คอลัมน์กรองสถานการณ์: เลือกตั้งซ่อมเขต 5 'นครปฐม'กระจกสะท้อนผลงาน'รัฐบาล'

ข่าวทั่วไป 22 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

"ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ"หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ต้องการให้การเลือกตั้งซ่อมเขต 5 จ.นครปฐม เป็นเหมือน "โดมิโน" ไปยังเขตเลือกตั้งอื่นๆ ที่จะมีการเลือกตั้งซ่อมหลังจากนี้ เพื่อการ "พลิกขั้ว"!!! แต่ในทางคณิตศาสตร์ทางการเมืองแล้ว การเลือกตั้งซ่อมเขต 5 จ.นครปฐม ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดการพลิกขั้วใหม่ได้ แม้เสียงรัฐบาลจะปริ่มน้ำก็ตาม นั่นเพราะเดิม ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ผู้ชนะในเขตดังกล่าวคือ นางจุมพิตา จันทรขจร จากพรรคอนาคตใหม่ แต่เมื่อประสบอุบัติเหตุไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ จึงลาออก และพรรคอนาคตใหม่ส่งนาย ไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร ผู้เป็นสามี ลงสมัครแทนในการเลือกตั้งซ่อม 23 ตุลาคมนี้

ผลการเลือกตั้งเขตนี้จะไม่สร้างความเสียหายใดๆ ต่อเสียงของรัฐบาลในปัจจุบันที่มีอยู่ 252 เสียง กลับกันหากพลิกล็อก เป็นพรรคประชาธิปัตย์ที่ส่ง นายสุรชัย อนุตธโต หรือพรรคชาติไทยพัฒนาที่ส่ง นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ชนะการเลือกตั้ง เท่ากับว่าได้กำไรมาอีก 1 เสียง เป็น 253 เสียง

ในขณะที่ 7 พรรคฝ่ายค้าน มี 246 เสียง หากนายไพรัฏฐโชติก์เกิดเพลี่ยงพล้ำ พวกเขาจะขาดทุน เพราะเสียงจะหายไป 1 เสียง เหลือเพียง 245 เท่านั้น

สำหรับฝ่ายรัฐบาล การเลือกตั้งเขตนี้มีแต่ "เสมอตัว" หรือ "กำไร"ในขณะที่ฝ่ายค้านมีแต่ "เสมอตัว" หรือ "ขาดทุน"

ดังนั้นเดิมพันในเขตนี้จึงไม่สูงมากนักอย่างที่มีการพยายามโหมประโคม

นอกจากนี้ การพลิกขั้วไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นง่ายๆ แม้ในเขตเลือกตั้งที่เหลือฝ่ายค้านจะกำชัยชนะจนมีเสียงมากกว่าฝ่ายรัฐบาลในสภา

แต่สุดท้ายการจะมีนายกรัฐมนตรีจากฝ่ายตัวเองได้ จะต้องได้รับความเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของที่ประชุมรัฐสภา หมายความว่า ต้องมี ส.ว.เห็นด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้หลายฝ่ายจะมองว่า ที่สุดแล้วพรรคอนาคตใหม่จะเข้าวินรักษาเก้าอี้ ส.ส.เขต 5 นครปฐมไว้ได้ จากคะแนนเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ที่ นางจุมพิตา คว้ามาได้กว่า 3 หมื่นคะแนน ทิ้งห่างอันดับ 2 และ 3 เป็นหมื่นคะแนน

แต่ในทางทฤษฎีแล้ว ไม่มีอะไรการันตีได้ เพราะวันนี้ปัจจัยหลายอย่างได้เปลี่ยนไป โดยเฉพาะครั้งนี้จะไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้าและการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ซึ่งถือเป็นคะแนนที่พรรคอนาคตใหม่ได้จำนวนมากในการเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน การตื่นตัวของประชาชนต่อการเลือกตั้งซ่อมมีน้อยกว่าการเลือกตั้งใหญ่ ผู้มาใช้สิทธิ์อาจจะไม่ได้เดินทางมามากอย่างที่ควร

อีกตัวแปรสำคัญคือ คะแนนของ นายระวัง เนตรโพธิ์แก้ว ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ กว่า 1.8 หมื่นคะแนน หายไป หลังตัดสินใจหลบให้พรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งต้องดูว่า จะไหลไปทางไหน ระหว่างผู้สมัครจากพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันอย่างพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคชาติไทยพัฒนา

และไหลรูปแบบใดไปที่พรรคใดพรรคหนึ่ง หรือเฉลี่ยกันไป หรือจะย้ายสลับไปอยู่กับพรรคอนาคตใหม่เลย คะแนนตรงนี้ถือว่ามีส่วนสำคัญ

คะแนนที่เคยทิ้งขาดของ นางจุมพิตา อาจจะนำมาวัดกับครั้งนี้ไม่ได้ และมีโอกาสสูงที่จะเกิดการเบียดกันมากกว่าเก่า

อย่างไรก็ดี การเลือกตั้งซ่อมเขต 5 จ.นครปฐม จะยังเป็นการสะท้อนความรู้สึกนึกคิดของประชาชนบางส่วนในประเทศว่าเป็นอย่างไร หลังจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารประเทศมา 3-4 เดือน

โดยก่อนหน้านี้กระแสของพรรคอนาคตใหม่ใน จ.นครปฐม ค่อนข้างแรงมาก แต่ ณ วันนี้เมื่อปล่อยให้ทั้ง 2 ฝ่าย ระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ได้แสดงฝีมือกันแล้ว จะยังรู้สึกเหมือนเดิมอยู่หรือไม่

ประชาชนในเขต 5 นครปฐม ยังรู้สึกชื่นชมพรรคอนาคตใหม่เหมือนเดิม หรือเริ่มเปิดใจให้กับฝ่ายรัฐบาลมากขึ้น หลังได้บริหารประเทศแบบเต็มรูปแบบแล้ว

ผลคะแนนในวันที่ 23 ตุลาคม 2562 จะเป็นส่วนหนึ่งที่แสดงออกมา.

"การเลือกตั้งซ่อมเขต 5 จ.นครปฐม จะยังเป็นการสะท้อนความรู้สึกนึกคิดของประชาชนบางส่วนในประเทศว่าเป็นอย่างไร หลังจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

บริหารประเทศมา 3-4 เดือน โดยก่อนหน้านี้กระแสของพรรคอนาคตใหม่ใน จ.นครปฐม ค่อนข้างแรงมาก แต่ ณ วันนี้เมื่อปล่อยให้ทั้ง 2 ฝ่าย ระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ได้แสดงฝีมือกันแล้ว จะยังรู้สึกเหมือนเดิมอยู่หรือไม่ ประชาชนในเขต 5 นครปฐม ยังรู้สึกชื่นชมพรรคอนาคตใหม่เหมือนเดิม หรือเริ่มเปิดใจให้กับฝ่ายรัฐบาลมากขึ้น

หลังได้บริหารประเทศแบบเต็มรูปแบบแล้ว ผลคะแนนในวันที่ 23 ตุลาคม 2562 จะเป็นส่วนหนึ่งที่แสดงออกมา"


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ