สถานการณ์ยาเสพติดที่ภาคใต้ รัฐบาลรู้และเข้าใจแค่ไหน จะทำอย่างไร เมื่อประชาชนเห็นว่าการค้ายาเป็นเรื่องปกติ!

ข่าวทั่วไป 24 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

เมือง ไม้ขม รายงาน

สถานการณ์การระบาดของยาเสพติดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในห้วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาจนถึง ณ วันนี้ มีอาการที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะการแพร่ระบาดเป็นไปอย่างรวดเร็ว วันนี้ไม่มีหมู่บ้าน "ปลอดยาเสพติด" ในจังหวัดชายแดนภาคใต้แม้แต่หมู่บ้านเดียว และครอบครัวของผู้ที่คนในครอบครัวไม่ติดยาเสพติดกำลังกลายเป็น "เรื่องแปลก" และค่อยๆ หมดไป

จริงอยู่ภาคใต้ไม่มีโรงงานยาเสพติดตามแนวตะเข็บชายแดนหรือในพื้นที่ เพียงแต่ภาคใต้เป็น "ประตู" ในการส่งยาเสพติดจากประเทศไทยไปยังต่างประเทศ โดยผ่านประเทศมาเลเซียเพื่อไปยังทวีปต่างๆ ทั่วโลก ดังนั้นพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้จึงกลายเป็นสถานที่ "พักยา" ก่อนที่จะส่งเข้าประเทศมาเลเซีย

ถ้าติดตามข่าวการจับกุมยาเสพติด "บิ๊กล็อต" ทุกครั้งที่เป็นแสนเป็นล้านๆ เม็ด ไม่ว่าจะจับได้ที่ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคเหนือ หรือภาคใต้ตอนบน ผู้ต้องหาที่ถูกจับจะให้การที่เหมือนกันคือ ส่งยาเสพติดไปยังจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มากที่สุดคือ จ.นราธิวาส และปัตตานี

และผู้ที่ถูกนำเข้าสู่ขบวนการค้ายาเสพติดมากที่สุด คือผู้ที่เป็น "มุสลิม" ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และถ้าตรวจสอบให้ลึกไปกว่านั้นอีกจะพบว่า คนส่วนหนึ่งในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีอาชีพในการเป็นนายทุน และรับจ้างขนยาเสพติด เป็นผู้ค้าปลีก เป็นเด็ก "เดินยา" และเป็นผู้ "ติดยา" ที่เพิ่มขึ้นทุกขณะ และผู้ที่อยู่ในขบวนการนี้เป็นผู้มีฐานะ ทั้งที่ไม่มีเรือกสวนไร่นาและอาชีพที่มั่นคง

สิ่งที่ถูกตั้งเป็นข้อสังเกตในการแก้ปัญหายาเสพติดคือ ประเทศมาเลเซียที่เป็น "ทางผ่าน" ของยาเสพติดทุกเม็ด ทุกชนิด ที่ไปจากประเทศไทย เจ้าหน้าที่ของมาเลเซียไม่เคยมีข่าวว่ามีการจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ให้ปรากฏเป็นข่าว ทั้งที่นายทุนใหญ่ส่วนหนึ่งเป็นชาวจีนในประเทศมาเลเซีย และที่สำคัญ นายทุนและผู้ค้ายาเสพติด หลังถูกออกหมายจับจะหลบหนีไปอยู่ในประเทศมาเลเซียเกือบทั้งสิ้น

ที่สำคัญ คนในพื้นที่ภาคใต้ไม่ได้ค้าขายและเสพติดเฉพาะยาบ้า ยาไอซ์ ฝิ่น เฮโรอีน แต่ในภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนที่ติดกับประเทศมาเลเซีย เช่น จ.สงขลา คือผู้นำเข้า "พืชกระท่อม" ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภท 5 จากประเทศมาเลเซียเข้ามาขายในประเทศไทย เพื่อผลิตเป็นยาเสพติดแบบ "4 คูณ 100" และกลายเป็นเครื่องดื่มยาเสพติดที่ฮิตมากในภาคใต้ เพราะราคาถูกกว่ายาเสพติดชนิดอื่นๆ และโทษทางกฎหมายที่เบากว่า ทั้งผู้เสพ ผู้ค้าถูกลงโทษเพียงการจ่ายค่าปรับเท่านั้น

วันนี้ตลาดของ "พืชกระท่อม" ใหญ่โตมาก ใบกระท่อมที่นำเข้าจากประเทศมาเลเซียถูกส่งขายไปถึงกรุงเทพฯ แล้ว และคนในกรุงเทพฯ ก็รู้จักยาเสพติด "4 คูณ 100" เช่นเดียวกับคนภาคใต้ ซึ่งเชื่อว่าถ้ายังไม่มีมาตรการในการสกัดกั้นการทะลักของพืชกระท่อมจากประเทศมาเลเซีย อีกไม่นานยาเสพติดที่ผลิตจาก "ใบกระท่อม" จะมีขายทุกภาคของประเทศไทย และจะมีการพัฒนาสูตรให้เข้มข้นยิ่งขึ้น และประเทศไทยจะเต็มไปด้วย "คนติดยา"

          เพราะขณะนี้จากการที่เศรษฐกิจ "ย่ำแย่" ผู้คนยากจนลง ยาเสพติดต้องขายลดราคาในราคาที่ถูกมาก เพราะถ้าขายแพงผู้เสพไม่มีเงินซื้อ วันนี้ยาเสพติดอย่าง "ยาบ้า" ในหลายพื้นที่ขายเพียงเม็ดละ 30 บาท เม็ดละ 15 บาท เป็นเหตุให้เยาวชนที่อยากลองอย่างนักเรียนระดับประถม รวมเงินกันซื้อยาบ้า 1 เม็ดเพื่อแบ่งกันสูบ 2 คน กลายเป็นว่าวันนี้นักเรียนชั้นประถม ป.4-     ป 6. เริ่มเสพยาบ้ามากขึ้น

มีผู้สังเกตว่ามีการจับยาเสพติดได้ทั้งของกลางและผู้ต้องหาทุกวันเป็นจำนวนมาก แต่ทำไมยาเสพติดจึงยังระบาดไปทั่วทุกพื้นที่ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะยาเสพติดที่ถูกจับมีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ของยาที่นำเข้ามา ส่วนอีก 90 เปอร์เซ็นต์ยังไม่ได้ถูกจับนั่นเอง เช่นเดียวกับใบกระท่อมจากประเทศมาเลเซีย ที่ถูกนำเข้ามาตามแนวชายแดนด้าน อ.สะเดา จ.สงขลา มากที่สุด รั้วเขตแดนที่กั้นระหว่างไทย-มาเลเซีย ระยะทางหลายสิบกิโลเมตร ถูกขบวนการค้าใบกระท่อมตัดเป็นช่องๆ เพื่อการขนส่งกระสอบใส่ใบกระท่อมเข้ามาในฝั่งไทย

ถามว่ามีการจับกุมจากเจ้าหน้าที่หรือไม่ ก็มีการจับกุมทั้งจากทหาร ตชด. ฝ่ายปกครอง และศุลกากรทุกวัน แต่ที่จับได้มีน้อยกว่าที่ไม่ถูกจับ และในกรณีการลำเลียงยาเสพติดข้ามประเทศโดยการตัดรั้วลวดหนามและกำแพงระหว่างประเทศ ที่ทำได้สำเร็จต้องเกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐทั้ง 2 ประเทศต้อง "สมรู้ร่วมคิด" กับคนในขบวนการ มิฉะนั้นเชื่อว่าลำพังขบวนการหรือ "นายทุน" ไม่มีทางทำสำเร็จ

ประเด็นที่สำคัญ คนที่อยู่ในขบวนการค้ายาเสพติดนอกจาก "นายทุน" ทั่วๆ ไปแล้ว ยังมีผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เช่นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าเปิดรายชื่อในบัญชีผู้ค้ายาเสพติด จะพบว่า ส่วนหนึ่งเป็นผู้นำท้องที่และผู้นำท้องถิ่น นักการเมืองท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้มีอิทธิพล มีบารมี มีพรรคพวก เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นคนใกล้ชิดนักการเมืองระดับชาติเกือบทั้งสิ้น

และประเด็นสุดท้าย ที่การปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดในภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไม่ได้ผล เป็นเพราะตำรวจในแต่ละท้องที่ยังแสวงหาผลประโยชน์จากผู้ค้ายาเสพติด โดยเฉพาะในกลุ่มระดับกลางๆ ที่เป็น "นายทุนน้อย" เด็กเดินยา ผู้เสพติด ซึ่งแต่ละโรงพักจะมีชุดปราบปรามยาเสพติดโดยเฉพาะ และจะมี "เซฟเฮาส์" เพื่อนำตัวผู้ถูกจับกุมไป "สอบสวน" เพื่อ "รีด" รายชื่อคนในเครือข่าย และสุดท้ายจบที่การ "จ่ายเงิน" ให้ชุดจับกุม จนมีคำพูดที่รู้กันในหมู่ของนักค้า นักเดินยา และผู้ติดยาว่า "กระท่อม 5,000 ยาบ้า 50,000" นั้นหมายถึงผู้เสพที่ถูกจับและไม่ต้องการติดคุกต้องจ่าย

อย่าลืมว่า "โรงพัก" บางแห่งจะเป็นผู้ที่รู้ดีว่าในพื้นที่ไหนเป็น "นายทุน" ใครเป็นคนเดินยา ใครเป็นผู้ติดยา ถ้าทุกโรงพักมีนโยบายในการปราบปรามยาเสพติดให้น้อยลงหรือหมดไปก็ทำได้ไม่ยาก เพราะบัญชีรายชื่อของคนเหล่านี้อยู่กับตำรวจ และต้นตอการระบาดของยาเสพติดมาจาก "เด็กเดินยา" ซึ่งทำหน้าที่คล้ายร้านสะดวกซื้อ นั่นคือขาย 24 ชั่วโมง ถ้าคนในขบวนการนี้ถูกกวาดล้าง จับกุม "นายทุน" เจ้าของยาเสพติดก็จะต้องได้รับผลกระทบ ยิ่งถ้าตำรวจในท้องที่จับ "นายทุน" ได้ด้วย การทำให้แต่ละพื้นที่ปลอดยาเสพติดก็จะเกิดขึ้น

สิ่งที่อันตรายที่สุดในปัจจุบันคือ อัตราคนว่างงานซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก และในปีการศึกษาหน้าจะมีคนจบการศึกษาอีก 2-3 แสนคน คนหนุ่มคนสาวที่มีการศึกษาแต่ว่างงานเหล่านี้ ส่วนหนึ่งเดินเข้าสู่วงจรของอบายมุข เพราะไม่มีอาชีพไหนที่จะสามารถหาเงินได้ง่ายและได้มากเหมือนกับการค้ายา และคนค้ายาส่วนใหญ่ก็คือคนว่างงาน ที่เริ่มต้นด้วยการเสพยา และเมื่อเสพติดก็ต้องเข้าสู่วงจรของการเดินยาให้นายทุน ก่อนที่จะพัฒนามาเป็นนายทุนรายย่อยเอง

และที่อันตรายที่สุดคือ คนที่อยู่ในแวดวงการค้ายาเสพติดในระดับประชาชนในหมู่บ้าน ตำบล เห็นดีเห็นงามกับอาชีพการค้ายาเสพติด โดยให้เหตุผลว่าอาชีพอื่นๆ รายได้ไม่พอใช้ ที่พวกเขามีอยู่มีกิน มีรถยนต์ใช้ มีบ้านอยู่ และส่งลูกๆ เรียนหนังสือ ก็เป็นเงินที่ได้มาจากการ "ขายยา" ทั้งนั้น พวกเขาเห็นว่าการขายยาเป็นเรื่องปกติ เช่นเดียวกับการติดยาที่ติดกันทุกบ้าน ดังนั้นจึงอย่าได้แปลกใจที่จะพบว่าคนทั้งครอบครัวช่วยกันค้ายา และผลัดกันเข้าออกเรือนจำ เพราะการค้ายาเสพติด การติดยาเสพติด กำลังกลายเป็นเรื่อง "ปกติ" ของสังคมไทย

ดังนั้น คำถามสุดท้ายคือ รัฐบาลมีทางออกหรือมีนโยบายอย่างไร ในการแก้ปัญหายาเสพติดที่เกิดขึ้นและกำลัง "กัดกร่อน" ประเทศอยู่ในขณะนี้.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ