คอลัมน์ไทยโพสต์: สนามเลือกตั้งท้องถิ่น ตัวชี้วัดความนิยม

ข่าวทั่วไป 31 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปเมื่อ 24 มีนาคม ผ่านพ้นไป มีผู้สมหวัง มีผู้ผิดหวัง พรรคพลังประชารัฐได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคขนาดกลาง ขนาดเล็ก ผนึกกำลังเป็นพรรคร่วมรัฐบาล พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ และพรรคขนาดกลาง ขนาดเล็ก รวบรวมเสียงสู้ไม่ได้ กลายเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน แม้การเลือกตั้งใหญ่เป็นการทั่วไปจะจบลงไปแบบคาใจ ทั้งกฎ กติกา ผู้คุมกฎ กระบวนการจัดการเลือกตั้ง ระบบ วิธีการคำนวณคะแนน นำมาสู่ข้อถกเถียง เป็นเรื่องค้างคาใจ แต่ไม่ว่าอย่างไร กระบวนการทำงานในสภาผู้แทนราษฎรต้องดำเนินต่อไป พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ใช้สิทธิ์ ใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอยู่เนืองๆ

การเลือกตั้งใหญ่แม้จะผ่านไปแบบคาใจ ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลหวังขอแก้มือผ่านการเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ ตั้งความหวังเอาไว้สูง ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ได้รวมตัวกันไปยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่นและการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ เพื่อขอให้เร่งรัดติดตามการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารจัดการกรุงเทพฯ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และแผนการบริหารประเทศ

พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย เผยว่าถึงแม้ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นจะบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย.62 แต่เมื่อพิจารณาดูจากบทเฉพาะกาลในมาตรา 142 ซึ่งบัญญัติไว้ว่าในการเลือกตั้งครั้งแรก ภายหลังจากที่ พ.ร.บ.ฉบับนี้ใช้บังคับ เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติเห็นสมควรให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด ให้แจ้งให้ กกต.ทราบ ทั้งนี้ในวรรคท้ายของมาตรานี้ยังบัญญัติไว้ด้วยว่า

กรณีที่ไม่มีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้อำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามวรรคหนึ่งเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี จึงเห็นได้ว่าการจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่ จะเร็วหรือช้า ต้องเป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรี และหลายพรรคการเมืองเตรียมความพร้อมกันอยู่แล้ว

และบัดนี้การเลือกตั้งใหญ่ผ่านมาเป็นเวลานานพอสมควร ขอเรียกร้องไปถึงคณะรัฐมนตรีให้พิจารณาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นโดยเร็ว เพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม

การเลือกตั้งท้องถิ่น แม้ในวันนี้ฝ่ายผู้มีอำนาจยังไม่กดปุ่มไฟเขียวจะให้มีขึ้นเมื่อใด แต่ฝ่ายพรรครัฐบาล พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ ต่างเตรียมพร้อมนับวันรออยากให้เกิดขึ้นในเร็ววัน แม้จะยังไม่แน่ชัดว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หรือการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด การเลือกตั้งใดจะเกิดขึ้นก่อน แต่ไม่ว่าการเลือกตั้งอย่างใดเกิดก่อน ฝ่ายใดแพ้ ฝ่ายใดชนะ ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงนัยการเมืองอะไรบางอย่าง พรรคเพื่อไทยตั้งเป้าตั้งความหวังเอาไว้สูงต่อการเลือกตั้งท้องถิ่นในสมัยหน้า

หลายพื้นที่ที่เป็นหัวเมืองหลัก มีนักการเมืองระดับชาติ บุคคลมีชื่อเสียงที่เคยทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทย แกนนำพรรคอย่างใกล้ชิด ประกาศเปิดตัวขอลงสมัครรับเลือกตั้ง นายก อบจ. อาทิ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ขอปักหมุดในสนามปทุมธานี, อดีต ส.ว.ก๊อง-ชูชัย เลิศพงศ์อดิศร พรรคเพื่อไทย ประกาศสนับสนุนอย่างเต็มที่ในสนามเชียงใหม่, น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ประกาศพร้อมแข่งขันกับผู้สมัครจากทุกพรรคในสนามเชียงราย, เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด ก็ขยับตัวเองมาลงสนามเล็ก

ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ที่ได้ใจจากการเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมา ได้ ส.ส. 81 คน บัญชีรายชื่อ 50 คน และ ส.ส.ระบบเขตเลือกตั้ง 31 คน ได้คะแนนป๊อปปูลาร์โหวตสูงถึง 6 ล้านคะแนน ในจำนวนนี้ 1 ล้านคะแนนมาจากชาว กทม. ทำให้ได้แรงฮึด มีข่าวออกมาอย่างต่อเนื่องจะส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.เข้าชิงชัย ในต่างจังหวัดยังคงเน้นเจาะไปที่คนรุ่นใหม่ กลุ่มคนที่เบื่อการเมืองรูปแบบเดิมๆ

โดยเลือกปักหมุดในพื้นที่ที่ได้ ส.ส.เขต โดยเอานโยบายที่คนท้องถิ่นจับต้องได้ สร้างความแตกต่างจากการเมืองเดิมๆ ขอท้าชิงในสนามเลือกตั้ง นายก อบจ.ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะผู้ถือครองอำนาจรัฐ เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ชนะการเลือกตั้ง ส.ส.หลายเขต ที่ในเมื่อสนามใหญ่ชนะมาแล้ว ย่อมไม่อยากเสียสนามเล็กไปให้พรรคการเมืองอื่นครอบครองเช่นกัน

การเลือกตั้งท้องถิ่นแม้จะยังไม่ถูกกำหนดวันเวลาออกมาแน่ชัด แต่สำหรับพรรคการเมือง ต่างเตรียมพร้อม ทั้งกลยุทธ์ นโยบาย ตัวผู้สมัคร ที่ทุกพรรค การเมืองพร้อมจะฝ่าฟัน ชิงชัย ในวันที่นกหวีดเลือกตั้งดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ