ไทยออยล์รุกพลังงานสะอาด

ข่าวเศรษฐกิจ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

เล็ง2ปีลงทุน3,000ล.เหรียญหนุนศก.พื้นที่อีอีซี วิภาวดีรังสิต * "ไทยออยล์" เร่งเครื่องลงทุนโครงการพลังงานสะอาด ตั้งเป้า 2 ปี 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ ลั่นเกิดการจ้างงาน-สนับสนุนพื้นที่อีอีซี สร้างความเข้มแข็งให้บริษัท จ่อคุย ปตท.ดึงบริษัทขนส่งทางเรือเข้ากลุ่ม นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประ ธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรม การผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานในช่วงที่ เหลือของปี 2562 และแนวโน้ม ราคาพลังงานว่าบริษัทได้เร่งลงทุนในโครงการพลังงานสะอาด (ซีเอฟพี) ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ และในปี 2563 จะใช้เงินลงทุนเพิ่มเติมอีก 1,800 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมเป็นเงินกว่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากยอด ทั้งหมด 4,800 ล้านเหรีญสหรัฐ ซึ่งถือว่าจะเป็นการกระตุ้นการลงทุนตามนโยบายของภาครัฐ บรรยายใต้ภาพ วิรัตน์ เอื้อนฤมิต

"โครงการซีเอฟพีเป็นโครงการที่จะสร้างความมั่นคงให้กับประเทศระยะยาว จากการเพิ่มประสิทธิภาพของโรงกลั่น สร้างโอกาสการเป็นศูนย์กลางพลังงานของประชาคมอาเซียนได้ในอนาคต ทั้งนี้ ยังเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับบริษัท เป็นเครื่องมือที่จะเพิ่มยอดขาย ได้ในอนาคต และยังเป็นโครง การที่ตั้งอยู่ในพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) อีกด้วย" นายวิรัตน์กล่าว

อย่างไรก็ตาม ซึ่งเป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นในการรับน้ำมันดิบจากหลายแหล่งผลิตแล้ว ยังเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันอากาศยาน ทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศในระยะยาว โดยเป็นการเปลี่ยนน้ำมันเตาและยางมะตอยมูลค่าต่ำที่จะมีความต้องการลดลง ไปเป็นน้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยานที่มีมูลค่าสูงและมีความต้องการที่เติบโตมากขึ้นตามสภาวะอุตสาหกรรมและยังเป็นการสนับสนุนโครงการปิโตรเคมีระยะที่ 4 ของภาครัฐ

นายวิรัตน์กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 3-4 ของปี 62 ตลอดจนช่วงต้นปี 63 บริษัทคาดว่าค่าการกลั่นจะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันในภูมิภาคที่ยังขยายตัว รวมถึงการเข้าสู่ฤดูหนาวและฤดูการท่อง เที่ยว ประกอบกับการบังคับใช้กฎระเบียบควบคุมการปล่อยกำ มะถันของเรือเดินทะเล ในวันที่ 1 ม.ค.63 นี้ จะส่งผลให้เรือต้องเปลี่ยนการใช้น้ำมันเตากำมะถันสูงในปัจจุบันไปเป็นน้ำมันเตากำมะถันต่ำหรือน้ำมันดีเซลแทน ซึ่งจะส่งผลให้ส่วนต่างราคาน้ำ มันสำเร็จรูป โดยเฉพาะดีเซลและค่าการกลั่นในภาพรวมปรับตัวสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม จากการประ เมินสถานการณ์ตลาดน้ำมันดิบ โดยมีทิศทางราคาในไตรมาสที่ 4/62 ว่ามีแนวโน้มอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากสภาพเศรษฐกิจที่ยังซบเซาประกอบกับการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ (เชลออยล์) ปรับตัวสูงขึ้นจากการเปิดดำเนินการของท่อขนส่งน้ำมันในสหรัฐช่วงปลายปี โดยตัวเลขภาคเศรษฐกิจของสหรัฐเดือน ก.ย.62 อยู่ที่ระดับ 47.8 ต่ำสุดในรอบ 10 ปี นับเป็นการหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 เนื่องจากปัญหาสงครามการค้า

นอกจากนี้ไทยออยล์ยังมีแผนที่จะเจรจากับกลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อปรับโครงสร้างบริษัท ไทยออยล์มารีน จำกัด (TM) ที่เป็นบริษัทขนส่งทางเรือ ให้เข้ามาอยู่ในกลุ่ม ปตท. ด้วย เนื่องจากจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งทางด้านธุรกิจโลจิสติกส์แล้ว ยังตอบสนองความต้องการของบริษัทในเครือ ปตท.ที่มีความต้องการใช้บริการขนส่งทางเรือเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งเห็นได้จากที่ ปตท.เข้าร่วมประมูลโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะ 3 ในพื้นที่อีอีซี ซึ่งทั้งนี้หากมีการใช้บริการด้านโลจิสติกส์ของบริษัทในเครือก็จะทำให้มีต้นทุนที่ดีกว่าอีกด้วย.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ