คอลัมน์สมาธิชาวบ้าน: อาการรู้แจ้ง

ข่าวทั่วไป 20 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

อ.บูรพา ผดุงไทย www.a-burapa.com โทร. 02-517-4224 อาการรู้เองของจิต คืออาการรู้ที่ผุดขึ้นมาจากใจกลางของจิตที่อิสระจากความคิด เป็นสภาวะที่เกิดขึ้นเองไม่ผ่านการน้อมคิด หรือสมมุติบัญญัติใดๆ ไม่มีอาการที่มีปรากฏการณ์ใดมากระทบจิตแล้วจิตไปดูการปรุงแต่งของมัน แต่มันจะผุดรู้ขึ้นมาเองจากข้างในจิตเท่านั้น รู้จึงไม่ใช่คิด และคิดก็ไม่ใช่รู้ ในช่วงที่ใจมันผุดรู้นั้นมันเป็นสภาวะที่ธรรมะมันจะผุดขึ้นมาในจิตเอง ให้รู้แจ้งในธรรม ซึ่งอาการที่จิตมันรู้แจ้งในธรรมนี้ มันจะเกิดญาณรู้ขึ้นมาประกอบกันด้วย ซึ่งญาณที่เกิดขึ้นมานี้จะช่วยทำให้รู้แจ้งแทงตลอด ญาณทิพย์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นญาณรู้อดีตอนาคต ตาทิพย์ หูทิพย์ ต่างๆ จะหมุนเวียนเข้ามาในจิตเพื่ออธิบายสิ่งที่ผุดรู้ขึ้นมาให้กระจ่างขึ้น โดยเฉพาะกับอาการผุดรู้ที่ความนึกคิดทั่วไป ไปไม่ถึง

จิตที่รู้แจ้งในญาณทัศนะต่างๆ แล้วในการเวียนเกิดเวียนตายอย่างแจ้งชัด จิตมันจะเรียกพระนิพพานขึ้นมาเอง เนื่องจากความเข้าใจแจ้งในจิตทำให้ปัญญามันตกผลึก มันก็จะเกิดภูมิจิตภูมิธรรมที่ทำให้เบื่อหน่ายในการเวียนว่ายตายเกิด และในวัฏสงสารที่เห็นจิตเกิดดับในภพชาติจากญาณที่หยั่งรู้อดีต ทำให้เห็นว่าจิตมันติดอยู่ในวัฏสงสารนี้ออกไปไหนได้สักที่มันก็เกิดความเบื่อหน่ายที่จะต้องเกิดขึ้นมา

เมื่อจิตถึงอาการนี้ จิตมันก็จะเรียกพระนิพพานขึ้นมาจากจิตเอง เมื่อจิตมันตั้งมั่นแบบนี้ได้แล้ว จะปฏิบัติอะไรมันก็มุ่งตรงไปพระนิพพานหมดอย่างไม่มีความลังเลสงสัยอะไรอีก จะมองอะไรก็เป็นธรรมะไปหมด สิ่งที่ว่ามานี้และทำให้ธงพระนิพพานถูกตั้งเป็นเป้าหมายขึ้นมาเอง อาการแบบนี้ต้องเกิดขึ้นในจิตที่เริ่มเดิมวิปัสสนาแล้วเท่านั้น จิตจะเดินตามแนวทางนี้ไปแม้จะพ้นรูปฌาน อรูปฌานไปแล้ว ก็ยังเดินในแนวทางนี้อยู่

อาการรู้แจ้งนั้นไม่มีใครสอนใครได้ จะเกิดขึ้นเองภายในจิตที่ได้รับการอบรมสมาธิภาวนาจนแจ้งเองเฉพาะตนของผู้ปฏิบัติแต่ละคน จึงสอนสั่งกันไม่ได้ รู้จนถึงขั้นที่สุดของรู้แล้ว ที่เราเรียกว่า "ตรัสรู้"

การรู้แจ้งนั้นมีหลายระดับ เช่น รู้แจ้งเรื่องโลก เรื่องการงาน เรื่องการใช้ชีวิต เราทำงานประกอบอาชีพอะไร ในบางครั้งความรู้ที่สุดของสายวิชาชีพนั้นๆ มันก็ปรากฏในลักษณะอาการปรกติของจิต ที่เกิดจากการฝึกฝนหรือแค่ความชำนาญเท่านั้น แบบนี้ก็เรียกว่าแจ้งเหมือนกัน แต่เป็นเพียงแค่อาการแจ้งทางโลก แต่เมื่อจิตอยู่ในฌานอาการที่มันรู้แจ้งนี้จะลึกซึ้งมากขึ้นไปอีก ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นธรรมะพระนิพพานเท่านั้น อย่างในเรื่องการงานของเรา มันก็เกิดเห็นแจ้งในชีวิตการงานที่ทำอยู่อย่างทะลุปรุโปร่ง ทำให้เราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

แต่ในหนทางแห่งพระนิพพาน การรู้แจ้งเรื่องโลกเป็นส่วนประกอบเพียงเล็กน้อยที่ต้องรู้เพื่อดำเนินชีวิตเท่านั้น ยังไม่ใช่อาการรู้แจ้งเพื่อพ้นโลกนี้จริงๆ อาการรู้แจ้งที่นักปฏิบัติพูดถึงนั้น คือการรู้แจ้งในเรื่องจิตเรื่องธรรม เรื่องจิตวิญญาณควบคู่กันไปกับการใช้ชีวิต เป็นเหตุให้ไม่อยากกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีก เป็นการรู้แจ้งที่เป็นปรมัตถ์ที่จะนำพาจิตให้พ้นจากการเวียนเกิดเวียนตายได้จริง

จิตที่แจ้งในโลกในธรรมอย่างนี้แล้ว ไม่ว่าจะคิด จะทำ จะปฏิบัติอะไรก็ล้วนเป็นธรรมที่ชี้นำจิตไปสู่การหลุดพ้นจากสังสารวัฏ คือที่สุดของพระนิพพานทั้งสิ้น พระนิพพานที่แท้จริงคือการรู้แจ้ง ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง ดังนั้นแล้วใจดวงนี้จะปฏิบัติเข้าถึงธรรมได้มากน้อยแค่ไหน ผู้ปฏิบัติย่อมรู้และสัมผัสได้ด้วยตนเอง.

สามารถติดตาม อ.บูรพา ได้ที่ช่อง Youtube "burapa84000"หรือ search หา "อ.บูรพา ผดุงไทย"


แท็ก คอลัมน์:  

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ