'จุรินทร์'ยันดูแลฐานราก

ข่าวเศรษฐกิจ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ชูประกันรายได้พร้อมผลักดันเต็มที่ ไทยโพสต์ * "จุรินทร์" ชี้แจงฝ่ายค้าน ยันรัฐบาลดูแลเศรษฐกิจฐานราก โชว์ประกันรายได้สินค้าเกษตร 5 ชนิด ทำสำเร็จแล้ว 3 ด้าน ธกส.แจงการโอนเงินส่วนต่างในพื้นที่ภาคใต้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการอภิปรายงบประมาณของ ส.ส.ฝ่ายค้านในส่วนของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจฐาน รากว่า ได้ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก โดยหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนคือ นโยบายประกันรายได้เกษตรกร มีสินค้า 5 ชนิด คือ ปาล์มน้ำ มัน ข้าว ยางพารา มันสำปะ หลังและข้าวโพด และยังให้ความสำคัญกับพืชเกษตรอื่นๆ แต่ใช้ยาคนละขนาน โดยมีเป้าหมายผลักดันให้ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้น เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น บรรยายใต้ภาพ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

ทั้งนี้ ในส่วนของโครง การประกันรายได้ ขณะนี้ได้ทำสำเร็จไปแล้ว 3 ชนิด คือ ปาล์มน้ำมัน ข้าว และยางพารา โดยสามารถเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรที่จะมีรายรับ 2 ทาง คือ จากการขายสินค้าในตลาด และเงินส่วนต่างจากราคาประ กันรายได้ ทำให้เกษตรกรมีคุณ ภาพชีวิตดีขึ้น แม้จะเป็นช่วงที่ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ

สำหรับปาล์มน้ำมัน ประ กันราคากิโลกรัม (กก.) ละ 4 บาท งบประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท ได้โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรแล้วเมื่อวันที่ 1 ต.ค.62 ส่วนข้าวได้ประกันราคาข้าว เปลือก 5 ชนิด ได้เริ่มจ่ายเงินส่วนต่างวันที่ 15 ต.ค.62 ที่ผ่าน มา ส่วนชาวนาภาคใต้ที่มีปัญหา ไม่ได้รับเงินส่วนต่าง ล่าสุดธนา คารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้โอนเงินให้แล้วเมื่อวันที่ 17 ต.ค.62

ขณะที่ยางพาราตั้งงบไว้แล้ว 24,000 ล้านบาท คณะรัฐมนรตี (ครม.) เห็นชอบเมื่อวันที่ 15 ต.ค.62 และประกันยาง 3 แบบคือ ยางแผ่นดิบคุณภาพดี 60 บาทต่อ กก. น้ำยางสด (DRC 100%) 57 บาทต่อ กก. ยางก้อนถ้วย (DRC 50%) 23 บาทต่อ กก. ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ไร่ จะโอนส่วนต่างวันที่ 1-15 พ.ย.62 ใช้เวลา 15 วัน และมันสำปะหลังมีการนัดประชุม 3 ฝ่าย ที่ จ.อุดรธานี วันที่ 27 ต.ค.62 ข้าวโพดจะนัดประชุมที่ จ.เพชรบูรณ์ ต้นเดือน พ.ย.62 และจะนำเรื่องเข้า ครม.ตามกระบวนการเหมือนสินค้าเกษตรอื่นต่อไป

นายสมเกียรติ กิมาวหา ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การ เกษตร (ธ.ก.ส.) ชี้แจงว่า จากกรณีที่ ธ.ก.ส.ได้โอนเงินส่วนต่างประกันรายได้รอบแรกให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมีการปลูกข้าวตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.62 และระบุการเก็บเกี่ยวในช่วงนี้ และเนื่องจากเป็นการโอนเงินในรอบแรกของโครงการสำหรับฤดูทำนาในปีนี้ จึงต้องมีการตรวจสอบซ้ำเพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของโครงการ ประกอบกับมีการทักท้วงขอให้มีการตรวจทานข้อมูลที่อาจไม่สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 ส.ค.62 ซึ่งกำหนดระยะเวลาที่จะขอใช้สิทธิ์ชดเชย ระหว่างวันที่ 15 ต.ค.62 - 28 ก.พ.63 ยกเว้นเกษตรกรภาคใต้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. - 31 พ.ค.63 เพื่อป้องกันความเสียหาย ธ.ก.ส.จึงได้มีการดึงเงินกลับและเร่งดำเนินการสอบทานความถูกต้องให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ครม.กำหนด และป้องกันปัญหาเกษตรกรได้รับเงินชดเชยส่วนต่างก่อนระยะเวลาที่กำหนด.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ