จ่อยื่นตีความ'ธนาธร'นั่งกมธ.

ข่าวทั่วไป 23 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ไทยโพสต์ * "สิระ" เตรียมยื่นศาล รธน.ตีความคุณสมบัติ "ธนาธร" นั่ง กมธ.วิสามัญได้หรือไม่ ด้าน พท.ขู่คว่ำ พรบ.งบประมาณวาระ 2-3 หากไม่รับฟังเสียงท้วงติง นายสิระกล่าวว่า ในวันพฤหัสบดีนี้ช่วงเช้าตนจะไปยื่นคำร้องเพื่อให้กรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ตรวจสอบ และในช่วงบ่ายจะไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ตีความคุณสมบัติของนายธนาธรที่จะร่วมเป็น กมธ.วิสามัญว่าสามารถทำได้หรือไม่ ทั้งนี้ตนฝากไปถึงนายธนาธรว่าหากอยากเป็น กมธ.วิสามัญให้ลาออกจาก ส.ส.เพื่อใช้สถานะคนนอก ตนจะไม่ยื่นตีความดังกล่าว

เมื่อเวลา 14.00 น. นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่พรรคอนาคตใหม่เสนอชื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ร่วมเป็นหนึ่งใน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ในสัดส่วนของพรรคอนาคตใหม่ว่า พรรคอนาคตใหม่กำลังทำมาตรา 129 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ระบุว่าสภามีอำนาจเลือกบุคคลผู้เป็น ส.ส.หรือมิได้เป็น ส.ส.ตั้งเป็น กมธ.วิสามัญเพื่อกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดๆ และรายงานให้ สภาทราบตามระยะเวลาที่กำหนด ดังนั้นการเสนอชื่อนายธนาธรซึ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.เป็นการชั่วคราว ในระหว่างรอคำวินิจฉัยสมาชิกภาพความเป็น ส.ส.ของนายธนาธร ในกรณีเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชนเข้ามาเป็น กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 นั้นกระทำไม่ได้

"นายธนาธรถ้าเข้ามาใน ฐานะ ส.ส.และตอนนี้ศาลรัฐธรรม นูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ จึงทำหน้าที่ ส.ส.ไม่ได้ ส่วนจะใช้สิทธิ์คนนอกก็มีคำถามว่านายธนาธรเป็นคนนอกหรือไม่ เพราะยังมีสมาชิกภาพ ส.ส.อยู่" นายสิระกล่าว

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะเลขาฯ วิปฝ่ายค้าน เปิดเผยว่ากรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านงดออกเสียงในการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ในชั้นรับหลักการนั้น เพราะพรรค ร่วมฝ่ายค้านเห็นถึงความสำคัญของกระบวนการจัดทำงบประ มาณ เพราะงบประมาณเป็นส่วนหนึ่งของการกระตุ้นเศรษฐกิจ การนำงบประมาณไปช่วยเหลือประชาชน ดังนั้นพรรคร่วมฝ่ายค้านจึงยอมให้หลักการของการจัดทำงบประมาณครั้งนี้ผ่าน

นอกจากนี้ ในรายละเอียดของงบประมาณต่างๆ ที่อยู่ตามกระทรวง คณะกรรมาธิการงบประมาณจะมีการลงลึกในรายละเอียดถึงการใช้จ่าย รวมไปถึงการปรับลดและแก้ไขในกรอบงบประมาณ และจะติดตามดูว่ารัฐบาลมีการนำข้อท้วงติงที่พรรคร่วมฝ่ายค้านนำเสนอไปแก้ไขหรือไม่ หากรัฐบาลไม่รับฟังหรือเกลี่ยงบประมาณใหม่เพื่อให้มีความเหมาะสมและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด พร้อมดึงดันเอาตามใจรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้านคงรับไม่ได้และคงต้องโหวตคว่ำงบประมาณในวาระ 2 และวาระ 3 อย่างแน่นอน

นายจุลพันธ์กล่าวว่า มีข้อ สังเกตว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาปากท้องประชาชนในลำดับท้ายๆ แต่ให้ความสำคัญกับด้านความมั่นคงมาเป็นอันดับ ต้นๆ ซึ่งผิดหลักการจัดทำงบประ มาณ กลไกงบประมาณเป็นเพียงแค่กลไกหนึ่ง ต่อมาคือนโยบายที่จะนำไปปรับใช้ คืองบลงทุนที่จะลงไปกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระดับประ เทศและระดับท้องถิ่น เพื่อให้เกิด การขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งประเทศ โดยรัฐบาลต้องปรับแนวคิดและเร่งให้เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจทำ งาน พร้อมการนำงบประมาณลง ไปใช้ เชื่อว่าเศรษฐกิจคงจะดีขึ้น หากไม่ปรับแนวคิดเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะมีปัญหาไปอีกหลายปี.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ