ส่งโกต๊อกค้ามนุษย์เข้าเรือนจำ

ข่าวทั่วไป 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ศาลยุติธรรม * ศาลอนุญาตฝากขังโกต๊อก เสี่ยพันล้าน คดีค้ามนุษย์ ฟอกเงิน คำร้องระบุทำเป็นขบวนการ พฤติการณ์โหดเหี้ยม ลวงชาวโรฮีนจาไปทำงานในมาเลย์ได้เงินเดือนละ 6 หมื่นบาท กว่าเหยื่อจะรู้ตัวก็ลอยลำอยู่กลางทะเล ให้กินข้าวกับพริกวันละ 2 มื้อ ทุบตีเยี่ยงทาส จากนั้นส่งเข้าแคมป์ตายเป็นเบือ พบแล้ว 36 ศพ วันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ร.ต.อ.ณัฎฐพร ไผ่ประดิษฐ์ พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) ควบคุมตัวนายสุพัฒน์ สันติปิยกุล หรือโกต๊อก อายุ 59 ปี นักธุรกิจพันล้าน ผู้ต้องหาค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา หรือโรฮิงญา ภูมิลำเนา ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา มาขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก รวม 2 สำนวน คือ คดีค้ามนุษย์ฯ หมายเลขดำ คฝ.56/2562 และคดีฟอกเงินฯ หมายเลขดำ ฝ.1557/2562 ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ

คำร้องฝากขังสำนวนคดีค้ามนุษย์ ระบุพฤติ การณ์ว่า เมื่อเดือน ม.ค.2554-1 พ.ค.2558 ต่อเนื่องกัน ได้มีขบวนการองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ และที่ยังหลบหนีจำนวนหลายคน ได้กระทำความผิดทั้งในและนอกราชอาณาจักรไทย โดยชักชวน หลอกลวง ขู่บังคับ ข่มขืนใจชาวบังกลาเทศและชาวโรฮีนจาจากประเทศบังกลาเทศ และชาวโรฮีนจาจากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เข้ามายังประเทศไทยโดยผิดกฎ หมาย และส่งไปยังปลายทางที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีการสมคบแบ่งหน้าที่กันทำ โดยจะมีผู้ทำหน้าที่ชักชวนผู้เสียหายซึ่งเป็นบุคคลและเด็กจากประเทศบังกลาเทศและชาวโรฮีนจาจากรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมา โดยหลอกลวงว่าจะสามารถส่งไปทำงานที่ประเทศมาเลเซียได้ และจะได้รับเงินเดือน เดือนละประมาณ 6,000 ริงกิต คิดเป็นเงินไทยประมาณ 60,000 บาท

ผู้เสียหายจำนวนหลายคนได้หลงเชื่อ และตกลงยินยอมไปทำงานตามที่ถูกชักชวน ผู้เสียหายที่ไม่สมัครใจได้ถูกบังคับใช้กำลังประทุษร้าย อุ้มพาไปหรือใช้อาวุธปืนข่มขู่บังคับ และในจำนวนผู้เสียหายที่ถูกหลอกพาไป บางคนเป็นเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี หรือบางคนอายุเกินกว่า 15 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปี เมื่อมีการชักชวนหรือขู่บังคับได้แล้ว มีการนำผู้เสียหายไปพักอาศัยบนที่พักซึ่งจัดไว้ให้อยู่ใกล้กับทะเล เพื่อรวบรวมให้ได้หลายคนตามจำนวนที่ต้องการ แล้วพาไปลงเรือเล็กไปส่งขึ้นเรือใหญ่ที่จอดลอยลำอยู่ในทะเลนอกน่านน้ำไทย

ในระหว่างที่อยู่บนเรือใหญ่จะมีผู้คุมซึ่งมีอาวุธปืน อาวุธมีดและไม้หวายติดตัว โดยเรือบางลำจะบังคับให้กินข้าวกับพริกวันละ 2 มื้อ หากส่งเสียงดังหรือขออาหารหรือขอน้ำเพิ่มจะถูกตีทำร้ายร่างกายด้วยไม้ เมื่อคนขึ้นเรือใหญ่ครบตามจำนวนที่ต้องการแล้ว เรือใหญ่จะเดินทางมายังประเทศไทย โดยจะจอดลอยอยู่ในทะเล และจะมีเรือเล็กไปรับผู้เสียหายที่ถูกหลอกพาไปพักอาศัยอยู่บนเกาะประมาณ 1-2 เดือน หรือพาข้ามในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย แล้วพาขึ้นฝั่งไปหลบซ่อนอยู่ตามแนวป่า เพื่อรอรถยนต์มารับส่งต่อไปยังประเทศมาเลเซีย

คำร้องระบุด้วยว่า ผู้กระทำความผิดจะพาผู้เสียหายขึ้นรถและเดินเท้าไปยังแคมป์ต่างๆ ที่สร้างขึ้นในเขต ต.ปาดังเบซาร์เช่นกัน แคมป์ที่สร้างขึ้นบนเทือกเขาแก้วนั้นมีจำนวนหลายแคมป์ ภายในแคมป์ที่พักแต่ละแคมป์จะมีผู้ทำหน้าที่ควบคุมเพื่อไม่ให้ผู้เสียหายหลบหนี โดยมีอาวุธปืน มีด ท่อนไม้หวาย แส้ แต่ละแคมป์จะมีหลายโรงนอน นอกจากนี้ จะมีผู้ควบคุมอีกบางส่วนดูแลทางขึ้นลงแคมป์ดังกล่าว โดยมีผู้กระทำความผิดบางคนทำหน้าที่จัดหาเสบียง ขณะที่ผู้ควบคุมได้ให้ผู้เสียหายโทรศัพท์ติดต่อญาติที่ประเทศบังกลาเทศ เพื่อเรียกค่าไถ่เป็นเงิน 190,000-200,000 ทากา (สกุลเงินประเทศบังกลาเทศ) มีการทำร้ายร่างกายผู้เสียหายที่เป็นเหยื่อ โดยใช้ไม้ตีและใช้อาวุธมีดจี้ตามแขน เพื่อให้ส่งเสียงร้องในขณะที่มีการโทรศัพท์ มีการทรมานโดยให้อดอาหาร

ต่อมาวันที่ 1 พ.ค.2558 เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือบุคคลต่างด้าวบริเวณที่เกิดเหตุ ห่างจากชายแดนมาเลเซียประมาณ 30 เมตร พบแคมป์จำนวน 39 หลัง โดยเป็นโรงนอน 26 หลัง ที่เหลือเป็นอ่างน้ำและห้องส้วม พบนายกดอนซา สัญชาติบังกลาเทศ นอนป่วยอยู่ในแคมป์ พบศพบุคคลต่างด้าวนอนเสียชีวิตจำนวน 1 ศพ บริเวณใกล้เคียงพบหลุมฝังศพ พบศพมนุษย์อีก 25 ศพ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบแคมป์เพิ่มเติมอีกจำนวน 3 แห่ง พบศพคนต่างด้าวเพิ่มเติมอีกจำนวน 10 ศพ รวมทั้งสิ้น 36 ศพ

เหตุเกิดที่ประเทศบังกลาเทศ, รัฐยะไข่ ประเทศเมียนมา, ประเทศไทย ในเขต ต.ม่วงกลวง อ.กะเปอร์ จ.ระนอง, อ.คุระบุรี อ.ตะกั่วปา จ.พังงา, อ.หัวไทร และ อ.เมือง จ.นครศรีธรรม ราช, ต.ปาดังเบชาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา, ต.กำแพง อ.ละงู จ.สตูล และท้องที่จังหวัดอื่น และประเทศมาเลเซีย

ทั้งนี้ เมื่อประมาณเดือน ม.ค.2554-1 พ.ค.2558 ผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดคือ จากการตรวจสอบพบว่า นายสุพัฒน์ ผู้ต้องหา มีบัญชีเงินฝากกับธนาคารกสิกรไทย สาขาปาดังเบซาร์ จำนวน 7 บัญชี การสืบสวนพบการทำธุรกรรมโอนเงินของผู้ต้องหาหลายรายการ ซึ่งสอดคล้องกับเอกสารการตรวจสอบบัญชีของผู้รับโอน จึงมีเหตุสงสัยและมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า เงินหรือทรัพย์สินมาจากการกระทำความผิดมูลฐานค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจา

ต่อมา พนักงานสอบสวน ปคม.ได้รับตัวผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนาทวี หมายจับที่ 424/2559 ลงวันที่ 11 ส.ค.2558 ซึ่งถูกจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนและควบคุมตัวผู้ต้องหามาจะครบ 48 ชั่วโมง ในวันที่ 4 พ.ย.2562 แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากต้องรอสอบสวนพยานอีก 7 ปาก รอผลตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา และตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา จึงขอฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 4-15 พ.ย.2562

ท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง หาก ปล่อยตัวไปเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี และไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานหรือก่อเหตุร้ายประการอื่น คดีนี้เป็นคดีที่นานาอารยประเทศทั่วโลกสนใจจับตาดู อีกทั้งรัฐบาลไทยให้ความสนใจประกาศเป็นวาระแห่งชาติในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เพิ่มระดับความน่าเชื่อถือของประเทศให้อยู่ในระดับที่ดีขึ้น อันจะมีผลต่อการค้าระหว่างประเทศ

ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากหมดเวลาทำ การศาล ไม่มีญาติยื่นขอประกันตัวนายสุพัฒน์แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวไปควบคุมไว้ยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป.


แท็ก เรือนจำ  

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ