คอลัมน์กาแฟดำ: ควันหลงจากแถลงการณ์ เรื่องจีน-ฮ่องกง-นักการเมืองไทย

ข่าวทั่วไป 24 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ยังมีประเด็นน่าสนใจ ว่าด้วยควันหลงจากกรณีสถานทูตจีนประจำไทยออกแถลงการณ์เตือน "นักการเมืองไทยบางคน" ที่ถูกกล่าวหาว่าแสดงจุดยืนสนับสนุนแกนนำผู้ประท้วงที่ฮ่องกงคำชี้แจงจากทั้งกระทรวงการต่างประเทศของไทย และคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และมีความเห็นต่อเนื่องจากผู้บัญชาการทหารบก พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ อีกทั้งยังเป็นหัวข้อวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายต่างๆ ในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง ผมเชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นบทเรียนสำหรับคนไทยหลายมิติ ที่สำคัญคือต้องรู้จักแยกแยะข่าวสาร ไม่ผลีผลามตัดสิน และยืนยันความเป็นอธิปไตยของประเทศในการเมืองระหว่างประเทศ หนึ่งในคำถามคือ จุดยืนของรัฐบาลไทยต่อกรณีฮ่องกงเป็นเช่นไร? คุณดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.กระทรวงการต่างประเทศ ตอบคำถามนักข่าวว่าที่ผ่านมาประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ในนามของรัฐบาลไทยต่อกรณีดังกล่าวไปแล้วเมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา 3 ข้อ

โดยมีเนื้อหาว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นกิจการภายในของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยรัฐบาลเคารพหลักการ 1 ประเทศ 2 ระบบ และเชื่อมั่นว่าเขตปกครองพิเศษฮ่องกงสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างสันติ ซึ่งทางสาธารณรัฐประชาชนจีนก็รับทราบแล้ว และขอบคุณทางการไทย

คุณดอนบอกว่า สาธารณรัฐประชาชนจีนมองว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นความเห็นของบุคคล ไม่ใช่เรื่องรัฐบาล

นักข่าวถามถึงกรณีที่นักวิชาการแสดงความคิดเห็นให้รัฐบาลตักเตือนนักการเมืองคนที่ถูกพาดพิง คุณดอนบอกว่าไม่ขอแสดงความคิดเห็น แต่ในแง่ของปัญหาระหว่างไทย สาธารณรัฐประชาชนจีน และเขตการปกครองพิเศษฮ่องกง ไม่มีอยู่แล้ว และเชื่อว่าจะไม่กระทบความสัมพันธ์ในแง่ของรัฐต่อรัฐ

รมต.การต่างประเทศบอกด้วยว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมาสาธารณรัฐประชาชนจีนไม่ได้มีการประสานอะไรที่เป็นทางการมายังประเทศไทย เนื่องจากไม่มีความจำเป็นที่จะต้องคุย

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากนักการเมืองไทยไปยุ่งกิจการภายในของสาธารณรัฐประชาชนจีน จำเป็นต้องมีการพูดคุยหรือไม่ คุณดอนตอบว่า ต้องเข้าใจว่ากรณีนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องของนักการเมืองทั้งพรรคหรือพรรคร่วมรัฐบาล

คุณดอนยืนยันว่าขณะนี้จีนกับไทยไม่มีปัญหา เป็นความสัมพันธ์ที่

"เรียบร้อยและสมบูรณ์แบบ"และเสริมว่าที่ทางการไทยออกแถลงการณ์ไปแล้ว ทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนก็ไม่ได้ส่งสัญญาณแถลงการณ์อะไรอีก

"แต่ในส่วนของคำแถลงการณ์ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ก็ต้องเข้าใจว่าเป็นเรื่องสถานทูต ซึ่งไม่ใช่แถลงการณ์ในนามของรัฐบาล เพียงแต่เป็นการสะท้อนท่าทีของรัฐบาลในเรื่องสำคัญ ที่ผู้แทนทางการทูตจีนมองว่ามีความสำคัญและเป็นเรื่องของความละเอียดอ่อน จึงสะท้อนออกมาด้วยความกังวล" คุณดอนบอกนักข่าว

เมื่อถามว่าที่ผ่านมาจีนไม่เคยแสดงท่าทีลักษณะนี้มาก่อน คุณดอนบอกว่าเพราะประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญ และห่วงกังวลจึงสะท้อนออกมา

ถามว่าจีนมีข้อมูลในเชิงลึกหรือไม่นั้น คุณดอนบอกไม่ทราบ นักข่าวถามต่อว่าการออกแถลงการณ์ในลักษณะเช่นนี้จะขยายวงไปกระทบความสัมพันธ์หรือไม่ คุณดอนตอบว่าไม่ จะไปกระทบได้อย่างไรในเมื่อท่าทีของภาครัฐมีความชัดเจน

นักข่าวถามต่อว่านักการเมืองไม่สมควรไปก้าวก่ายเรื่องภายในของประเทศอื่นใช่หรือไม่

คุณดอนบอกว่าอยู่ในสาระบริบทที่จะขอความเห็นก็มี ไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไร และความเห็นเหล่านั้นก็จะออกมาเป็นคำแถลงการณ์

ส่วนคำแถลงการณ์ของสถานทูตจีนที่ออกมานั้น อาจจะมีความกังวลว่านักการเมืองไทยจะเข้าไปแทรกแซงเรื่องภายในหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบว่าจะคิดไปถึงจุดไหน แต่อย่างน้อยที่สุดให้รับรู้ว่าเขามีความห่วงกังวลในท่าทีของประเทศที่ 3 เนื่องจากในบริบทของคำแถลงการณ์ พูดถึงคนภายนอกที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวปัญหาภายในเขตการปกครองพิเศษฮ่องกง และสะท้อนเป็นภาพใหญ่ก่อนที่จะสะท้อนมายังประเทศไทย

ถามว่าคำแถลงการณ์ของสถานทูตจีนมีความรุนแรงหรือไม่นั้น ก็เป็นไปตามข่าว อย่าไปกังวลอะไรมาก และไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อย แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีการเตือนนักการเมืองไทยในลักษณะเช่นนี้

ผมคัดมาให้ได้อ่านถาม-ตอบระหว่างนักข่าวกับรัฐมนตรีต่างประเทศนั้น ก็เพราะต้องการจะเข้าใจถึงวิธีคิดของรัฐมนตรีต่างประเทศไทย

โดยเฉพาะกรณีประเด็นเรื่องนักการเมืองไทยมีสิทธิ์จะวิพากษ์วิจารณ์การเมืองของประเทศอื่นหรือไม่ และการที่สถานทูตจีนออกแถลงการณ์เตือนนักการเมืองไทยบางคนนั้นถือว่าเป็นการ "ล้ำเส้น" กติกาการทูตระหว่างประเทศหรือไม่

น่าสนใจว่ารัฐมนตรีต่างประเทศบอกว่าเป็นเรื่องใหม่ ยังไม่เคยเกิดมาก่อน และไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อย

แต่พอเกิดก็ทำให้เราต้องคิดให้ครบทุกมิติ เพราะถ้าเกิดได้ครั้งหนึ่งก็อาจจะเกิดได้อีกเช่นกัน!


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ