ยุติธรรมย้ำคดีบิลลี่ไม่มีมวยล้ม

ข่าวทั่วไป 18 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

กรุงเทพฯ * กระทรวงยุติธรรม-บิ๊กป้อมออกโรงยันคดีบิลลี่ไม่มีบิ๊ก รัฐบาลวิ่งเต้นหวังล้มคดี ชี้แม้ย้ายดีเอสไอมือสอบไปเป็นผู้ตรวจ แต่ยังช่วยงานได้ เลขาฯ รมว.ยุติธรรมเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ใกล้ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหา กรวัชร์เผยนิติเวชเร่งตรวจสอบถังน้ำมันถูกเผา แย้มสอดรับรูปคดี ชี้ 25 ต.ค.ได้ข้อสรุปผลตรวจกระดูก

นายธนกฤต จิตรอารีรัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม กล่าวถึงกระแสข่าวว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีฆาตกรรมนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก- บางกลอย ได้พยายามวิ่งเต้นผ่านผู้ใหญ่ในรัฐบาลเพื่อล้มคดีดังกล่าวว่า ไม่เป็นความจริง ก่อนหน้านี้เคยหารือกับนายวราวุธ ศิลปอา ชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยา กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว นายวราวุธได้แจ้งให้ดีเอสไอดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา การทำงานของดีเอสไอจึงไม่มีแรงกดดันใดๆ ทั้งสิ้น สำหรับข้อกังวลของกลุ่มนักสิทธิมนุษยชนและเอ็นจีโอที่เกรงว่าคดีดังกล่าวอาจจะสะดุดลง หรือกลัวว่าจะไม่มีการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในคดีนั้น ไม่ต้องห่วง คดีนี้ไม่มีมวยล้ม อยากให้ทุกคนนอนหลับฝันดี เมื่อตื่นมาในแต่ละช่วงเวลา ดีเอสไอก็จะมีการรายงานความคืบหน้าของคดีให้รับทราบเป็นระยะ หากรวบรวมพยานหลักฐานครบสมบูรณ์เพียงพอก็จะขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาแน่นอน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระ แสข่าวว่ามีการวิ่งเต้นผู้ใหญ่ในทำ เนียบรัฐบาลเพื่อให้ล้มคดีอุ้มฆ่านาย พอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกลุ่มชาติพันธุ์เชื้อสายกะเหรี่ยง รวมถึงการโยกย้าย พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รอง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งรับผิดชอบคดี ไปเป็นผู้ตรวจราช การกระทรวงยุติธรรมว่า ไม่มี ไม่ รู้เรื่อง การโยกย้าย พ.ต.ท.กรวัชร์ นั้น เป็นการตกรางวัล ไม่ได้เกี่ยวโยงกัน ไม่ได้เกี่ยวกันกับคดี และฤดูนี้เป็นฤดูโยกย้ายของเขา กระทรวงเขาก็ทำไป แล้วเดี๋ยวเขาก็กลับมาได้ ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ถึงแม้ว่าจะอยู่ในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรมเขาก็ดูแลคดีได้ โดยมีคนเข้ามารับผิดชอบด้วย

พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภา กร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงผลการตรวจสอบถังน้ำมันของกลาง ซึ่งเป็นหลักฐานในการฆาตกรรมบิลลี่ ว่าดีเอสไอต้องตรวจสอบเพื่อหาความ ชัดเจนว่าถังน้ำมันผ่านความร้อนในระดับไหน ถูกนำมาทิ้งเป็นระยะเวลานานเท่าไหร่ มีความสัมพันธ์กับชิ้นส่วนกระดูกที่พบหรือไม่ ซึ่งกองพิสูจน์หลักฐาน สถาบันนิติ เวช ระบุว่า ถังน้ำมันถูกเผาด้วยความร้อนสูง แต่รายละเอียดยัง บอกไม่ได้ทั้งหมด ยืนยันได้ว่าสอดรับกับรูปคดีของดีเอสไอมาก และสามารถนำมาเป็นพยานหลักฐานในคดีได้ ในช่วงที่ผ่านมาดีเอสไอพยายามเน้นหลักฐานทางด้านนิติ วิทยาศาสตร์ทั้งหมด และหากทราบผลทั้งหมดแล้วจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง ส่วนที่ต้องนำถังน้ำมันของกลางมาเก็บรักษาไว้ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เนื่อง จากมีความเชี่ยวชาญ มีความรู้และมีเครื่องมือที่สามารถตรวจสอบได้ และมีขั้นตอนการตรวจสอบจะหาความเชื่อมโยงทั้งหมดว่ามีการนำถังมาจากแหล่งใดบ้าง ต้องไล่หมดในทุกประเด็นทุกเรื่องเพื่อจะได้ตอบคำถามได้ ตามกระ บวนการในการพิสูจน์ เมื่อพบพยาน หลักฐาน ทั้งพยานแวดล้อม พยานบุคคล รวมทั้งพยานหลักฐานที่สำคัญก็คือ นิติวิทยาศาสตร์ เพื่อนำไปดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด

"ดีเอสไอต้องหาหลักฐานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในวันที่ 25 ต.ค. เวลา 09.00 น. จะมีการเรียกประชุมพนักงานสอบสวนทุกชุดที่ลงพื้นที่ไปทำคดีอีกครั้ง ส่วนจะมีการออกหมายจับ หมายเรียก หรือหมายค้นหรือไม่นั้น ต้องรอฟังว่าพยานหลักฐานที่รวบรวมได้มีมากขนาดไหน รวมทั้งต้องรอ ผลตรวจกระดูกส่วนที่เหลือจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ด้วยเช่นกัน เชื่อว่าผลตรวจกระดูกน่าจะ ออกทันภายในวันที่ 25 ต.ค. คาดว่าทางนิติวิทยาศาสตร์จะดำเนินการทั้งหมดให้ครบวงรอบ" พ.ต.ท.กรวัชร์กล่าว.

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ