โบรกฯชี้หุ้นเนื้อหอมอานิสงส์LTF-RMF

ข่าวเศรษฐกิจ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ไทยโพสต์ * โบรกฯ มั่นใจหุ้นไทยยังไปต่อ แรงแอลทีเอฟ อาร์ เอ็มเอฟหนุน ธนาคารทั่วโลกอัดคิวอี ลดดอกเบี้ย แนะเข้าซื้อก่อนขายทำกำไรช่วงต้นปี ครม.ไฟเขียวข้อผูกพันเปิดเสรีการค้าการบริการด้านการเงิน ฉบับที่ 8 เปิดทางต่างชาติถือหุ้นในบริษัทจัดการลงทุนได้ 100% นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล รองกรรมการผู้จัดการและหัว หน้าฝ่ายวิเคราะห์ทางเทคนิค บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยช่วงที่เหลือปี 62 ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อดัชนีหุ้นไทย เพราะมีปัจจัยสนับสนุนจาก สภาพคล่อง ทั้งปัจจัยในประเทศคาดว่าจะมีเงินจากกองทุนรวม หุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) และ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) ไหลเข้ามาประมาณ 40,000-45,000 ล้านบาท ขณะที่สภาพคล่องจากต่างประเทศจะมาจากการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบของธนาคารทั่วโลก ผ่านการทำนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) และการลดอัตราดอกเบี้ย

ทั้งนี้ ยังคาดว่าในช่วงปลายปีนี้มีโอกาสที่ประเทศไทยจะได้รับการปรับอันดับความน่าเชื่อถือขึ้น (เรตติ้ง) หลังจากที่ได้รับการปรับแนวโน้มขึ้นไปแล้วหนึ่งครั้งเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นนี้จะส่งผลบวกต่อกระแสเงินทุนไหลเข้าได้ในอนาคต

"ช่วงที่ผ่านมา บล.ทิสโก้ ได้ปรับเป้าหมายดัชนีสิ้นปีลงมาอยู่ที่ 1,680 จุด และเป้าหมายดัชนีไตรมาสแรก ปี 63 อยู่ที่ 1,720 จุด แต่หากไตรมาสที่ 4 ปี 62 ดัชนีหุ้นไทยยังไม่ฟื้นตัวตามที่คาดการณ์ไว้ เชื่อว่าจะโอกาสปรับตัวลดลงของดัชนีอยู่ที่บริเวณ 1,580 จุดเท่านั้น"

อย่างไรก็ตาม จากสถิติ 9 ปี ตั้งแต่ปี 53-62 พบว่า ในทุกปีหุ้นไทยในช่วงไตรมาสแรก จะให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ยที่ 6.2% หรือเพิ่มขึ้นจากดัชนีปิดปีประมาณ 90 จุด

ด้านนางสาวรัชดา ธนาดิ เรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะ รัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบพิธีสารอนุวัติ (เอกสารให้ดำเนินการตาม) ข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าการบริการด้านการเงิน ฉบับที่ 8 ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน และจะนำ เสนอรัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ เนื่องจากเข้าข่ายมาตรา 178 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ

สำหรับข้อผูกพันในร่างเอกสาร ฉบับที่ 8 นี้ เป็นการปรับปรุงข้อผูกพันใน 2 สาขา ได้แก่ 1.สาขาหลักทรัพย์ สาขาย่อยบริการจัดการลงทุน (Asset Management) โดยจะอนุญาตให้สัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติในบริษัทจัดการลงทุนได้ถึง 100% ของทุนที่ชำระแล้ว โดยยกเลิกเงื่อนไขเดิมที่กำหนดให้ต้องมีสถาบันการเงินที่จัดตั้งภายใต้กฎหมายไทยร่วมถือหุ้นอยู่ด้วยไม่น้อยกว่า 50% ของทุนที่ชำระแล้ว และ 2.ให้มีการเจรจา ทวิภาคีเพื่อจัดตั้ง Qualified ASEAN Banks (QABs) ระหว่างประเทศไทยและสหพันธรัฐมาเลเซียเข้าสู่ตลาดระหว่างกัน ได้บนหลักการต่างตอบแทน และให้มีความยืดหยุ่นในการประกอบธุรกิจมากยิ่งขึ้น.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ