ่งใด ใช้เครื่องมือทางโลก หรือจะใช้เครื่องมือทางธรรม ถ้าใช้เครื่องมือทางธรรม จะสงบร่มเย็น

หลวงพ่อวัดพระธาตุหนองบัว กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในครั้งนี้มันเป็นภัยที่เกิดจากธรรมชาติ ธรรมชาติกำลังเรียกคืนความเสียหาย และความสูญเสียที่ผ่านมา ปัญหาที่มนุษย์ก่อขึ้น เช่น การตัดไม้ ทำลายป่า ปลูกตึก ปลูกอาคาร ขวางทางการเดินของน้ำ ผืนดินที่เป็นพื้นที่ซึมซับของน้ำ เมื่อดินและป่าไม้มันเปลี่ยนเป็นป่าคอนกรีต เสริมเหล็กโบกด้วยปูน ต้นไม้มันไม่มีที่หายใจ พอมันจะระบายออกมาได้แต่ละครั้ง มันก็กลายเป็นลมพายุ เป็นไฟ ก็ไฟที่มันเผาป่า ที่เรียกกันว่า ไฟป่าๆ แต่ก็มีคนบางคนเถียงว่า มันเกิดขึ้นเพราะธรรมชาติ และอากาศมันร้อนจัด จึงเกิดมีไฟป่า ไม่ใช่ฝีมือคน พวกนี้เป็นพวกศรีธนญชัยมาเกิด คือโต้แย้งไปข้างๆ คูๆ เพื่อเอาตัวรอดไว้ก่อน

แต่ถ้าจะย้อนไปในอดีต มันจะเกิดไฟป่าน้อยมาก จะเกิดจากการไปจับจองที่ดินทำกินบนภูเขา ไหล่เขา ทำไร่เลื่อนลอย เมื่อยังเป็นป่าไม้อยู่ มันจะทำไร่เลื่อนลอยไม่ได้ ก็ไปจุดไฟเผาป่า จนเป็นที่เตียนโล่ง ก็บุกรุกป่า เปลี่ยนมาเป็นไร่ข้าวโพด ไร่มันสำปะหลัง ไร่อ้อย ที่มีน้ำอยู่ตลอด ก็ทำนาข้าว นาปรัง และนาปี และตอนนี้รัฐกำลังให้ปลูกกัญชาได้อย่างเสรี เท่ากับส่งเสริมชาวเขาที่ทำไร่เลื่อนลอย หันมาปลูกกัญชาได้ เพราะกัญชากำลังจะไม่ใช่ยาเสพติด เมื่อมีผู้วิจัยออกมาว่ากัญชาเป็นยารักษาโรค อาตมาไม่รู้ว่าคนที่แนะนำมัน เอาผลวิจัย ถูกต้องหรือไม่ ในเรื่องของกัญชา

น้ำท่วมภาคอีสานตอนล่างทั้งแถบ นับแต่ร้อยเอ็ด มหาสารคาม และยโสธร ลงมาถึงอุบลหนักมาก เพราะพื้นที่อุบลฯ เป็นแอ่งกระทะ น้ำป่าไหลมาจากอีสานตอนบน มาไหลรวมที่อุบลราชธานี จึงจะไหลลงโขง พอจะไหลลงโขงได้ อุบลราชธานีคงระทมยิ่งกว่าสุโขทัยระทม ที่เพลงเขาร้องไว้ เพราะอุบลฯ เป็นจังหวัดใหญ่ ก่อนจะแยกออกมา ๒ จังหวัดคือ หนองบัวลำพูกับยโสธร แต่ก็ยังกว้างใหญ่อยู่ดี เมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้น แก้ปัญหาได้ยากมาก เพราะทุกจุดต่างได้รับความเดือดร้อนเหมือนกันหมด และหลังน้ำท่วมก็ต้องมีการเยียวยา หรือชดใช้ค่าเสียหาย จะเก็บกับใครในเมื่อมันเป็นธรรมชาติ เป็นผู้ก่อขึ้น ถ้าจะไล่กัน มาจากการเผาป่าของคน การบุกรุกป่าไม้ให้เป็นไร่เลื่อนลอย เพื่อจะยึดเป็นที่ทำกิน

ญาติโยมคงพอจะจำได้ว่า เมื่อประมาณ ๔-๕ ปีที่ผ่านมา มีข่าวข้อพิพาทระหว่างเจ้าหน้าที่ป่าไม้กับพระจากสำนักสงฆ์ เจ้าหน้าที่ป่าไม้บอกว่า พระสงฆ์ผิด บุกรุกป่า ทางพระจากสำนักสงฆ์ก็กล่าวโต้ว่า พระเข้ามาสร้างสำนักสงฆ์ตรงพื้นที่เป็นป่าหัวโล้น เนื่องจากมีแนวคิดว่า หากปล่อยพื้นที่ว่างๆ ไม่ช้าก็ต้องมีการยืดสัมปทานป่าหัวโล้นเป็นพื้นที่ให้ชาวเขาบ้าง ไม่ใช่ชาวเขาบ้าง ยึดเป็นที่ทำกิน ทำนาทำไร่เลื่อนลอย

แต่ถ้าพระเอาพื้นที่ว่างมาสร้างสำนักสงฆ์เพื่อเผยแผ่ศาสนา และคุ้มครองป่า เพราะพระจะอยู่เป็นยามให้ฟรีด้วย ไม่ต้องเสียค่าจ้างเฝ้า เจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็ไม่ยอม บอกว่ามันผิดกฎหมาย หลวงพ่อจะขออย่างไรก็ให้ไม่ได้ครับหลวงพ่อ พระก็แย้งว่า ถ้าให้พระอยู่ ช่วยได้หลายด้าน ด้านปกครอง ก็ดูแลความมั่นคงให้ ด้านสิ่งแวดล้อม จะปลูกป่าให้ ชดเชยที่ถูกแอบลักลอบเข้าไปตัดไม้ทำลายป่า พระจะดูแลให้ ไม่เกิน ๕ ปี ป่าเต็มเมือง วิงวอนก็แล้ว ขอบิณฑบาทก็แล้ว ก็ไม่ให้ ในที่สุดต้องปิดสำนักสงฆ์ แต่ในขณะนี้ป่าไม้ที่พระไปปลูกสำนักสงฆ์ กลายเป็นโรงแรม เป็นรีสอร์ต ทำได้ แต่ถ้าปลูกเป็นสำนักสงฆ์ ทำไม่ได้ มันก็จริงที่หลายคนกล่าวกันว่า กฎหมายเมืองไทย ๒ มาตรฐาน แต่ความจริงกฎหมายมีมาตรฐานเดียว แต่คคนใช้กฎหมายมันมี ๒ มาตรฐาน

ข่าวออกมาสม่ำเสมอว่า น้ำท่วมอุบลฯ หนนี้ มากกว่า ๔๐ ปีที่แล้ว หลวงพ่อเองก็จำไม่ได้ว่า เมื่อ ๔๐ ปีก่อน น้ำมันท่วมมากขนาดไหน ปัจจุบันอาตมาอายุ ๖๐ ปี ๔๐ พรรษา ตอนที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ที่อุบลฯ อาตมามีอายุ ๒๐ ปี เพิ่งจะบวชเป็นพระ ก็เลยจำไม่ได้ว่าน้ำท่วมครั้งนี้ กับเมื่อ ๔๐ ปีก่อนนั้น ใครหนักกว่ากัน ตัดใจเรื่องนี้ มาหาหนทางแก้ปัญหามิให้น้ำท่วมในครั้งหน้า จะมีประโยชน์มากกว่ากัน

ตามที่อาตมากล่าวไว้เบื้องต้นว่า เมื่อมีเกิด ก็ต้องมีดับ มีมืดก็ต้องมีสว่างฉันใด ก็เป็นไปตามฉันนั้น เมื่อน้ำท่วมเกิดขึ้นฉันใด มันก็มีลดลง ถ้ามันไม่ลดลง น้ำก็ท่วมโลกเท่านั้นเอง มหาสมุทรที่ใหญ่และกว้างมากมายมหาศาล แต่ถ้าน้ำท่วมโลก มหาสมุทรก็รับไม่ได้ รับไม่หมด เพราะฝนเกิดจากเมฆ เมฆเกิดจากไอน้ำที่ระเหยไปจากน้ำในมหาสมุทร ในแม่น้ำ ในลำคลอง หนองบึง ไปก่อตัวเป็นเมฆฝน เมื่อฝนตกลงมาแบบไม่หยุด น้ำมันก็ท่วมโลก เรามาเจอปัญหาไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกันอีกแล้ว

เหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา แน่นอนรัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหา เยียวยาผู้ประสบภัยแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในทางธรรม พระก็ต้องเยียวยากับผู้ประสบภัยเช่นกัน ช่วยดับภัยโดยใช้หลักธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแก้ปัญหาในการที่เกิดทุกข์ เพื่อสร้างสุขเป็นสิ่งทดแทน ที่เรียกกันว่าเยียวยา รักษาทางธรรม ถ้าพระไม่ลงไปแก้ปัญหา เยียวยาทางธรรม ผู้ประสบภัยก็ฆ่ากันตายหมดแล้ว เพราะทุกคนประสบปัญหาเดียวกัน คือประสบภัยน้ำท่วม

แต่ละชุมชน แต่ละตำบล แต่ละอำเภอ แต่ละเมือง ไม่เหมือนกัน ไม่เท่ากัน อย่างเช่นเมืองยโสธร น้ำท่วมเหมือนกัน แต่เสียหายน้อยกว่าอุบลฯ เพราะเมืองยโสธรเป็นเมืองที่น้ำไหลผ่าน มีท่วมขังบ้างเล็กน้อย แต่อุบลฯ เป็นด่านสุดท้ายที่น้ำจะไหลผ่าน อย่างที่กล่าวไว้ว่า เมือง อุบลฯ ลักษณะเมืองเป็นแอ่งกระทะ พื้นที่ลุ่มมากกว่าจังหวัดอื่นๆ ในภาคอีสานเช่นกัน อุบลฯ จึงมีอาการหนักกว่าเมืองอื่นๆ ในภาคอีสานด้วยกัน

หลายคนคงเห็นผ่านตามาบ้าง น้ำท่วมในครั้งนี้ พระออกหน้ากว่าภาคราชการ พระภิกษุบางวัดลงไปช่วยผู้ประสบภัยก่อนภาคราชการ เพราะขบวนการของพระ ขั้นตอนมันน้อยกว่าคน คนต้องเสนอเรื่องไปเบื้องบนก่อน แล้วลงมาตามระดับชั้น ขั้นตอนมากมาย พอจะช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ พระเมื่อเห็นน้ำท่วมบ้านญาติโยม ไร้ที่อยู่อาศัย ไร้อาหารจะกิน พระก็ไปตั้งโรงครัวในวัด ปรุงอาหารไปเลี้ยงญาติโยมที่ประสบภัยน้ำท่วมแบบปัจจุบันทันด่วนกว่าสั่งพิซซ่าหรือหมูกระทะมากินเสียอีก แล้วพระก็ยังให้บริการ ๒๔ ชั่วโมง ยิ่งกว่าเซเว่นฯ เสียอีก

เพราะขบวนการของรัฐล่าช้ามาก มันมีขั้นตอนมากมาย อาตมาเคยถามผู้ว่าราชการจังหวัดว่า เวลาเกิดภัยพิบัติในจังหวัดตนเอง ผู้ว่าฯ มีอำนาจสั่งให้การช่วยเหลือแบบรวดเร็วไหม ผู้ว่าฯ ตอบว่า มีครับหลวงพ่อ รัฐมีมาตรการว่า เวลาที่จังหวัดประสบปัญหาภัยพิบัติ ร้ายแรง อำนาจผู้ว่าฯ ให้นำเงินคงคลังในจังหวัดมาใช้ได้ไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท แต่ขั้นตอนมีมากมาย พอจะเบิกงบมาใช้ได้ ผู้ว่าฯ ต้องเสี่ยงดวงว่า ถ้านำเงินฉุกเฉินมาใช้ก่อน เกิดเบิกไม่ได้ในภายหลัง ผู้ว่าฯ ก็ติดคุก และออกจากราชการด้วยเช่นกัน

นี่คือปัญหาระบบของทางราชการที่มันซ้ำซ้อน ขั้นตอนมากมายเหมือนกับสุภาษิตของคนโบราณ กล่าวว่า พอถั่วจะสุก งามันก็ไหม้ก่อน หากนำลงมาในกระทะใบเดียวกับงา สิ่งที่ละเอียดอ่อนกว่าถั่ว มันจึงไหม้ก่อนถั่ว มีคำที่กล่าวมาจากในสภาผู้แทนราษฎรว่า "กระทู้ถามเมื่อน้ำท่วม กระทู้ตอบเมื่อน้ำลด" นี่คือระบบการแก้ปัญหาของภาครัฐ ภาคราชการ ที่ไม่ได้รับการพัฒนามาหลายร้อยปีแล้ว.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ