คอลัมน์สาระสุขภาพ แพทย์แผนไทย: ผักเหมียง โปรวิตามินเอธรรมชาติระดับ OTOP บำรุงดวงตา ป้องกันต้อ ต้านมะเร็ง

ข่าวทั่วไป 20 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

วัชรีพร คงวิลาด panthaibook@hotmail.com ผักเหมียงหรือผักเหลียง ถ้าเป็นชาวปักษ์ใต้แท้ก็จะเรียกเขรียง เป็นผักที่มีในท้องถิ่นภาคใต้ มีถิ่นกำเนิดในประเทศสิงคโปร์ เดิมเป็นผักป่าขึ้นเองทั่วไป ต่อมานิยมบริโภคกว้างขวางมากขึ้น ก็มีชาวบ้านเอามาปลูกร่วมกับยาง ปรากฏว่าต้นงามและรสชาติอร่อย จากนั้นก็ขยายพันธุ์และปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ

ผักเหมียง ยังรู้จักในชื่ออื่นๆ ที่เรียกกันตามท้องถิ่น เหลียง (ชุมพร ระนอง ประจวบคีรีขันธ์-ใต้), เหมียง (พังงา ภูเก็ต กระบี่-ใต้), เขลียง เรียนแก่ (นครศรีธรรมราช), เหรียง (สุราษฎร์ธานี), ผักกะเหรี่ยง (ชุมพร), ผักเมี่ยง (พังงา) มีชื่อวิทยาศาสตร์ : Gnetum gnemon L. Var. tenerum Markgr. เป็นพืชในวงศ์ : GNETACEAE เป็นไม้พุ่มสูงประมาณ 3-4 เมตร เป็นพืชที่เจริญทางใบมากกว่าลำต้นรากแก้ว ปลายใบเรียวแหลมและปลายใบมนแหลม ใบสีเขียวเป็นมันสดใสเมื่ออยู่ในร่มเงา แต่ถ้าอยู่ในที่โล่งใบสีจะจางหรือขาวทั้งใบ ขยายพันธุ์ได้หลายวิธี ทั้งการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ หรือใช้ต้นจากรากแขนงปลูกได้ทั้งนั้น

ผักเหลียงเป็นพืชที่ไม่ชอบแสงแดดและความร้อนสูง เจริญเติบโตดีในสภาพร่มเงา พบทั่วไปตามเนินเขาและที่ราบ ให้ผลผลิตมากที่สุดในฤดูร้อน คือ เดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน และผลผลิตต่ำสุดในช่วงฤดูฝน คือ เดือนพฤศจิกายน-มกราคม ปัจจุบันกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอีกตัวหนึ่ง และมีการนำไปทดลองปลูกตามที่อื่นๆ ทั้งเหนือ กลาง อีสาน มากขึ้น โดยเฉพาะการปลูกคู่กับยางพารา จนเรียกว่าพืชร่วมยาง ซึ่งได้ประโยชน์จากร่มเงาของต้นยาง ช่วยให้รสชาติผักอร่อยยิ่งขึ้น

ผักเหมียงได้ชื่อว่าเป็นราชินีของผักพื้นบ้านภาคใต้ ด้วยรสชาติอร่อยถูกปาก ผักเหมียงมีรสชาติหวานมัน อมขมและติดฝาดเล็กน้อย ชาวบ้านใช้เป็นผักเหนาะรับประทานคู่กับอาหารที่มีรสเผ็ดจัด ช่วยตัดรสจัดจ้าน ลดความเผ็ดลงได้ และถ้านำไปผัดน้ำมันหอยจะอร่อยเลิศทีเดียว

ผักเหมียงเป็นผักกินใบ จะเลือกเอาใบอ่อนมาปรุงอาหาร บ้างก็เอามาแกงเลียง ทำห่อหมก แกงจืด แกงส้ม เรียกว่าทำได้ทุกเมนู แถมผัดใส่ไข่ก็อร่อยมาก เหมาะสำหรับทำให้เด็กรับประทานเพื่อเติมคุณค่าสารอาหารให้ครบถ้วน ถ้ากล่าวถึงสารอาหารในผักเหมียงที่ได้รับการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการจากภาคอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่าใบเขียวเข้มของผักเหมียงอุดมด้วยสารเบต้าแคโรทีนสูงมาก ซึ่งเหมาะกับเด็กที่กำลังเจริญเติบโต และผู้ที่มีปัญหาในเรื่องสายตาหรือการขาดวิตามินเอ

เจ้าสารเบต้าแคโรทีนนั้น เมื่อไปจับกับไขมันจะเปลี่ยนเป็นโปรวิตามินเอ (วิตามินเอถ้าได้จากสัตว์จะอยู่ในรูปของวิตามินเอ แต่ถ้าได้จากพืชจะอยู่ในรูปของเบต้าแคโรทีน และเมื่อจับกับน้ำมันจะเปลี่ยนรูปไปเป็นวิตามินเอ เราเรียกว่าโปรวิตามินเอ) ซึ่งมีประโยชน์ในการแก้ตาบอดกลางคืน หรือตาฝ้าฟางได้ดี การทำงานของเบต้าแคโรทีนในการบำรุงสุขภาพของดวงตา เบต้าแคโรทีนจะย่อยสลายที่ตับแล้วจะได้วิตามินเอ ซึ่งร่างกายนำไปใช้สร้างสาร โรดอปซินในดวงตา ส่วนเรตินาทำให้ตามีความสามารถในการมองเห็นในตอนกลางคืนได้ และยังลดความเสื่อมของเซลล์ของลูกตา ลดความเสี่ยงต่อการเป็น ต้อ กระจกด้วย

ประโยชน์ถัดมาคือลดความเสี่ยงต่อภาวะ มะเร็ง จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญตัวหนึ่ง เมื่อร่างกายมีสารตัวนี้จึงช่วยป้องกันการเกิดเซลล์เนื้อร้ายหรือเซลล์มะเร็งได้ และยังช่วยกระตุ้นเซลล์ ภูมิต้านทานในร่างกายที่ชื่อ ที-เฮลเปอร์ให้ทำงานต้านสิ่งแปลกปลอมได้ดีขึ้น ให้ผลดีกับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็ง และที่สำคัญกลุ่มสารดังกล่าวยังช่วยเติมความเปล่งปลั่งให้กับผิว ป้องกันความเหี่ยวย่น ชะลอความชราหรือต้านการแก่ได้ดี

ซึ่งสอดคล้องกับบันทึกของตำรายาสมุนไพรของชาวบ้านที่กล่าวว่า ผักเหมียงมีประโยชน์ต่อร่างกายเมื่อรับประทานแล้วจะช่วยบำรุงสายตา ทำให้สดชื่น กระปรี้กระเปร่า แก้กระหายน้ำได้ดี โดยส่วนมากชาวสวนยางจะรู้ดีในเรื่องนี้ เวลากระหายน้ำหรือเหนื่อยมักจะเด็ดยอดอ่อนสดๆ เคี้ยวไปเรื่อยๆ ซึ่งจะช่วยลดการกระหายน้ำได้ และทีเด็ดสำคัญคือชาวบ้านจะใช้ใบผักเหมียงบำรุงผิว โดยเฉพาะรักษาฝ้าได้ดี และรสหวานมันของผักยังช่วยบำรุงฟัน กระดูกและเอ็นได้ดี ซึ่งสอดรับกับคุณค่าทางโภชนาการ ในใบเหมียง นอกจากอุดมด้วยเบต้าแคโรทีนแล้ว ยังมีแคลเซียมสูงซึ่งมักจะพบมากในพวกผักใบเขียวอยู่แล้ว

นอกจากนี้ กลุ่มสารอาหารที่สำคัญที่พบคือพวกวิตามินบี ซึ่งช่วยในเรื่องของระบบประสาท บำรุงประสาทได้ดี วิตามินบีหนึ่งนั้นดีต่อสมองและความจำ วิตามินบี 2 ช่วยเผาผลาญกรดอะมิโนจากโปรตีน คาร์โบไฮเดรตและไขมัน ให้เป็นพลังงานแก่ร่างกาย ไนอาซิน ช่วยให้กระบวนการเผาผลาญอาหารในร่างกายเป็นไปด้วยดี และทำให้กระบวนการผลิตไขมันที่จำเป็นเป็นไปด้วยดี

เนื่องเพราะเป็นผักประจำถิ่นภาคใต้จึงมีเยอะ โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่ และตรัง ชาวบ้านในจังหวัดระนองจึงนำเอาใบผักเหลียงมาแปรรูปเป็นข้าวเกรียบผักเหลียง เพื่อเพิ่มมูลค่า เป็นสินค้า OTOP รสชาติอร่อยดี

ทั้งหมดนี่คือประโยชน์ของผักพื้นบ้านใบเขียวๆ ที่หน้าตาอาจดูเหมือนไม่อร่อย และถ้าได้ลิ้มลองแล้วรับประกันได้ว่าอร่อยชัวร์ ไม่ว่าจะเป็นเมนูผัดน้ำมันหอย ผัดใส่ไข่ แกงเลียง แกงจืด ล้วนรสเลิศทั้งนั้นค่ะ.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ