คอลัมน์อาทิตย์เอกเขนก: วิทยา ยาม่วง รู้จักคน รู้จักงาน พัฒนาเพื่อประชาชน

ข่าวเศรษฐกิจ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

กรมเจ้าท่า หนึ่งในหน่วยงานสังกัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งมีภารกิจที่สำคัญคือการกำกับดูแล การส่งเสริมการพัฒนาระบบการขนส่งทางน้ำและการพาณิชยนาวีให้มีการเชื่อมต่อกับระบบการขนส่งอื่นๆ ทั้งการขนส่งผู้โดยสาร สินค้า ท่าเรือ อู่เรือ กองเรือไทย และกิจการเกี่ยวเนื่องทางน้ำ ล่าสุดเมื่อต้นเดือนกันยายน 2562 ที่ผ่านมา "วิทยา ยาม่วง" ได้รับแต่งตั้งให้นั่งอธิบดีกรมเจ้าท่า หลังจากนั่งบริหารงานในตำแหน่งอธิบดีกรมเจ้าท่า วิทยา ยาม่วง เล่าให้ฟังว่า สิ่งแรกที่จะต้องทำหลังจากรับตำแหน่งคือ การพัฒนาตัวเองก่อน ปรับการทำงานให้เข้ากับทุกคน สิ่งต่างๆ จะไม่สำเร็จหากทุกคนในกรมไม่ร่วมมือกัน ตอนนี้ต้องขับเคลื่อนไปด้วยกัน และในฐานะที่เคยอยู่กรมมาเป็นระยะเวลา 30 ปี รู้จักคน รู้จักงาน รู้ว่าจะต้องบริหารร่วมกันเป็นพี่เป็นน้องกัน เมื่อมีปัญหาก็แก้ไขไปด้วยกัน

ส่วนภารกิจที่ได้ดำเนินการขณะนี้คือ การควบคุมมาตรการการเดินเรือ ที่มีปัญหาเรื่องของบุคลากรไม่เพียงพอ รวมถึงเรื่องงบประมาณในส่วนของท่าเรือหลักๆ ได้มีการพูดคุยหารือกับเอกชนในการเชื่อมกล้อง CCTV เข้ามาที่กรมเจ้าท่าของแต่ละสาขา เพื่อเช็กในเรื่องของการขนส่งคนและสินค้า เวลาที่เรือเข้ามาจะสามารถตรวจสอบได้ ทั้งทะเบียนเรือ และเวลาเข้า-ออก ในส่วนนี้จะช่วยทำให้ประหยัดงบประมาณ รวมถึงแรงงานคน

นอกจากนี้ได้มีการปรับปรุงการให้บริการสำหรับประชาชนที่จะเข้ามาติดต่อราชการภายในกรมเจ้าท่า โดยการปรับปรุงห้องน้ำ และบริการต่างๆ โดยในอนาคตมีแผนการจะขยายการให้บริการห้องน้ำไปตามท่าเรือหลักๆ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลว่าจะมีท่าเรือไหนบ้าง

อธิบดีวิทยา เล่าต่อว่า ยังให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยทางน้ำ เน้นในทุกๆ ด้าน เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจ โดยเพิ่มมาตรฐานการดูแลความปลอดภัยทางน้ำทางทะเล ทั้งท่าเรือ เรือ อุปกรณ์ช่วยชีวิตได้มาตรฐานสากล ควบคุม ตรวจตราให้เรือทุกลำที่อยู่ในน่านน้ำไทยต้องมีมาตรฐานความปลอดภัย คนประจำเรือต้องมีมาตรฐานในแต่ละประเภท มีระบบตรวจสอบและติดตามเรือ

รวมถึงดูแลรักษาสภาพลำน้ำ โดยให้กรมเจ้าท่าพัฒนาลำน้ำและแหล่งน้ำสาธารณะที่อยู่ในความดูแล โดยบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบรรเทาปัญหาภัยแล้ง ป้องกันอุทกภัย ดูแลสภาพลำน้ำต่างๆ และการเชื่อมต่อการเดินทางระบบอื่นๆ อย่างไร้รอยต่อ เช่น รถไฟฟ้า

เมื่อถามว่าทำงานหนักแบบนี้มีอะไรเป็นที่ยึดเหนี่ยวใจ อธิบดีกรมเจ้าท่า รีบเสริมขึ้นว่า ตัวเองเป็นทหารเรือเก่า มีเพลงเดินหน้า พระนิพนธ์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ไว้คอยเตือนใจ โดยที่มีเนื้อเพลงว่า "เกิดมาทั้งทีมันก็ดีอยู่แต่เมื่อเป็น อีกสามร้อยปีก็ไม่มี ใครจะเห็น ใครเขาจะนึก ใครเขาจะฝัน เขาก็ลืมกัน เหมือนตัวเล็น นานไปเขาก็ลืม ใครหรือจะยืมชีวิตให้เป็น ใครจะเห็น ก็เห็นแต่น้ำใจ จำได้แต่ชื่อ ว่าตัวเราคือทหารเรือไทย ตายแต่ตัว ชื่อยังฟุ้ง ทั่วทั้งกรุง ก็ไม่ลืมได้

  • ทั้งเซาธ์ ทั้งเวสท์ ทั้งนอร์ธ ทั้งอีสท์ จะคิดถึงตัวเราไย จะต้องตายทุกคนไป ส่วนตัวเราตาย ไว้ยืน ไว้ยืนแต่ชื่อ ให้โลกทั้งหลายเขาลือ ว่าตัวเราคือ ทหารเรือไทย เกิดมาทั้งทีมันก็มีอยู่แต่ทุกข์ภัย วันนี้เคราะห์ดี รุ่งขึ้นพรุ่งนี้ จะเป็นอย่างไร ดีเคยพบ ชั่วเคยเห็น จนเคยเป็น มีเคยได้ อนาคตเราไม่รู้ ถึงไม่รู้ ก็ต้องเดินไป* จะกลัวไปไย มันก็ล่วงไปตามเวลา ไม่ตายวันนี้ ก็คงไปซี้เอาวันข้างหน้า วันนี้ยอ พรุ่งนี้ด่า ไม่ใช่ขี้ข้า ปากของใคร" เพลงนี้ผมจำได้ขึ้นใจ เมื่อได้ท่องแล้วทำให้เกิดมีพลัง พร้อมที่จะลุกขึ้นสู้

เห็นต้องทำงานแบบนี้ เมื่อถามว่ามีเวลาพักผ่อนอย่างไรบ้าง ท่านอธิบดีบอกว่า เป็นคนชอบออกกำลังกาย แต่จะออกที่บ้าน เป็นคนไม่ดื่มเหล้า เข้านอนสี่ทุ่ม ตื่นตีสี่ ออกจากบ้านตีห้าเพื่อเดินไปทำงาน ท่านอธิบดี ก็พูดตบท้ายว่า หลังจากนี้กรมเจ้าท่าจะมีการพัฒนามากยิ่งขึ้นในทุกๆ ด้าน เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายเมื่อมาใช้บริการ.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ