คอลัมน์อ่านเอาเรื่อง: สนิมสีส้ม

ข่าวทั่วไป 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

โดย ผักกาดหอม เริ่มจะเอาไม่อยู่ บททดสอบเบื้องต้นของ "ทอน-บุตร" ผลออกมาดูกระท่อนกระแท่นไม่สมกับที่น้องฟ้า ถ่างตารอ ฝากความหวัง อยากให้เป็นผู้บริหารประเทศ "ทอน" ผ่านงานบริหารไทยซัมมิท มีเงินหมุนเวียนหมื่นล้านแสนล้าน ดูเหมือนผ่านการบริหารองค์กรใหญ่ แต่...เปล่าเลย นับแต่เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี "ทอน" ไม่เคยแสดงให้เห็นว่าได้ผ่านงานในตำแหน่งผู้บริหารเลย นับวันยิ่งถอยหลังเข้าคลองไปเรื่อยๆจากความดีไม่มีความชั่วไม่ปรากฏมาเป็นความดีไม่ปรากฏ กลับสั่งสมความชังแทน"ทอน" เคยประกาศนำความทันสมัยมาสู่ประเทศไทย โชว์ไอเดีย วิจัยไฮเปอร์ลูป ดีกว่าสร้างรถไฟความเร็วสูง วันนี้ ยังมีใครจำไฮเปอร์ลูปของ "ทอน" ได้บ้าง หลังเลือกตั้งได้ ส.ส.มาเป็นกอบเป็นกำ ใครๆ ก็พากันคิดไปว่า อนาคตใหม่จะมาแทนที่เพื่อไทย

แต่...เพราะแนวคิดเผด็จการ ในการจัดตัวผู้สมัครลงสนามเลือกตั้งท้องถิ่น ทำให้พรรคอนาคตใหม่แตกเป็นเสี่ยงๆ

และความเป็นเผด็จการในคราบนักประชาธิปไตย ยังสะท้อนออกมาในรูปแบบการแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของพรรค

รายชื่อผู้บริจาคเงินให้พรรคอนาคตใหม่ สะท้อนให้เห็นว่า พรรคนี้ไม่เฉียดคำว่าพรรคของประชาชนเลย

เป็นพรรคของนายทุนต่างหาก บริจาคในนามเมีย แม่ยาย ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในอดีต ไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย มีผู้บริจาครายใหญ่นามว่า "พจมาน ชินวัตร"

เหมือน "ทอน" ลอกการบ้าน "แม้ว" และที่ยังเหมือนกันคือ ลากคนใกล้ชิดไปคลุกการเมือง แม่-เมีย ต้องไปเป็นพยานขึ้นโรงขึ้นศาล ฉะนั้นใครในพรรคที่พูดไม่ถูกหู ทำไม่ถูกใจ จึงถูกตัดสินให้เป็น ขยะ และสนิม

นั่นคือทัศนคติของเผด็จการสำหรับ "บุตร" เรียนรู้เป็นนักการเมือง ๐.๔ ได้อย่างรวดเร็ว และน่าทึ่งพูดไม่หมด โกหกไฟแลบ!"บุตร" พูดถึงหุ้นสื่อของ "ทอน" ว่า "ลองเทียบเคียงกับนักการเมืองที่ไม่มีหุ้นสื่อแต่กลับมีคู่สมรสเป็นเจ้าของสื่อ คนคนนี้กลับไม่โดนอะไรเลย เรื่องนี้จึงต้องพิจารณากันถึงวัตถุประสงค์ของกฎหมาย"

"บุตร" แกล้งลืมไปว่า "แม่พร" ของทอน ถือหุ้นมติชน ๓๕,๘๓๖,๐๐๐ หุ้น คิดเป็น ๑๙.๓๓%

เป็นผู้ถือหุ้นลำดับที่ ๒ และทั้งหมดนี้คือ "สนิมสีส้ม" ที่เกิดในพรรคอนาคตใหม่.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ