คอลัมน์รายงานพิเศษ: 'อยู่ไม่เป็น' หรือ 'ไปไม่เป็น' ท่ามกลางมรสุมซัด 'อนาคตใหม่'

ข่าวทั่วไป 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

กลายเป็นกระแสบนโซเชียลมีเดียทั้งในเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์อยู่พักหนึ่ง เมื่ออยู่ดีๆ บรรดา ส.ส.ทั้งที่เป็นแกนนำ และไม่ได้เป็นแกนนำของพรรคอนาคตใหม่ ต่างออกมาทยอยโพสต์ภาพ ที่มีเพียงตัวประโยคว่า "อยู่ไม่เป็น" พร้อมบอกว่า ให้บรรดาแฟนคลับเตรียมตัวเจอกันในวันเสาร์ที่ 16 พ.ย.นี้ โดยไม่ได้มีการบอกรายละเอียดเพิ่มเติมแต่อย่างใด ปล่อยให้บรรดาแฟนคลับงงกันยกใหญ่ ที่น่าสนใจคือ แคมเปญดังกล่าวนั้นออกมาในช่วงเวลาที่ใกล้กับจังหวะชี้เป็น-ชี้ตายของหัวหน้าพรรคอย่าง นายธนาธร จึงรุ่ง เรืองกิจ ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัย ปม "หุ้นสื่อวี-ลัค มีเดีย" ที่คาราคาซังกันมานานหลายเดือน โดยเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา นายธนาธรเองได้เดินทางไปให้การกับศาล พร้อมด้วยคุณแม่ ภรรยา และทีมกฎหมายของเจ้าตัวเป็นที่เรียบร้อย แต่จะร้อยเรียบหรือไม่นั้น จะได้รู้พร้อมกันในวันที่ 20 พ.ย.นี้

ขณะเดียวกัน บรรดาผู้ที่เคยถูกมองว่าเป็น "พันธมิตร" กับพรรคสีส้ม ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงกระแส "อยู่ไม่เป็น" แม้จะไม่ใช่ทางตรง อย่าง นายชลน่าน ศรีแก้ว "ดาวสภา" ของพรรคเพื่อไทย เพื่อนบ้านข้างตึกไทยซัมมิท ก็ออกมาพูดเรื่องนี้ว่า สิ่งที่เพื่อไทยถูกกระทำมา ตั้งแต่พรรคไทยรักไทยถูกยุบพรรค เป็นพลังประชาชนถูกยุบพรรค แล้วก็มาเป็นเพื่อไทย ถ้าคุณอยากอยู่ในบ้านนี้เมืองนี้ "คุณก็ต้องเลือกอยู่เป็น ถ้าคุณอยู่ไม่เป็น ถูกฆ่าตาย และมันจะเกิดประโยชน์อะไรกับสิ่งที่เราคาดหวังจะทำ"

          คำพูดดังกล่าวย่อมสร้างความขุ่นข้องหมองใจกับบรรดาแฟนคลับพรรคอนาคตใหม่ จนมีการเปิดสงครามผ่านแนวรบโซเชียลมีเดียเป็นระลอกๆ รวมไปถึง ส.ส.บางคนของพรรคสีส้ม จากวิสัยทัศน์การมองปัญหาการเมืองไทยที่เป็นคนละทางกัน และพร้อมชนกับปัญหาด้วยความอะลุ่มอล่วย หาใช่ "เปิดหน้าแลก" แบบที่    อนาตตใหม่กำลังทำ

อย่างไรก็ตาม คำพูดดังกล่าวเปรียบไปก็เป็นการบอก กลายๆ ว่า สำหรับการเมืองไทยแล้ว หากคุณ "อยู่ไม่เป็น" คุณ ก็อาจจะ "ไม่ได้อยู่"

ทั้งนี้ การออกมาพูดลักษณะดังกล่าวนับเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ที่ ส.ส.คนดังเมืองน่านออกมาสะกิดต่อมพรรคอนาคตใหม่ โดยก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยพูดแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยในงาน "จับมือ ดาวสภา เพื่อไทย" เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา ถึงความเป็นไปได้ในการยุบพรรคอนาคตใหม่ จนทำเอาพรรคเพื่อนบ้านตาขวาง พร้อมบอกว่าไม่เคยพูดเรื่องนี้กับทางเพื่อไทยมาก่อน และก็ขอให้ตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีดีกว่า ที่จะมาแสดงความเป็นห่วงใยแบบไม่มีมูล

ขณะที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.เอง ก็ออกมาแสดงความเห็นว่า กระดานทางการเมืองเช่นนี้จะคิดเป็นอื่นไม่ได้ และนายธนาธรหลีกเลี่ยงเดินตามเส้นทางเดียวกับตนไม่ได้ คือต้องพ้นจาก ส.ส. แต่จะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองกี่ปี ขึ้นอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย อย่างไรก็ตาม กระบวนการวินิจฉัยคดีในวันที่ 20 พ.ย.นี้ เป็นเพียงเรื่องส่วนบุคคลของนายธนาธร ยังไม่เกี่ยวข้องกับการยุบพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งตนทำการเมืองมานาน จากประสบการณ์ต่อสู้ ย่อมประเมินถึงจะมีการยุบพรรคตามหลังมาอีก แต่จะด้วยเหตุการณ์อย่างไร ส่วนบั้นปลายแล้วจะจบกันแบบไหนคงคาดการณ์กันได้

จนทำเอาบรรดาผู้เกี่ยวข้องอยู่ไม่เป็นสุข และแม้จะไม่ได้มีการออกมาตอบโต้อะไรนายจตุพร แต่คนนอกก็น่าจะเห็นภาพชัดเจนขึ้น หากมองถึงเอกภาพของบรรดากลุ่มคนที่บอกว่ามีอุดมการณ์เดียวกัน โดยมีคำว่า "ประชาธิปไตย" ปักเป็นหลักตอ ว่าไม่ได้แนบแน่นถึงขั้น "พร้อมตายหมู่"

ยิ่งงวดเวลาชี้เป็นชี้ตาย กระแสข่าว "ยุบพรรค" ก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หากมองโลกในแง่ดี แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะใจดีวินิจฉัยกรณีของนายธนาธรออกมา "เป็นคุณ" จนรอดพ้นกิโยตินอันแรก และต่อให้นายธนาธรไม่ถูกโดนตัดสิทธิจากการเป็น ส.ส. แต่กิโยติน อันต่อไปก็เตรียมมารอจ่อคอหอยอยู่แล้ว จากปมเงินกู้ 191 ล้านบาทของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ปล่อยให้พรรคอนาคตใหม่กู้ โดยให้เหตุผลว่าพรรคไม่สามารถระดมทุนได้ทันเวลา แต่จนถึงตอนนี้เรื่องยังคงค้างอยู่ที่ กกต.มานานกว่า 5 เดือน และยังคงไม่มีความคืบหน้าใดๆ ก็ตาม แต่รับรองว่ารออีกไม่นานประเด็นนี้จะขึ้นมาจ่อคอหอยพรรคอนาคตใหม่อย่างแน่นอน

ยังไม่รวมกับเรื่อง "ภายใน" ที่สั่นคลอนเอกภาพของพรรคอย่างต่อเนื่องตลอดเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา โดยจุดเริ่มมาจากการโหวตเสียงแตกทั้งเรื่อง พ.ร.ก.อัตรากำลังฯ, พ.ร.บ.งบประมาณ นำไปสู่การตั้งข้อสังเกตเรื่องงูเห่า แต่เมื่อสาวลึกลงไปปัญหาดังกล่าวกลับเกิดมาจากเรื่อง ส.ส.เขตน้อยใจ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เนื่องจากรู้สึกว่าไม่ได้รับความสำคัญเพียงพอ อดีตผู้สมัครแห่ลาออกหลังโดนแกนนำพรรคตัดหางปล่อยวัดเมื่อจบเลือกตั้ง อุดมการณ์ที่แตกต่างกันของ ส.ส.บางคนในพรรค การลาออกของกรรมการบริหารพรรค

โดยให้เหตุผลว่า พรรคไม่ฟังเสียงของ กก.บห.อย่างเพียงพอ ขณะเดียวกันมีก็มีกระแสข่าวออกมาบ้างแล้วว่า ส.ส.พรรคอนาคตใหม่บางคนก็เริ่มทำใจกันแล้วว่า พรรคอนาคตใหม่อาจจะไม่ได้ไปต่อ เมื่อคดีความต่างๆ ถูกนำมาวินิจฉัยโดยศาลรัฐธรรมนูญ แต่จะคอขาดเรื่องไหนขอให้จับตาดูกันให้ดีๆ

อย่างไรก็ตาม กรณีการลาออกดังกล่าวก็มีการตั้งข้อสังเกตต่างๆ นานา ว่าเป็นการหาทางลงให้ตนเองได้อยู่เล่นการเมืองต่อหรือเปล่า หากพรรคถูกยุบจริง ตัวเองจะไม่โดนตัดสิทธิทางการเมือง สำหรับ กก.บห.ทั้ง 16 คนของพรรคอนาคตใหม่นั้น ประกอบด้วย ส.ส.ทั้งหมด 12 คน ซึ่งทั้ง 12 คนล้วนเป็นคนที่มีบทบาทอย่างชัดเจนทั้งภายในและภายนอกพรรค

ดังเช่น 3 ทหารเสือ อย่าง "ธนาธร-ปิยบุตร-พรรณิการ์" พล.ท.พงศกร รอดชมภู หัวหอกปฏิรูปกองทัพ, นายชำนาญ จันทร์เรือง หรือแม้แต่ นางสาวจารุวรรณ ศรัณย์เกตุ ลูกสาวของนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.คนดังฟากเพื่อไทย ด้วยเช่นกัน จนนำไปสู่กระแสข่าวต่อมาว่ามี ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ต้นบางคนเตรียมจะไปตั้งพรรคใหม่ ในเงื่อนไขก็ต่อเมื่อ "พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบไปแล้ว" ด้วยซ้ำ เมื่อผนวกเข้ากับเรื่องการแพ้เลือกตั้งนครปฐมทั้งที่มีสถานะ "แชมป์เก่า" ยิ่งทำให้สภาพพรรคตอนนี้ดูไม่จืดจริงๆ

นอกจากนี้ การถูกนำไปเชื่อมโยงกับการตั้งพรรคการเมืองใหม่ของนาย "ดร.อ้วน" นายจักรพันธุ์ ประจวบเหมาะ เจ้าของฉายา "มิสเตอร์พันล้าน" พร้อมสมาชิกพรรคประมาณ 600 คน ที่มีอายุเฉลี่ย 20-30 ปี โดยตอนนี้ "ดร.อ้วน" นั่งเป็นหัวหน้าพรรค โดยจุดที่น่าสังเกต นอกจากสัญลักษณ์ของพรรคที่เป็นสามเหลี่ยมตะแคงขวา และมีพื้นหลังเป็นสีเขียว รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างธนาธรกับนกแอร์ด้วยแล้ว ก็ยิ่งน่าฉงน

อย่างไรก็ตาม ทางพรรคอนาคตใหม่ก็ออกมาพูดชัดแล้วว่า "พรรคพลังอนาคต" ไม่ใช่ "พรรคอะไหล่" อย่างที่สังคมเข้าใจแต่อย่างใด พร้อมยังยืนยันอย่างหนักแน่นว่า "ไม่มีความผิดใดเอาผิดพรรคอนาคตใหม่ จนถึงขั้นถูกยุบพรรคได้"

เพราะฉะนั้น แคมเปญ "อยู่ไม่เป็น" ในวันที่ 16 พ.ย.นี้ แน่นอนว่าจะเป็นการแสดงจุดยืน และเอกภาพว่าตอนนี้พรรคอนาคตใหม่ยังคงเหนียวแน่น และปักหลักอย่างมั่นคง และอาจจะซ่อน "สาร" บางอย่างไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งในเบื้องต้นคลับคล้ายคลับคลาว่า ทางพรรคจะจัดเวทีแถวๆ สวนวชิรเบญจทัศน์ หรือสวนรถไฟ โดยมีศิลปิน "RAD" เจ้าของเพลง "ประเทศกูมี" มาร่วมแจม แต่รูปแบบงานจะเป็นอย่างไรนั้น ทางพรรคขออุบเอาไว้ก่อน และคาดว่าบรรดา ส.ส.ทั้งหลายของพรรคคงจะแสดงความหนักแน่นและยึดมั่นในจุดยืนของพรรคอย่างเต็มที่ อย่างน้อยก็ตราบจนกว่าที่ศาลรัฐธรรมนูญจะเลือกฟันฉับสักเรื่อง ก่อนจะ "วงแตก" จนสิ้นชื่อในที่สุด.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ