คอลัมน์ท่านขุนน้อย: เมื่อไม่รู้...ก็ไม่รักและไม่สามัคคี

ข่าวทั่วไป 14 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ณ ลีลาแห่งบุปผากระบี่ เอาเป็นว่า...ใครจะชอบ-ใครจะชัง ใครจะรัก-ใครจะเกลียด ก็แล้วแต่พ่อเจ้าประคุณรุนช่อง จะว่าไปตาม รสนิยม ของใคร-ของมัน เอาเองก็แล้วกัน สำหรับคำพูด คำจา คำบรรยาย ถกแถลง ปาฐกถา หรือจะอะไรก็แล้วแต่ ของท่านผู้บัญชาการทหารบก พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ที่ยังคงก่อให้เกิดปฏิกิริยา ก่อให้เกิดการออกอาวุธโต้กันไป-กันมา จนตราบเท่าวินาทีนี้... *****

แต่สิ่งซึ่งต้องถือว่าควรค่าต่อการเก็บเอามาเป็นแง่คิด พิจารณา สำหรับบรรดาผู้ที่ยึดมั่นอยู่ในวิชาชีพทหารทั้งหลาย ก็น่าจะหนีไม่พ้นไปจากคำชี้แนะ ชี้นำ ของอดีตผู้บัญชาการทหารบก และอดีตหัวหน้าคณะรัฐประหารอีกซะด้วย คือท่านพลเอก บิ๊ก บัง-สนธิ บุญยรัตกลิน ในช่วงครบรอบวันเกิด 73 ปีของท่าน เมื่อไม่นานมานี้นี่เอง ที่ได้กล่าวย้ำ กล่าวฝาก กับบรรดาทวยทหาญที่เข้าไปอวยพรในแต่ละราย ประมาณว่า... ฝากกองทัพทำให้ประชาชนรัก เพราะถ้าประชาชนรักกองทัพแล้ว ประชาชนจะรักและเคารพสถาบันสูงสุดด้วย...

*****

ส่วนบรรดาความเกลียด ความโกรธ ความพิโรธ ชิงชัง ความอาฆาตมาดร้าย ชนิดต้องออกอาวุธโต้กันแบบดอกต่อดอก ที่มันดูจะกลายเป็น กระแสหลัก ของบ้านเมืองช่วงหลังๆ ไปแล้ว ระดับที่ น้องเกี่ยวก้อย มาสคอตของกองทัพซึ่งเคยพยายามออกมาเกี่ยวอะไรต่อมิอะไรเพื่อให้เกิดความปรองดอง สมานฉันท์ ชนิดเนื้อตัวมอมแมมไปแทบทั้งตัว มาถึง ณ ขณะนี้...ก็คง เอาไม่อยู่ อีกต่อไปแล้ว เพราะยิ่งนานวัน...ดูมันจะโกรธกัน เกลียดกัน มากกว่าคิดจะหันมา รู้-รัก-สามัคคี อย่างที่ใครต่อใครพึงปรารถนาที่จะให้เป็นเช่นนั้น...

*****

จะด้วยเหตุเพราะอารมณ์เกลียด อารมณ์โกรธ ที่มันยังคงฝังแน่น ฝังลึก หรือจะด้วยเหตุเพราะ เครื่องมือ ที่เป็นตัวช่วยให้เกิดการแพร่ขยาย การปรุง การแต่ง อารมณ์ทำนองนี้ ประเภทอินเทอร์หน่ง อินเทอร์เน็ต อะไรทั้งหลาย มันเข้ามามีส่วนช่วยส่งเสริมช่วยกระตุ้น หรือไม่ ประการใด ก็แล้วแต่ แต่โดยสีสัน บรรยากาศ ของบ้านเมือง ที่ต่างฝ่ายต่างเต็มไปด้วยความโมโห โกรธา เต็มไปด้วยความ ไม่รู้ ไม่รัก และ ไม่สามัคคีซึ่งกันและกัน คงปฏิเสธไม่ได้ว่า...ออกจะเป็นบรรยากาศที่ค่อนข้าง อันตราย มิใช่น้อย...

*****

หรืออาจต้องเรียกว่า...เป็นบรรยากาศที่น่าเหนื่อย น่าเบื่อ และน่าเวทนาเอามากๆ โดยเฉพาะสำหรับคนแก่ คนชรา อย่าง ท่านขุนน้อย ที่นอกจากจะไม่เหลือเรี่ยว เหลือแรง ไปสู้รบปรบมือกับใครต่อใครเขาได้อีกต่อไปแล้ว ยังแทบไม่เหลือแรงกระตุ้น แรงจูงใจใดๆ ที่จะไปยุ ไปเชียร์ ไม่ว่าฝ่ายไหนต่อฝ่ายไหนก็เถอะ ให้ออกมาไล่ทุบ ไล่กระทืบ ฝ่ายตรงกันข้าม เพื่อตอบสนองความเมามันซ์ซ์ซ์ในอารมณ์ของตัวเองแต่เพียงล้วนๆ เพราะไม่ว่าฝ่ายใดต่อฝ่ายใดก็ตามแต่ เอาเข้าจริงๆ แล้ว...ไม่เพียงแต่ต่างก็เป็น เพื่อนร่วมวัฏสงสาร ไปด้วยกันทั้งสิ้น ยังต้องถือเป็น เพื่อนร่วมแผ่นดิน เป็นพี่ๆ-น้องๆ-ลุง-ป้า-น้า-อา เป็น พสกนิกร ไปด้วยกันทั้งนั้น...

*****

ดังนั้น...ไม่ว่าใครจะรักใคร ชอบใคร จะไม่รักและไม่ชอบ ผู้ซึ่งเห็นต่างไปจากอารมณ์ ความรู้สึก และรสนิยมตัวเอง ด้วยเหตุผลกลใดก็เถอะ แต่ถ้าหากมันออกไปทาง สุดโต่งสวิงไปทางซ้ายสุด หรือขวาสุด ก็แล้วแต่ อันนี้...ไม่เพียงแต่น่าเหนื่อย น่าเบื่อ น่าเวทนาเท่านั้น แต่โอกาสที่สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่ความฉิบหาย...กับ...ฉิบหาย ย่อมมีความเป็นไปได้ เสมอๆ และอาจด้วยเพราะบรรยากาศทำนองนี้หรือไม่ อย่างไร ก็มิอาจสรุปได้ ที่ทำให้ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก องค์ปัจจุบัน ท่านต้องทรงออกมาย้ำแล้ว ย้ำเล่า ถึงความสำคัญของคุณธรรมชนิดหนึ่ง ที่เรียกๆ กันว่า ขันติธรรม หรือความอดทน อดกลั้น อันถือเป็นพื้นฐานที่จะนำไปสู่คุณธรรมอีกหลายต่อหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สามัคคีธรรม อันถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกๆ สังคม ทุกๆ ประเทศ ที่กำลังอยู่ใน โลกที่อันตราย ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ...

*****

และอันที่จริงการหาทางที่จะทำให้คุณธรรมชนิดนี้ ดำรง คงอยู่ หรือสามารถปรากฏเป็นจริง เป็นจัง เป็น กระแสหลัก ของสังคมแทนความสุดโต่ง สุดสวิง ไปในด้านใด ด้านหนึ่ง องค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ท่านก็เคยทรงชี้แนะ ชี้นำเอาไว้เมื่อแค่ไม่กี่ปีมานี้เอง ผ่าน คำขวัญวันแม่ปีพุทธศักราช 2559 ด้วยข้อความที่เรียบๆ ง่ายๆ แต่สุดแสนจะลึกซึ้ง นั่นก็คือข้อความที่ว่า สอนให้ลูกทั้งหลาย-เดินสายกลาง-ทำทุกอย่างพอดี-มีเหตุผลประกอบด้วยคุณธรรม-นำทางตน-ย่อมได้คนดีพอ-ต่อบ้านเมือง คือมีแต่ต้องหันมายึดมั่นในคุณธรรมที่จะทำให้ตัวเองกลางๆ เข้าไว้ หรือมัชฌิมาปฏิปทาเข้าไว้นั่นแหละ ถึงจะพอช่วยให้เกิดความอยู่รอดปลอดภัย ให้เกิด คนดีพอต่อบ้านเมือง ขึ้นมาได้จริงๆ...

*****

ด้วยเหตุนี้...ก็เอาเป็นว่า ไม่ว่าใครถูก-ใครผิด ใครน่ารัก-น่าชัง ก็แล้วแต่จะไปคิดๆ กันเอาเอง แต่การหาทางสะกดกลั้น ยับยั้ง อารมณ์ความรู้สึกที่ตัวเองไม่ปรารถนา หรือโลกธรรมที่ตัวเองไม่พึงปรารถนา เอาไว้ให้มันอยู่ในระดับที่ไม่สวิงไปในด้านใด-ด้านหนึ่ง มากมายเกินไปนัก ให้มันออกไปทาง กลางๆ เข้าไว้นั่นแหละดี น่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะ ที่ควรเอามากๆ สำหรับบรรยากาศความเป็นไปของบ้านเมืองในทุกวันนี้ ควรมิควร...ก็แล้วแต่จะพิจารณาเอาเองก็แล้วกัน...

*****

ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Anon ... Heat not a furnace for your foe so hot, that it do singe yourself.- อย่าโหมไฟในเตาให้ร้อนเพื่อเผาผลาญศัตรูของท่าน จนมันอาจไหม้ตัวท่านเอง...

*****


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ