คอลัมน์กระจกไร้เงา: 'โล่งอก'เลื่อนใช้ราคาที่ดินใหม่

ข่าวเศรษฐกิจ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง จะเรียกว่าเป็นข่าวดีของประชาชนผู้ซื้อบ้าน กับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ได้หรือไม่ หลังจากที่กรมธนารักษ์ออกมาประกาศว่าจะเลื่อนการประ กาศใช้ราคาประเมินที่ดินใหม่ ซึ่งเดิมต้องใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ออกไปอีก 1 ปี เป็นวันที่ 1 มกราคม 2564 เนื่องจากรอ พ.ร.บ.การประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ พ.ศ.2562 ประกาศใช้ในวันที่ 22 พ.ย.นี้ การเลื่อนในครั้งนี้เป็นข้อจำกัดทางด้านเทคนิค เนื่อง จาก พ.ร.บ.การประเมินราคาทรัพย์สิน จะมีผลโดยตรงต่อการประกาศใช้ราคาประเมินที่ดินและทรัพย์สินต่างๆ ซึ่งเมื่อกฎหมายบังคับใช้จะต้องมีการออกกฎหมายลูกต้องใช้เวลา ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะเสร็จทันวันที่ 1 ม.ค.2563 หรือไม่ และในกฎหมายเปิดช่องให้ขยายเวลาใช้ราคาประเมินใหม่ได้ ดังนั้นมีการเลื่อนไปอีก 1 ปี

"ปกติราคาประเมินต้องประกาศก่อนเดือนมกราคม ประมาณ 30 วัน หรือประกาศช่วงต้นเดือนธันวาคม ซึ่งก่อนหน้านี้กรมธนารักษ์เตรียมพร้อมในการประเมินราคาที่ดินใหม่ทั่วประเทศเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อต้องนำราคา ประเมินเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายประเมินราคาทรัพย์สินคงไม่ทัน เนื่องจากต้องออกกฎหมายลูกอีกหลายฉบับ รวมถึงต้องมีการตั้งคณะกรรมการ และต้องนัดประชุมคณะกรรมการตามกฎหมายใหม่" นางสาววิลาวัลย์ วีระกุล รองอธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าว

ทั้งนี้ การคงราคาประเมินเดิมไว้ 1 ปี โดยใช้ราคา ประเมินรอบปี 2549-2562 น่าจะช่วยลดภาระของประชา ชนจากภาระถือครองที่ดินและทรัพย์สิน เช่น บ้าน ที่ดิน ได้ในระดับหนึ่ง เพราะในปี 2563 กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะมีผลบังคับใช้ ถ้าต้องใช้ราคาประเมินใหม่ในการคำนวณภาษีทำให้ประชาชนเจอ 2 เด้ง คือถูกเก็บภาษีจากราคาประเมินใหม่ อาจทำให้ภาระภาษีที่จะเสียเพิ่มขึ้น

โดยทางกรมธนารักษ์ย้ำว่า ราคาประเมินที่ดินกรมปรับปรุงไว้ในปี 2562 พบว่า ราคาที่ดินทั่วประเทศมีการปรับขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 7-8% ซึ่งก็หมายความว่า ถ้าไม่มีการเลื่อนใช้ราคาใหม่ออกไป ราคาอสังหาริมทรัพย์ในปี 2563 จะต้องขยับขึ้นอย่างน้อย 8-10% อย่างแน่นอน

ดังนั้น เรื่องนี้ยังถือเป็นข่าวดีทั้งกับผู้ที่กำลังมีแผนที่ จะซื้อบ้าน ที่ยังทำให้ซื้อบ้านในราคาเดิม โดยไม่ถูกผู้ประ กอบการใช้ข้ออ้างในการปรับขึ้นราคา ขณะที่ผู้ประกอบการ ที่เป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ ก็ยังไม่มีภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จาก ราคาที่ดินที่จะแพงขึ้นไปอีก ซึ่งต้องยอมรับว่าภาคอสังหา ริมทรัพย์ในปีนี้ไม่ค่อยสู้ดีนัก

ล่าสุด ก็มีการเปิดเผยรายงานว่า ภาพรวมอสังหาริม ทรัพย์ในปีนี้ค่อนข้างทรงตัว โดยในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ศูนย์วิจัยศุภาลัยได้ประเมินภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยรวมในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ปี 2562 ในกรณีเลวร้ายสุดคือแม้มียอดขายรวมอยู่ที่ระดับ 80,000 ยูนิต ค่ากลางของยอดขายรวมที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 100,000 ยูนิต และสูงสุดอยู่ที่ 120,000 ยูนิต ซึ่งเมื่อเทียบค่ากลางกับปีที่แล้ว ยอดขายในปีนี้จะลดลงจากปีก่อนที่ขายได้ 113,508 ยูนิต ก็ถือว่าปรับตัวลดลงเล็กน้อย

ที่สำคัญ ในตอนนี้ภาคอสังหาฯ ยังต้องเจอกับมาตร การคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย (แอลทีวี) ออกมาบังคับใช้เมื่อ 1 เม.ย.2562 ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ เหมือนถูกเบรกลงทุนกะทันหัน และต้องเร่งระบายสต๊อกกันออกมา จนดูเหมือนจะโอเวอร์ซัพพลายมากกว่าความต้องการตลาด แต่จริงๆ ไม่ใช่ แต่เป็นเพราะความสามารถในการซื้อลดลง จากมาตรการแอลทีวี ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งระบายสต๊อก ทำให้ระดับราคาอสังหาฯ โตลดลง

จะเห็นว่าในโลกของอสังหาฯ ยังมีการแข่งขันกันสูง ถ้ามีการปรับขึ้นราคาที่ดินใหม่ อาจจะทำให้เกิดภาวะซ้ำเติม จนทำให้ภาคอสังหาฯ เกิดอาการช็อกได้.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ