คอลัมน์ครัวไทยโพสต์: อาหารไทยระดับโลก ที่ Blue Elephant

ข่าวทั่วไป 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ชื่อร้าน Blue Elephant เจ้าของ คุณนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ สถานที่ ถนนสาทร จากถนนสาทรผ่านโรงพยาบาลเซ็นต์หลุยส์ไปประมาณ 200 เมตร จะพบสถานีรถไฟฟ้า BTS สุรศักดิ์ ร้านอยู่ริมถนนด้านล่างของสถานีรถไฟฟ้า (หน้าหอการค้าไทย-จีน) เปิดบริการอาหารกลางวัน เวลา 11.30-14.30 น.อาหารเย็น เวลา 18.00-22.30 น.โทรศัพท์จองที่นั่งที่โทร.0-2673-9353-8 ผมเชื่อว่านักชิมน้อยท่านนักที่จะไม่รู้จักร้านอาหารไทยที่ชื่อ Blue Elephant ซึ่งไม่ใช่แต่เพียงนักชิมในประเทศเท่านั้น แม้กระทั่งนักชิมแทบจะทั่วทั้งโลกก็ยังไฝ่ฝันว่าสักครั้งที่จะต้องหาโอกาสแวะเข้าไปชิมอาหารที่ Blue Elephant ที่มีสาขาและ แฟรนไชส์มากมายหลายแห่งในต่างประเทศให้ได้

ร้าน Blue Elephant นี้เริ่มต้นจากผู้ก่อตั้งและเป็นเชฟใหญ่ด้วยตนเอง คือ คุณนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ จากเด็กที่วิ่งเล่นอยู่ในครัวได้เริ่มคลุกคลีกับอาหารไทยๆ ตั้งแต่อายุได้เพียง 9 ขวบ โดยเป็นลูกมือของคุณแม่และพี่สาว ที่ทำข้าวแกงขายในตลาดที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยตัวเองมีหน้าที่ตำน้ำพริกแกงต่างๆ จึงทำให้มีความรู้ในเรื่องอาหารไทยเป็นอย่างดี

เมื่อเดินทางไปอยู่กับพี่ชายที่ประเทศเบลเยี่ยมได้พบรักกับสามี คือ มร.คาร์ล สเต็ปเป้ ที่ประกอบอาชีพขายของเก่า จึงได้นำความรู้ความชำนาญในการทำอาหารไทยเปิดร้านอาหารขึ้นที่กรุงบรัสเซลส์ในปี พ.ศ. 2523 กิจการร้านอาหารดำเนินไปได้อย่างดีมาก จนสามารถเปิดสาขาเพิ่มขึ้นในประเทศต่างๆ ทั้งที่ ลอนดอน ปารีส อินเดีย โคเปนเฮเกน ดูไบ จาการ์ตา ฯลฯ ตัวผมเองเคยใช้เส้นสายตามประสาคนไทย ทำให้ได้มีโอกาสแวะไปชิมอาหารที่สาขากรุงลอนดอน ปรากฏว่าอาหารอร่อย ลูกค้าแน่นร้านเต็มไปหมด

นอกจากจะเป็นผู้ก่อตั้ง เป็นเชฟ และเป็นผู้บริหารของ Blue Elephant แล้ว เชฟนูรอยังเปิดสาขาที่ประเทศไทยอีก 2 แห่ง คือ ที่ สาทร เป็นบ้านไม้ทรงโคโลเนียลสมัยโบราณ มีอายุเก่าแก่กว่า 120 ปี โดยตกแต่งร้านด้วยศิลปะแบบไทยๆ สวยงามมาก มีผู้มีชื่อเสียงระดับโลกทั้งประธานาธิบดีและราชวงศ์ของไทยและต่างชาติเคยแวะมาเป็นลูกค้าที่ร้าน และอีกแห่งคือที่ ภูเก็ต นอกจากนี้ยังได้เปิดโรงเรียนสอนทำอาหารไทยได้สอนเชฟระดับมิชลินสตาร์อีกหลายท่าน รวมทั้งสอนที่ เลอ กอร์ดอง เบลอ แล้วยังมีโรงงานทำเครื่องแกง ซอส ฯลฯ ที่นวนคร ส่งขายไปทั่วโลกในชื่อของ Blue Elephant ปรากฏว่าขายดิบขายดีจนเป็นที่กล่าวขานไปทั่ว

ในด้านอาหารไทยที่ประสบความสำเร็จทั้งร้านอาหารและโรงงานผลิตเครื่องแกง โดยได้รับรางวัลต่างๆ อย่างมากมายแล้วที่น่าชื่นชมอย่างยิ่งคือ เชฟนูรอยังทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างสม่ำเสมอ ล่าสุดในฐานะหนึ่งในทูตกิตติมศักดิ์ของโครงการรณรงค์มะเร็งเต้านมได้ร่วมกับนายแพทย์กฤษณ์ จาฏามระ หัวหน้าศูนย์สิริกิติ์ บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยคัดเลือกผัก ผลไม้ และสมุนไพรไทยที่มีคุณค่าทางด้านโภชนาการและมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันและต้านโรคมะเร็งมาปรุงเป็นอาหารเมนูพิเศษขาย เพื่อหารายได้สมทบทุนให้กับศูนย์ฯ ซึ่งปีนี้จัดมาเป็นปีที่ 7 แล้ว โดยจัดอาหารเป็นเซ็ต เรียกว่า PINK RIBBON MENU มีทั้งอาหาร

เรียกน้ำย่อย อาหารว่าง ซุป อาหารจานหลัก และของหวานในราคาเพียงท่านละ 1,200 บาท++ ซึ่งเพิ่งจะจบไปเมื่อสิ้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาก็ได้รับการต้อนรับจากลูกค้าอย่างล้นหลาม เพราะนอกจากจะได้ชิมอาหารอร่อยที่เป็นสมุนไพรเพื่อสุขภาพจากฝีมือเชฟระดับปรมาจารย์แล้ว ราคาอาหารยังถูกและยังได้ร่วมทำบุญอีกด้วย

ถึง PINK RIBBON MENU จะหมดแล้ว แต่เมนูอาหารที่ Blue Elephant มีมากกว่า 70 เมนูนั้น ก็อยากแนะนำให้มาลิ้มลองสักครั้ง ที่ผมได้ชิมเมนูเด่นๆ อร่อยๆ ก็มีเช่น

แกงสิงหลแก้มวัว เมนูนี้เป็นแกงโบราณ สืบเนื่องมาจากชาว

สิงหลที่อพยพมาจากทางตอนใต้ของศรีลังกา ที่ต้องเคี่ยวพริกแกงกับกะทิจนแตกมันใส่แก้มวัวเคี่ยวจนเป อยนุ่ม ทานคู่กับโรตีที่ทำเองอร่อยมาก และอาจาด ที่สำคัญคือ ข้าวผัดขมิ้นผงกะหรี่ที่ด้านบนโรยด้วยหอมแดงทอดและต้นหอมซอยนั้นอร่อยเหลือเกิน สำหรับตัวแกงนั้นคงไม่ต้องพูดถึง เพราะพริกแกงสูตรของเชฟนูรอที่ส่งขายทั่วโลก อร่อยจนไม่ต้องบรรยาย

มัสมั่นเนื้อแกะ เมนูนี้เชฟจะใช้เนื้อแกะออสเตรเลียเลือกตรงส่วนหัวไหล่เท่านั้น มาแกงด้วยพริกแกงมัสมั่นกะทิ ที่สำคัญคือ ใส่เมล็ดมะม่วงหิมพานต์และมันม่วง ทานคู่กับโรตีจะเข้ากันได้เป็นอย่างดี

อีกเมนูที่ไม่ควรพลาด คือ แกงปูใบชะครามเสิร์ฟกับเส้นหมี่ ใบชะครามนั้นมีแร่ธาตุจากทะเลมากมาย นำมาแกงโดยใช้พริกแกงที่คล้ายๆ แกงเผ็ดเป็ดย่าง ที่สำคัญคือ ใส่เนื้อปูก้อนโตๆ ทานคู่กับเส้นหมี่ อร่อยมากครับถ้าชอบเผ็ดๆ ขอแนะนำให้สั่งผัดมะเขือพริกแกงข้าวโพดอ่อน ที่นอกจากใส่พริกแกงสูตรเฉพาะของเชฟนูรอแล้วยังใส่ PANEER ซึ่งทำจากนมและโยเกิร์ต รสชาติเหมือนชีสชนิดหนึ่ง แปลกแต่อร่อยมาก

มาทานอาหารที่นี่นอกจากจะได้อาหารรสชาติอร่อยๆ แล้ว ยังจะได้พบเห็นบรรยากาศที่ไม่เหมือนที่ไหนๆ รวมทั้งการต้อนรับ การบริการ การอธิบายรายละเอียดต่างๆ ของอาหารจากพนักงานที่มีคุณพุฒินันท์ กาญจนวุฒิศิษฎ์ เป็นผู้จัดการอย่างไม่มีที่ติ ชนิดที่หาร้านอาหารใดมาเทียบลำบากครับ ซึ่งคุณนูรอ โซะมณี สเต็ปเป้ นั้น นับว่าเป็นสตรีไทยที่ทำในวงการอาหารไทยมีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วโลก ที่ต้องขอแสดงคามนับถืออย่างจริงใจครับ


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ