เพาเวอร์กรีนปีที่ 14 ค่ายเยาวชนตระหนักรู้โลกร้อน

ข่าวบันเทิง 19 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

อายุคงไม่ใช่ข้อจำกัดของการลุกขึ้นมาทำประโยชน์เพื่อสังคมหรือทำอะไรเพื่อโลกใบนี้ เมื่อเยาวชนหลายคนกล้าที่จะได้ลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวในเรื่องภาวะโลกร้อนและสิ่งแวดล้อม อย่าง เกรตา ธันเบิร์ก อายุ 15 ปี จากประเทศสวีเดน ที่ได้ออกมาประท้วงและเรียกร้องการแก้ปัญหาโลกร้อน ในการประชุมรัฐสภาในกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน นี่คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าเยาวชนคืออนาคตของชาติ และของโลก การปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกในการรักษ์และหวงแหนสิ่งแวดล้อม ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบที่ร้ายแรงของภาวะโลกร้อนที่จะทำลายมนุษย์และโลก จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ บรรยายใต้ภาพ เยาวชนเข้าฐานการเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม อุดมลักษณ์ โอฬาร กิตติภูมิ ตรีสาม การเรียนรู้เรื่องป่าชายเลน บรรยากาศค่ายเพาเวอร์กรีน รศ.ดร.รัตนวัฒน์ให้ความรู้เยาวชนเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพ

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) จึงได้ร่วมกับคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เพาเวอร์กรีน ปีที่ 14 ภายใต้หัวข้อ "รวมพลังเยาวชน สู้วิกฤตโลกร้อน ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ" โดยมีเยาวชนเข้าชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5 สายวิทยาศาสตร์ เข้าร่วมจำนวน 70 คนจากทั่วประเทศ เพื่อร่วมศึกษาผลกระทบจากวิกฤติโลกร้อนต่อสิ่งมีชีวิต รวมถึงเรียนรู้แนวทางการรับมือ และร่วมคิดค้นวิธีการจัดการ ป้องกันและแก้ไขปัญหาจากวิกฤติดังกล่าว เพื่อปกป้องคุณภาพชีวิตของมนุษย์และการดำรงอยู่ของความหลากหลายทางชีวภาพ ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ในระหว่างวันที่ 7-14 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา

ในภาคปฏิบัติ เยาวชนได้เดินทางไปทัศนศึกษาที่ อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่มีความหลากหลายทางชีวภาพที่อุดมสมบูรณ์ ทำกิจกรรมการเรียนรู้ ในหัวข้อการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แบ่งออกเป็น 8 ฐาน ได้แก่ 1.ถ้ำ...ฝ่าวิกฤติโลกร้อนจากหลักฐานในอดีตกาล 2.ป่าชายเลน...สู้วิกฤติน้ำท่วมโลกและการกัดเซาะชายฝั่ง 3.ป่าชายหาด...เกราะธรรมชาติที่ถูกลืมเลือน 4.ป่าเบญจพรรณบนเขาหินปูน...ความแปรผันบนความเปลี่ยนแปลง 5.นากุ้ง...วิถีบนความเปราะบาง 6.วิถีชีวิตชุมชนคนชายฝั่ง...การรับมือกับวิกฤติโลกร้อน 7.ชีวิตบนผาชัน...การปรับตัวเพื่อความอยู่รอด และ 8.ชีวิตสะเทินน้ำสะเทินบก...การต่อสู้ในสภาวะแวดล้อมผันผวน เพื่อให้เยาวชนได้เข้าใจในการลงพื้นที่จริง และสามารถนำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในอนาคต

นางอุดมลักษณ์ โอฬาร ผู้อำนวยการสายอาวุโส-สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ค่ายในปีนี้ได้มุ่งเน้นให้เยาวชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งกำลังเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับโลกที่อยู่ในขั้นวิกฤติ เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนได้ตระหนักถึงผลกระทบ และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันแก้ไขปัญหา ที่ภายในค่ายก็จะมีทั้งในแบบวิชาการ และลงพื้นที่ปฏิบัติ อย่างในการลงพื้นที่ในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ซึ่งเยาวชนในวัยที่ได้คัดเลือกมาเข้าค่ายมีความกระตือรือร้น และเข้าใจเร็วในการเรียนรู้ทั้งการทำงานอย่างเป็นทีม มีความคิดสร้างสรรค์ และที่สำคัญคือการได้เห็นว่าพวกเขามีความหลงใหลในเรื่องที่สนใจอย่างจริงจัง

"หลังจากจบค่ายเราไม่ได้คาดหวังว่าเยาวชนทุกคนจะนำสิ่งที่เรียนรู้ลงไปปฏิบัติอย่างจริงจัง เพียงแค่ให้เขาได้เกิดความตระหนักในการรักษาและอยากดูแลสิ่งแวดล้อม และเริ่มทำด้วยตนเองจากการแยกขยะให้ได้ หรือนำสิ่งที่ได้ไปเผยแพร่ในครอบครัว หรือในโรงเรียน ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ อีกทั้งหลักจากนี้เราก็จะมีการติดตามหรือพูดคุยกับเด็กอยู่เสมอ หรือในการพาไปทัศนศึกษาที่ต่างประเทศที่ได้จัดขึ้นเพื่อให้เยาวชนได้ออกไปเรียนรู้และได้เห็นการพัฒนาของประเทศอื่นๆ ซึ่งอาจจะเกิดเป็นแนวคิดในการพัฒนาประเทศไทยในอนาคต นอกจากนี้ยังได้สร้างแรงบันดาลใจและทัศนคติเชิงบวกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้เยาวชนผ่านกิจกรรมเสวนาพิเศษ จากคณะวิทยากรผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม ก่อนนำเสนอโครงงานด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมที่ตกผลึกจากการเรียนรู้ตลอดระยะเวลาค่ายฯ" อุดมลักษณ์กล่าว

รศ.ดร.รัตนวัฒน์ ไชยรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ในฐานะประธานค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เพาเวอร์กรีน ปีที่ 14 กล่าวว่า อย่างที่ทราบว่าในสถานการณ์ภาวะโลกมีความรุนแรงมากขึ้น จากการประมาณการณ์ที่คาดว่าอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า อุณหภูมิจะเพิ่มสูงขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส ก็จะส่งผลกระทบกับสิ่งมีชีวิตหลายชนิดโดยเฉพาะพวกที่ไม่สามารถปรับตัวรับกับอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นได้ นำไปสู่การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของสิ่งมีชีวิต และหากอุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น หรือน้ำทะเลเพิ่มขึ้น 1 เมตร ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง ประเทศไทยในบางจังหวัดอาจจะจมน้ำ ดังนั้นในตอนที่ยังสามารถป้องกันและแก้ไขได้ ส่วนสำคัญคือ การปลูกฝังตั้งแต่ยังเด็ก และมนุษย์ทุกคนก็ควรจะช่วยการลดการสร้างขยะ มลพิษ และไม่ตัดไม้ทำลายป่า

ประธานค่ายฯ กล่าวเสริมว่า ในการนำเยาวชนลงพื้นที่ทำกิจกรรมผ่านฐานทั้ง 8 ฐาน ในพื้นที่เขาสามร้อยยอดเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ และเป็นพื้นที่เขตเงาฝน หรือการเรียนรู้ป่าชายเลน ป่าชายหาด หรือบนภูเขาที่มีสภาพเป็นเขาหินซึ่งเป็นป่าเบญจพรรณ มีสัตว์ป่าสำคัญ อย่าง เลียงผา เสื้อป่า ได้เห็นวิถีชีวิตชุมชนที่พึ่งพาธรรมชาติ ทำให้เด็กได้เข้าใจในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะหากไม่ทำก็อาจจะทำให้เกิดภาวะแห้งแล้ง หรือน้ำท่วม ซึ่งเด็กรุ่นใหม่มองปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ค่อนข้างดี แต่ก็ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่ยังไม่เข้าใจว่าปัญหานี้มีผลกระทบกับชุมชนตนเองอย่างไร แต่การได้มาเข้าค่ายอาจจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการรับรู้ในบริบทของพื้นที่ที่เยาวชนอาศัยอยู่ เพื่อร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกด้านสิ่งแวดล้อมในชุมชนและประเทศชาติต่อไป

นายกิตติภูมิ ตรีสาม นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ ฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา บอกว่า ส่วนใหญ่ได้รับรู้ปัญหาสิ่งแวดล้อมผ่านสื่อโซเชียล ทั้งเรื่องไฟป่าอเมซอน หรือการตายของ พยูนมาเรียมเพราะขยะในทะเล และแรงบันดาลใจในการรักษาสิ่งแวดล้อมจากการฟัง เกรตา ธันเบิร์ก สะท้อนให้เห็นว่าเยาวชนมีปากมีเสียง หรือในพื้นที่จังหวัดตนเองที่มีป่าชายเลนติดกับแม่น้ำบางปะกง ซึ่งมีต้นโกงกางที่ทำฟืนได้ดี ชาวบ้านก็มักจะตัดไปทำฟืนทำให้เกิดผลกระทบกับการเจริญเติบโตของพืชอื่นๆ ในการมาเข้าค่ายและได้เรียนรู้กิจกรรมในฐานต่างๆ จึงทำให้ตนได้เกิดแนวคิดที่อยากจะสร้างแพลตฟอร์มบนโซเชียลที่ทุกคน ทุกช่วงวัย และชาวบ้านเองก็สามารถเข้าถึงได้ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และสามารถให้ทุกคนมาแสดงความคิดเห็น อาจจะเป็นการส่งต่อแนวทางแก้ไขไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้

นายธีรายุวัฒน์ ศิริรักษ์ นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 2 จ.กรุงเทพฯ บอกว่า ในการลงพื้นที่จริง และการได้รับความรู้ในเชิงวิชาการด้วย เป็นสิ่งที่เสริมความรู้และใจที่อยากจะแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม อย่างในการเรียนรู้จากฐานป่าชายหาด ป่าชายเลน และพืชชนิดต่างๆ ที่การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิมีผลกระทบสำคัญในการทำให้เกิดความเสียหายและการสูญพันธุ์ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ตนจะนำไปส่งต่อให้กับน้องๆ ในโรงเรียน และอาจจะขยายไปยังชุมชนรอบข้างด้วย.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ