อลังการเบื้องหลังสร้างฉาก'โขน'ตอน'สืบมรรคา'

ข่าวทั่วไป 24 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ปี 2562 ที่เป็นการแสดงในตอนชื่อว่า "สืบมรรคา" กำลังตระเตรียมงานก่อนการแสดงจริง ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 6 พฤศจิกายน-5 ธันวาคม 2562 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

วันนี้จะพาไปชม "เบื้องหลัง" การเตรียมงานแสดง ซึ่งประกอบด้วย ดนตรี เครื่องแต่งกาย ที่สำคัญก็คือฉาก ส่วนสำคัญที่จะทำให้การแสดงออกมาสมบูรณ์ และความสวยงามของประติมากรรมในฉาก ซึ่งมีความประณีตงดงามไม่แพ้เครื่องแต่งกายของนักแสดง ณ อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

อาจารย์สุดสาคร ชายเสม ผู้ออกแบบและสร้างฉากการแสดงโขน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน สืบมรรคา บอกเล่า เกี่ยวกับฉากในเรื่องว่า การนำเสนอโขนในปีนี้เป็นเรื่องราวที่มีความน่าสนใจทั้งการดำเนินเรื่อง การแสดง ดนตรีประกอบ เครื่องแต่งกาย และฉากที่นับว่ามีความสำคัญมาก ซึ่งได้มีการนำเทคนิคพิเศษต่างๆ เข้ามาใช้ เพื่อให้ฉากออกมาสมจริง เหมือนจินตนาการในวรรณคดี ซึ่งตนได้ออกแบบและปั้นองค์ประกอบในฉากเอง และยังมีครูช่างศิลป์ ทีมช่างจาก ศูนย์ศิลปาชีพฯนักศึกษาสาขาจิตรกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์อีกกว่า 90 คนมาร่วมรังสรรค์สร้างฉาก

"ในด้านของงานประติมากรรมในฉากที่หนุมานเนรมิตกายให้ใหญ่โตเพื่อข้ามแม่น้ำ เอาหางพาดเป็นสะพาน เพื่อให้กองทัพวานรไต่ข้ามแม่น้ำไปได้ หนุมานจะมีขนาดตัวใหญ่ถึง 15 เมตร ขาแขนเคลื่อนไหว ยืดหด กลอกตาได้"

อาจารย์สุดสาครบอกว่า ความสวยงามของเรื่องยังจะอยู่ที่การสร้างเครื่องแต่งกายให้เป็นลวดลายชัดเจน มีความนูนในลวดลาย ให้ความรู้สึกมีมิติ และการใช้คู่สีตัดกันแบบโบราณดั้งเดิม อย่างม่วงเขียว แดงเหลือง หรือในฉากที่หนุมานพบพญานกสัมพาที ได้พากันออกไปยังทะเลหลวงก่อนถึงกรุงลงกา เจอนางผีเสื้อสมุทรรูปร่างสูงใหญ่ และมีการต่อสู้กัน จึงทำให้ความพิเศษของฉากนี้อยู่ที่นางผีเสื้อสมุทรที่มีความสูงถึง 6 เมตร และมีกลไกในการเคลื่อนไหวให้สมจริงทั้งในขณะอ้าปากให้สามารถนำหุ่นหนุมานเข้าไปได้ และท้องที่สามารถเปิดให้หนุมานที่เป็นคนออกมาได้ ซึ่งในฉากนี้จะมี ทั้งหุ่นหลวง หุ่นกระบอกมาใช้ เรียกได้ว่าเป็นมหกรรมหุ่นเลยทีเดียว

ผู้ออกแบบและสร้างฉากกล่าวเสริมอีกว่า ยังมีฉากพระที่นั่งจักรวรรดิ์ไพชยนต์ ประหารหนุมาน โดยตัวปราสาทได้จำลองขึ้นตามข้อมูลสันนิษฐานในสมัยพระเจ้าปราสาททอง ได้เมืองเขมรเป็นประเทศราช ซึ่งตัวปราสาทเป็นพระปรางค์ 5 ยอด มีหน้าบัน ยอดนภศูล นาคสะดุ้งที่ถูกต้อง โดยไม่มีกำแพง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมขอม

ความอลังการ ตื่นตาตื่นใจยังอยู่ที่การออกแบบฉาก "สวนขวัญ" ซึ่งเป็นฉากทศกัณฐ์ต้องลงไปเกี้ยวนางสีดา ซึ่งได้ภาพชั้นครูของเจ้ากรมอ่อน ศิลปินรุ่นเก่าที่วาดไว้ในรัชกาลที่ 3 เขียนไว้ที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ นำมาเป็นแหล่งอ้างอิง มาวาดเป็นฉากขนาดใหญ่ สูง 10 เมตร ยาว 20 เมตร พร้อมทั้งมีต้นอโศกที่นางสีดาใช้ผูกพระศอ ที่ต้องแข็งแรง เพราะหนุมานจะต้องปีนขึ้นไปแก้เชือกออกจากพระศอนางสีดา จึงไม่ใช่แค่ศิลปกรรมอย่างเดียว แต่รวมไปถึงความเป็นธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ภูเขา หินผา สัตว์ ต้องใช้ความรู้ผสานเข้ากับจินตนาการอย่างมาก หรือฉากท้องพระโรงในกรุงลงกา มีทั้งคชสีห์ ราชสีห์ ช้างเอราวัณสามเศียรตัวใหญ่มาก

"ผมได้ลงมือปั้นเอง ร่วมกับช่างฝีมือด้วย ซึ่งในปีนี้ก็จะมีการใช้ฉากจากปีแล้วด้วย แต่ต้องมีการแก้ไขเพื่อให้สมบูรณ์ขึ้น และในการทำฉากที่ใช้โฟมเป็นตัวสำคัญ เพราะมีน้ำหนักเบาและเคลื่อนย้ายได้ แต่ในส่วนที่เหลือหรือที่ไม่ได้ใช้ก็นำส่งให้กับบริษัทไปรีไซเคิลเพื่อไม่ให้เป็นขยะ" อาจารย์สุดสาครบอกเล่าความตั้งใจ

หนึ่งในทีมงานสร้างฉาก นพณัฐ ศรีวิชัย เจ้าหน้าที่ฝ่ายเขียนฉาก บอกว่า ในปีนี้มีฉากที่ทำขึ้นมาใหม่ 5 ฉาก คือ ทะเล 2 ฉาก เขาแห้งแล้ง สวนขวัญ และเมืองร้าง และจะมีฉากเก่าอย่างตอนรำเบิกโรงที่นำมาปรับแก้ไขให้สมบูรณ์มากขึ้น และฉากที่ยากที่สุดเป็นการวาดประติมากรรมที่ต้องละเอียดทุกเส้น ทุกองศา ซึ่งในทีมฉากก็จะมีประมาณ 10 คน ที่ลงแรงทำอย่างตั้งใจทุกขั้นตอน เพราะถือว่าเป็นฉากที่มีขนาดใหญ่ถึง 21x11 เมตร แต่ตนและทีมก็จะทำสุดความสามารถ เพราะทำมาตั้งแต่ตอนนางลอย ในตอนนั้นก็ยังเป็นนักศึกษาอยู่ แต่ด้วยใจที่รักและผูกพันก็ทำมากว่า 10 ปี และคิดว่าจะทำไปเรื่อยๆ เพราะได้เป็นการตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงด้วย

นายริค่า สถิรสกุลพงศ์ นักเรียนศิลปาชีพชาวปกากะญอ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการส่งเสริมด้านงานศิลป์ตั้งแต่ปี 2547 บอกว่า นับว่าเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตในที่ได้มีโอกาสมาทำงานในศูนย์ศิลปาชีพฯ ตั้งแต่อายุ 12 ปี จนตอนนี้อายุ 28 ปี การได้มาอยู่ที่นี่ทำให้มีรายได้และได้เรียนรู้ทุกอย่างตั้งแต่พื้นฐาน การวาด การเขียนลาย การปั้น การแกะสลัก ไปจนลงมือทำ ซึ่งก็ได้มีส่วนในการทำฉากตอนนางลอย และปั้นราวบันได องค์เทพต่างๆ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งในปีนี้ตนก็รับหน้าที่ในการแกะสลักที่ใช้โฟม ซึ่งเป็นส่วนลวดลายผ้าและเครื่องประดับของหนุมานที่มีขนาดใหญ่ จึงต้องมีความละเอียด ซึ่งในวันแสดงจริงทีมช่างทุกคนก็จะได้เข้าไปชมเพื่อหาจุดที่ผิดพลาดและนำกลับมาแก้ไข และทุกครั้งที่ได้ทำงานตนรู้สึกดีใจ เพราะเหมือนกับได้ตอบแทนพระองค์ที่มีพระมหากรุณาธิคุณกับตนและพี่น้องชาวอมก๋อย

เครื่องแต่งกายของตัวละคร อีกหนึ่งไฮไลต์ของการแสดง ปีนี้จะแปลกตากว่าตอนที่ผ่านมา แต่ยังคงความวิจิตรงดงาม อย่างทศกัณฐ์ สวมศีรษะโขนหน้าทอง ที่ทำจากศิลปวัตถุชิ้นเยี่ยม แสดงให้เห็นถึงทศกัณฐ์ที่อารมณ์ดี หน้าตาผ่องใส พร้อมแต่งองค์ทรงเครื่องให้สะดุดตาเพื่อเตรียมตัวไปเกี้ยวพาราสีนางสีดาโดยเฉพาะ หรือผ้าสไบนางอังกาศตไล ซึ่งผ้าผืนนี้ได้จัดทำขึ้นมาใหม่ ร่วมระดมฝีมือจากสมาชิกศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง จ.อ่างทอง และสมาชิกศิลปาชีพสวนจิตรลดา ปักเป็นลวดลายสำหรับนางยักษ์ คือ ลายพุ่มหน้ากาลก้านแย่ง ออกแบบโดยอาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย รวมถึงเครื่องแต่งกายของนกสัมพาที ที่ออกแบบเป็นสองชุดด้วยกัน ได้แก่ ชุดที่นกสัมพาทีถูกสาปให้หัวโล้นและขนร่วงหมดทั้งตัว และอีกชุดต้องปักดิ้นปักเลื่อมขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เพราะหลังจากพบหนุมานแล้วนกสัมพาทีก็กลับมีขนงดงามดังเดิม

ส่วนการชมภายในอาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน สถานที่เก็บฉากและเครื่องพัสตราภรณ์ที่ใช้ในการแสดงปีที่ผ่านๆ มา อาทิ เรือสำเภาหลวงลงกา ในส่วนห้องจัดแสดงเครื่องพัสตราภรณ์ที่จะมีเครื่องประดับ ทับทรวง ปั้นเหน่ง ชุดสังวาล เครื่องประดับข้อเท้า ส่วนเครื่องแต่งกายก็จะมีลายผ้า อย่างสไบนาง หรือลายผ้ายกเนินธัมมัง ซึ่งจะมีหุ่นตัวพระ ตัวนาง ตัวยักษ์และลิง ขนาดเท่าคนจริง สวมเครื่องแต่งกายที่ใช้แสดงจริง และมีช่างปักจากศูนย์ศิลปาชีพบางไทรมาสาธิตการปักชุดโขน ห้องถัดมาจะเป็นในส่วนของอาวุธ และหัวโขน ยังมีห้องโถงขนาดใหญ่ที่ใช้เก็บฉากสำคัญ อย่าง โรงพิธีลับหอกโมกขศักดิ์ริมน้ำ ซึ่งพลับพลาพระรามและท้องพระโรงกรุงลงกาจะได้นำกลับไปแสดงในปีนี้ด้วย และยังได้รับชมฉากหนุมานอ้าปากอมพลับพลาของพระรามและพระลักษมณ์ไว้ ตอนหนึ่งในศึกไมยราพ และยังมีองค์ประกอบฉากสำคัญต่างๆ อีกมากมาย ที่จะทำให้เราเข้าใจประติมากรรม ลวดลายไทยและโขนได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น

          ผู้ที่สนใจชมการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริม  ศิลปาชีพฯ ตอน "สืบมรรคา" จะเปิดการแสดงระหว่างวันที่ 6 พฤศจิกายน-5 ธันวาคม 2562     ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศ ไทย สามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือ www.thaiticketmajor.com หรือสามารถติดตามข่าว สารความเคลื่อนไหวทั้งหมดได้ทางเว็บไซต์ www.khonperformance.com และเฟซบุ๊ก Khon Performance โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ.

บรรยายใต้ภาพ

ท้องพระโรงกรุงลงกา

การแกะฉากอย่างประณีต

การลงสีบริเวณใบหน้าหนุมาน

ริค่า สถิรสกุลพงศ์ กำลังบรรจงแกะสลัก

ลวดลายในการปักชุดการแสดง

ช่างลงมือสร้างฉากพระที่นั่งจักรวรรดิ์ไพชยนต์

ชุดสังวาลที่ใช้ในการแสดง

อาจารย์สุดสาคร ชายเสม

หุ่นสวมชุดโขนขนาดเท่าคนจริง

ฉากประกอบที่ทำขึ้นใหม่ในส่วนฉากทะเล


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ