คุก6เดือน'เสี่ยท็อป'เช็คเด้ง

ข่าวทั่วไป 19 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

รัชดาภิเษก * ส่งเสี่ยท็อปเข้าคุก คดีเช็คเด้งหลอกซื้อคลินิกเสริมความงาม นำชื่อไปแอบอ้างหลอกลวงประชาชนแล้วหลบหนีตั้ง แต่ปี 59 ทนายเผยเจ้าตัวยังห่วงธุรกิจพันล้าน เมื่อวันศุกร์ ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.ดอน เมืองได้คุมตัวนายธนณัฏฐ์ สิริปิยพร หรือเสี่ยท็อป อายุ 49 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับระ หว่างพิจารณาศาลแขวงพระ นครเหนือ คดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.8062/2558 คดีหมาย เลขแดงที่ อ.9319/2559 ข้อหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้ เช็ค ซึ่งหลบหนีไม่มาฟังคำพิ พากษาของศาลในปี พ.ศ.2559 ศาลแขวงพระนครเหนือจึงออกหมายจับลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 จึงมีการคุมตัวนายธน ณัฏฐ์มาบังคับตามคำพิพากษาในวันนี้

โดยคำฟ้องคดีระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2557 น.ส.สุภาพรณ์ อัมภาพันธุ์กิจ ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ในคดีออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย โดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น โดย น.ส.สุภาพรณ์ได้รับการติดต่อจากนายธนณัฏฐ์ เพื่อที่จะขอซื้อคลินิกเสริมความงามชื่อไอซิสคลินิก ที่ น.ส.สุภาพรณ์เป็นเจ้าของ โดยพูดสร้างความน่าเชื่อถือ พูดจาหว่านล้อมต่างๆ จนทำให้ น.ส.สุภาพรณ์ตัดสินใจขายคลินิกให้แก่นายธนณัฏฐ์ ในราคา 8 ล้าน 5 แสนบาท

นายธนณัฏฐ์ได้สั่งจ่ายเช็คให้ น.ส.สุภาพรณ์ แต่หลังจากที่ น.ส.สุภาพรณ์นำเช็คไปขึ้นเงิน ธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงิน และหลังจากนั้นนายธนณัฏฐ์ได้นำชื่อคลินิกไป ใช้ในการแอบอ้างหลอกลวงผู้อื่นในทางเสียหาย จนทำให้คลินิกของ น.ส.สุภาพรณ์เสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก น.ส.สุภาพรณ์จึงดำเนินคดีนายธนณัฏฐ์ให้ถึงที่สุดเพื่อให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว

ภายหลัง ว่าที่ร้อยตรี ดร. สุรพล สินธุนาวา ทนายความของนายธนณัฏฐ์ ระบุถึงข้อมูลคดีนี้ว่า เมื่อปี 2559 เสี่ยท็อปได้ตกลงกับคู่ค้าจะลงทุนทำธุรกิจเสริมความงาม วงเงิน 8 ล้าน ต่อรองลงมาเหลือ 4.5 ล้าน และตกลงกันล่าสุดเหลือ 1 ล้านบาท โดยเสี่ยท็อปได้จ่ายเป็นเช็คให้ แต่เช็คไม่สามารถขึ้นเงินได้ หรือเช็คเด้ง ทำให้คู่กรณีมาฟ้องร้องเสี่ยท็อปต่อ ศาลแขวงพระนครเหนือ มารดาของเสี่ยท็อปจึงได้นำโฉนดที่ดินที่ลำลูกกาคลอง 4 มาวางไว้เพื่อเป็นหลักค้ำประกัน ว่าจะนำเงินมาชดใช้ให้ในภายหลัง ซึ่งขณะนี้โฉนดที่ดินก็ยังอยู่กับคู่กรณี และยังไม่มีการเซ็นโอนที่ดินให้กันแต่อย่างใด

ทั้งนี้เมื่อถึงวันฟังคำพิ พากษาในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 เสี่ยท็อปกลับไม่มาฟังคำพิพากษา และไม่อ้างเหตุแห่งความจำเป็น โดยอ้างเพียงว่าติดภารกิจที่ต่างประเทศ ศาลจึงอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยสั่งจำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยไว้ 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา พร้อมกับให้ออกหมายจับจำเลยไว้

จากนั้นเสี่ยท็อปไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ตามระยะเวลาที่กฎ หมายกำหนด ทำให้ขาดอุทธรณ์และทำให้คดีถึงที่สุดแล้ว หลังจากตำรวจติดตามจับกุมตัวเสี่ยท็อปได้จึงนำส่งศาล ศาลได้แจ้งผลคำพิพากษาให้เสี่ยท็อปทราบว่าคดีนี้ถึงที่สุดแล้ว และให้รับโทษตามคำพิพากษาคือจำคุก 6 เดือน จึงต้องส่งตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

ทนายความระบุด้วยว่า เสี่ยท็อปมีความกังวลเรื่องสุข ภาพเนื่องจากเป็นโรคเบาหวาน และกังวลเรื่องเงินจากการทำธุรกิจที่จะได้รับประมาณ 1,000 ล้านบาท แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าเป็นธุรกิจด้านไหนเกี่ยวกับเรื่องอะไร.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ