คอลัมน์ไทยโพสต์: บทเรียนของผู้จะเข้าสู่อำนาจ เรื่องระหว่างประเทศอ่อนไหว

ข่าวทั่วไป 26 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ฟังการตอบคำถามของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่เข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี โดยบอกว่าพรรคอนาคตใหม่เป็นพรรค ที่เพิ่งตั้งขึ้นมา ประสบการณ์การทำงานในสภาฯ หรือประ สบการณ์ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณมีน้อย แต่ทางพรรคอนาคตใหม่มีความตั้งใจที่อยากจะส่งเสริมให้มีความรู้ และประสบการณ์ในการทำงานด้านงบประมาณมากขึ้น เพื่อเรียนรู้ในกระบวนการต่างๆ เผื่อวันหน้าวันหลังได้มีโอกาสเป็นรัฐบาล จะได้เข้าใจเกี่ยวกับกลไกด้านงบประมาณ

นั่นเป็นความคาดหวังของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่มีเป้าหมายในการเข้ามาบริหารประเทศตามนโยบายที่ได้นำเสนอไว้ แต่ก็ต้องยอมรับว่า เส้นทางเข้าสู่อำนาจของนายธนาธรไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด นอกจากปมประเด็นที่ถูกเตะตัดขาแล้ว ส่วนหนึ่งก็เกิดจากการสะดุดขาตัวเองจากการแสดงความคิดเห็นในฐานะนักกิจกรรมในสายเสรีประชาธิปไตย ซึ่งเป็นคนละสถานะกับในปัจจุบัน ที่ต้องรอบคอบ ระมัดระวัง ยึดถือภาพรวมของประเทศ ไม่ใช่แค่ฝ่ายค้านกับรัฐบาล หรือประชาธิปไตยกับเผด็จการ

ปรากฏการณ์ที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยออกแถลงการณ์อันเกี่ยว กับสถานการณ์ความรุนแรงในฮ่องกง โดยตบท้ายด้วยการส่งสัญญาณที่ไม่สู้ดีนักต่อการแสดงออกของนักการเมืองของไทยนั้น ถือเป็นเรื่องใหญ่ และไม่ค่อยเกิดขึ้นมากนัก ซึ่งนักสังเกตการณ์ทางการเมืองก็ตีความไปหลายทาง แต่ประเด็นที่มองเหมือนกันคือ ความไม่พอใจของจีนแผ่นดินใหญ่อย่างยิ่งยวดที่มีต่อท่าทีของนักการเมืองไทยผู้นั้น

ทั้งนี้ คำแถลงการณ์ระบุว่า เป็นที่ต้องชี้ให้ทราบว่า ความผันผวนที่มาจากการต่อต้านการแก้ไขกฎหมายในฮ่องกงได้เปลี่ยนตัวไปอย่างสิ้นเชิง กำลังพัฒนาเป็นการปฏิวัติสี โดยได้รับการแทรกแซงจากกลุ่มอิทธิพลภายนอก กลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีน ได้ใช้ประชาธิปไตยและเสรีภาพเป็นข้ออ้าง เพื่อทำลายหลักการพื้นฐานของ หนึ่งประเทศสองระบบ บ่อนทำลายอธิปไตยและความบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศจีน ซึ่งฝ่ายจีนคัดค้านอย่างเด็ดขาด

แถลงการณ์ยังระบุว่า กลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีนยังได้สมคบกับกลุ่มอิทธิพลภายนอก เผยแพร่ข่าวลือ บิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อวัตถุประสงค์ที่มิอาจเปิดเผยของตน นักการเมืองประเทศไทยบางคนมีการติดต่อกับกลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีนโดยมีท่าทีเชิงสนับสนุน ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดอย่างร้ายแรงและไร้ความรับผิดชอบ ฝ่ายจีนหวังว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถรับรู้ข้อเท็จจริงของปัญหาฮ่องกง ใช้ความระมัดระวัง ทำในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อมิตรภาพจีน-ไทย

แถลงการณ์ดังกล่าวเกิดจากการที่ โจชัว หว่อง หนึ่งในแกนนำผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง โพสต์ภาพถ่ายคู่กับนาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว เจ้าตัวระบุว่า ได้พบกับนายธนาธรระหว่างร่วมงานประชุมโอเพน ฟิวเจอร์ ฟอรัม ในฮ่องกง ซึ่งจัดขึ้นโดยนิตยสาร 'อีโคโนมิสต์' เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา

แฟนคลับผู้คลั่งไคล้ในตัวบุคคล และพรรคที่ตนเองนิยม เร่งเร้าให้ตอบโต้ทางการจีน ที่มาละเมิดการแสดงความคิดเห็นของธนาธร แต่ขณะเดียวกันนายธนาธรได้ชี้แจงเหตุผล 9 ข้อ ที่เป็นเรื่องหลักการ รวมถึงการแสดงความเห็นว่าข้อวิจารณ์ความไม่เหมาะสมในการไปถ่ายรูปครั้งนี้ เป็นการขยายความจากผู้นำกองทัพ และคนที่อยู่คนละฝ่ายกับตนเอง ทำให้เกิดความเข้าใจผิด

มาตรการของจีนที่ออกมาทิ่มตรงเช่นนั้นดูเหมือนจะจบ แต่ยังไม่จบ เมื่อโซเชียลมีเดียนำประกาศบริษัท ไทยซัมมิท ออโตพาร์ท ประกาศให้พนักงานหยุดงาน 2 เดือน เนื่องจากออ เดอร์จากลูกค้าที่มีการนำเสนอข่าวว่าเป็นบริษัท จีเอ็ม สัญชาติสหรัฐอเมริกา และมีจีนถือหุ้นอยู่ เป็นผู้ชะลอคำสั่งซื้อ หากมองในแง่ภาพรวมจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ก็เป็นไปได้ว่ามีผลกระทบต่อบริษัทที่ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์แห่งนี้ แต่หากมองในแง่มีวาระการเมืองที่เกี่ยวข้อง ก็ปฏิเสธได้ยากว่า เรื่องดังกล่าวได้ถูกนำมาผูกโยงกับท่าทีของจีนที่มีต่อนายธนาธร

ส่วนข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรนั้น ผู้บริหารไทยซัมมิท และนายธนาธร คือผู้ที่ทราบข้อเท็จจริงดี และนั่นก็เป็นบทเรียนอีกหน้าหนึ่งของผู้เป็นนักการเมือง ซึ่งมุ่งหวังจะเข้า มาเป็นฝ่ายบริหารในอนาคตที่ต้องพิจารณาเรื่องการแสดงความคิดเห็น และท่าทีต่อประเด็นความขัดแย้ง ซึ่งไม่เกี่ยว กับประเทศไทยแต่อย่างใด เพราะในทางกลับกันหากตนเองได้ มาเป็นฝ่ายบริหาร และมีใครที่แสดงออกเช่นนี้กับประเทศ ไทย รัฐบาลของเราก็ต้องแสดงท่าทีแข็งกร้าวแบบนี้เช่นกัน เรื่องผลประโยชน์ของชาติ และความขัดแย้งของมหาอำนาจเป็นสิ่งที่อ่อนไหว จึงเป็นเรื่องใหญ่ที่นักการเมืองไทยต้องรอบคอบ.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ