คอลัมน์มองเมือง: เที่ยวเชียงราย...เอนกายรับลมหนาว

ข่าวทั่วไป 20 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

สรณะ รายงาน เมื่อถึงฤดูหนาว หลายคนอยากจะเดินทางไปภาคเหนือสัมผัสความประทับใจและสวยงามของทะเลหมอกบนยอดภู ทั้งไม้ดอกไม้ประดับและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ยกตัว อย่างเช่น จังหวัดเชียงราย นอกจากทุกท่านจะได้เอนกายรับลมหนาวสัมผัสอากาศเย็นแล้ว ยังได้ชมธรรมชาติที่งดงาม ชื่นชมแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมเสพงานศิลป์ต่างๆ ที่บรรดาศิลปินชื่อดังของเมืองไทยฝากผลงานเอาไว้มากมาย ขอเริ่มต้นที่ผู้ชมชอบสายธรรมชาติ ไม่ควรพลาด "ภูชี้ฟ้า" เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมาเฝ้ารอพระอาทิตย์ขึ้นขอบฟ้าแต่เช้าตรู่ โดยมีลักษณะเป็นยอดเขาที่แหลมชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้าและยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว ถัดมาคือ "ภูชี้ดาว" แหล่งท่องเที่ยวที่มี วิวทิวทัศน์สวยงาม เป็นสันเขาแคบๆ ที่สามารถขึ้นไปจุดสูงสุดสามารถชมวิวได้แบบ 360 องศา ยอดภูยื่นออกไปกลางขุนเขาที่สูงชันปกคลุมด้วยผืนหญ้าและป่าไม้

ต่อด้วย "ภูชี้เดือน" เป็นเนินเขาที่ทอดตัวเป็นแนวยาวไปตามแนวชายแดนฝั่งไทย ลักษณะเป็นหน้าผาสูงชัน ตั้งโดดเด่นอยู่ระหว่างภูชี้ฟ้าและผาตั้ง และด้วยความสูงของภูชี้เดือนที่สูงกว่ายอดภูเขาลูกอื่น ทำให้สามารถมองเห็นยอดภูชี้ฟ้า ผาตั้ง ภูชี้ดาว ได้พร้อมกันทั้ง 3 ลูก

จากนั้นเปลี่ยนไปชม "โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ" ที่ประกอบไปด้วยไฮไลต์ท่องเที่ยวที่สำคัญ คือ พระตำหนักดอยตุง ของสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่า ระหว่างทรงงานที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ เน้นความเรียบง่ายและใช้ประโยชน์ได้จริง อันสะท้อนถึงพระราชจริยวัตรที่งดงามของพระองค์ท่าน

"สวนแม่ฟ้าหลวง" สวนดอกไม้เมืองหนาวหลากสีนับร้อยสายพันธุ์บนเนื้อที่ 30 ไร่ ที่ออกดอกสวยงามตลอดฤดูกาล และ "สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง" ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงสุด เป็นจุดชมวิวที่มองเห็น 3 ประเทศในสามเหลี่ยมทองคำ เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์กุหลาบพันปี กล้วยไม้ป่า และต้นไม้จากต่างประเทศ

ไม่ควรพลาดไปเยือน "ไร่เชิญตะวัน" สถานที่ปฏิบัติธรรมของท่านพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมอันเต็มเปี่ยมไปด้วยสุข เงียบ และสงบ ท่ามกลางธรรมชาติ

นอกจากนี้ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่น่าสนใจคือ "ชุมชนบ้านปางห้า" โฮมสเตย์ท่องเที่ยวชุมชนบ้านปางห้า ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่มีวิถีชีวิตและอาชีพที่ทำกันมาแต่ดั้งเดิม นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตแบบท้องถิ่น โดยมีกิจกรรมปั่นจักรยานตามเส้นทาง เรียนรู้การทำกระดาษสา ตีมีด เพาะเลี้ยงจิ้งหรีด และทำเทียนไข

ส่วนใครชื่นชอบแนวผจญภัย แนะนำให้ไป "ไร่สิงห์ปาร์ค เชียงราย" ซึ่งเป็นกิจการของเอกชนที่ทำธุรกิจแบบช่วยสังคม หรือซีเอสอาร์ไปด้วย มีชาและกาแฟดังๆ หลายแบรนด์ มีอาหารธรรมชาติซึ่งเป็นออร์แกนิก เป็นอาหารปลอดภัยหรือเกษตรอินทรีย์ และกิจกรรมวิ่งหรือปั่นจักรยานท่ามกลางไร่ชาที่สนุกสนานและสวยงามอีกด้วย

ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวทางวัดวาอารามและงานศิลปะ เมืองเชียงรายก็ไม่น้อยหน้าใคร โดยเฉพาะ "วัดร่องขุ่น" ที่มีความงดงาม โดยศิลปะที่ถูกถ่ายทอดผ่านงานพุทธศิลป์ ผลงานของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ผสมผสานทั้งงานด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรมปูนปั้น และจิตรกรรมไทย ความงดงามของพระอุโบสถ สีขาวบริสุทธิ์อลังการด้วยงานปูนปั้นอ่อนช้อย แต่แฝงด้วยหลักธรรมคำสอนมากมาย ดึงดูดให้ผู้คนทั่วโลกเดินทางมาชื่นชมผลงาน

"บ้านดำ" (บ้านศิลปินถวัลย์ ดัชนี) บ้านทรงล้านนา 36 หลัง สีดำ และเป็นสีโปรดของเจ้าของบ้านทั้งหมด ซึ่งไม่เพียงเป็นที่เก็บของสะสมมากมาย แต่ยังเป็นสถานที่ที่ใครมาเชียงรายต้องแวะมาเยี่ยม

จากนั้นไป "วัดห้วยปลากั้ง" วัดร้างที่ถูกบูรณะขึ้นใหม่ โดยเฉพาะพบโชคเจดีย์ 9 ชั้นที่สร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมจีนผสมกับ ล้านนา และเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาอีกลูก ทำให้ที่นี่กลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเชียงรายอีกแห่งหนึ่ง

ถัดมา "วัดร่องเสือเต้น" พระอุโบสถใหม่ที่สร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบไทยประยุกต์ ที่มีศิลปะความงดงามแปลกตา จากฝีมือการรังสรรค์ของนายพุทธา กาบแก้ว หรือ สล่านก ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงราย ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เฉลิมชัย และเคยเข้าไปทำงานที่วัดร่องขุ่น เป็นศิลปะประยุกต์ที่เป็นเอกลักษณ์ ใช้เฉดสีเป็นสีน้ำเงินฟ้าตัดกับสีทองสถาปัตยกรรมความงดงามจากช่างปูนปั้น

"วัดพระธาตุผาเงา" มีเจดีย์ทรงระฆังขนาดเล็ก ตั้งอยู่บนก้อนหินใหญ่ ด้านล่างเจดีย์มีก้อนหินพาดอยู่ลักษณะคล้ายเงา ตัววิหารปัจจุบันสร้างทับซากวิหารเดิม ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อผาเงา ซึ่งถูกค้นพบในปี พ.ศ.2519 มีอายุระหว่าง 700-1,300 ปี บนยอดเขาด้านหลังวัดเป็นที่ตั้งพระบรมธาตุพุทธนิมิตเจดีย์ ซึ่งเป็นจุดที่มองเห็นทิวทัศน์สวยงามได้โดยรอบ และยังมีจุดท่องเที่ยวภายในบริเวณวัด ได้แก่ พระอุโบสถไม้สักทอง พระวิหารหลวงพ่อผาเงา หอพระไตรปิฎกเฉลิมพระเกียรติ และศูนย์จำหน่ายสินค้าโอท็อป

ปิดท้ายด้วยแหล่งท่องเที่ยวงานศิลป์ คือ "หอนาฬิกาเปลี่ยนสีพุทธศิลป์เชียงราย" หรือ

หอนาฬิกาเชียงราย สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2548 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ออกแบบโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ มีการบอกเวลาทุกชั่วโมง และในเวลา 19.00, 20.00, 21.00 นาฬิกาของทุกวัน จะมีไฟข้างในเปลี่ยนสีพร้อมกับมีเสียงเพลงเชียงรายรำลึก หรือดนตรีบรรเลง ดังลั่นใจกลางเมืองให้นักท่องเที่ยวและผู้สัญจรผ่านไปมาได้ชมศิลปะอันวิจิตรแห่งนี้ที่สวยที่สุดในประเทศไทย

เชื่อว่าฤดูหนาวเช่นนี้ หากท่านเดินทางมาท่องเที่ยวเมืองเหนือสุดของประเทศแห่งนี้รับรองว่าจะไม่ผิดหวัง และยังเข้าใจ เข้าถึงวิถีเชียงราย...แต้แต้อีกด้วย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย โทร. 0-5371-7433, 0-5374-4674-5.

'100 เดียวเที่ยวทั่วไทย' ลงทะเบียน 4 วัน

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวปลายปีนี้ ว่า ททท.ได้เตรียมมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย 2 มาตรการ คือ มาตรการ "ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย" และมาตรการ "วันธรรมดาราคาช็อกโลก" ซึ่งมาตรการ "ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย" ได้เตรียมสินค้าเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวไว้กว่า 40,000 รายการ โดยจะจำหน่ายในราคา 100 บาทต่อรายการ เปิดให้ประชาชนลงทะเบียน 4 วัน คือ วันที่ 11-12 พฤศจิกายนนี้ และวันที่ 11-12 ธันวาคม 2562 ซึ่งจะให้สิทธิ์วันละ 10,000 รายการ ทั้งนี้ สามารถลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และลงทะเบียนได้ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของทั้ง 4 วันลงทะเบียน

          ส่วนมาตรการ "วันธรรมดาราคาช็อกโลก" จะเปิดให้ใช้สิทธิ์ท่องเที่ยวได้ในวันจันทร์วันพฤหัสบดี ซึ่งจะเริ่มใช้มาตรการตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน จนถึง 31 ธันวาคม 2562 โดยจะจัดรายการลดราคาพิเศษสินค้าท่องเที่ยวกว่าร้อยละ 70 ขณะเดียวกันเว็บไซต์ ททท. จะจัดรายการจำหน่ายสินค้าผ่านหน้าเว็บไซต์ด้วย เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ประกอบการ        อีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ ผู้ได้รับสิทธิ์สามารถใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่อรับสิทธิเงินคืน ร้อยละ 15

สำหรับความพร้อมของทั้ง 2 มาตรการนั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเตรียมความพร้อมในเรื่องของระบบเพื่อรองรับการลงทะเบียนของประชาชนที่สนใจเข้ารับสิทธิ์ โดยได้นำปัญหาในส่วนของมาตรการชิมช้อปใช้ มาปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการใช้งานแล้ว จึงมั่นใจว่าระบบจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้น

นอกจากนี้ ผู้ว่าการ ททท. ยังมั่นใจว่า มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวปลายปีจะส่งผลดีต่อเนื่องจากมาตรการชิมช้อปใช้ และจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นตามที่ตั้งเป้าไว้.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ