GCกางแผนลงทุนสหรัฐ

ข่าวเศรษฐกิจ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

เล็งผุดปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ ลั่น10ปีรายได้ตปท.ขึ้น10% วิภาวดีรังสิต * GC กางแผนลงทุนสหรัฐเป็นบ้านหลังที่ 2 จ่อผุดปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ ตั้งเป้า 10 ปีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศโตเป็น 10% พร้อมต่อยอดอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ในอีอีซี ประกาศเลิกผลิตเม็ดพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งภายใน 5 ปีข้างหน้า นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่ (ซีอีโอ) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง ว่า บริษัทจะใช้วิกฤติเป็นโอกาสในช่วงปิโตรเคมีขาลงเข้าซื้อกิจการที่มีศักยภาพในต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้โครงการลงทุนปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ใน สหรัฐ รวมถึงความคุ้มค่าหรือผลตอบแทนในการลงทุน ความสามารถในการแข่งขันด้านวัตถุ ดิบ เงื่อนไขสัญญาการก่อสร้าง และการจัดหาเงินทุน บรรยายใต้ภาพ คงกระพัน อินทรแจ้ง

"บริษัทมีเป้าหมายลง ทุนปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ในสหรัฐเพื่อเป็นบ้านหลังที่สอง เนื่องจากมีวัตถุดิบที่ถูก และตลาดใหญ่ซึ่งเป็นแห่งเดียวที่มีความพร้อม เมื่อเทียบกับจีน หรือประเทศอื่นๆ ที่อาจจะมีเพียงแหล่งวัตถุดิบหรือตลาดเพียงอย่างเดียว ขณะที่สหรัฐ อเมริกาเป็นประเทศที่มีจีดีพีขนาดใหญ่ แต่การตัดสินใจลงทุนต่างๆ ต้องดูโครงสร้างเงินทุนและผู้ร่วมทุนเพื่อลดความเสี่ยง ในการดำเนินงาน" นายคงกระ พันกล่าว

ทั้งนี้ ปี 2573 บริษัทตั้งเป้าหมายมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศ 30% ของพอร์ต จากปัจจุบันไม่ถึง 10% และรายจ่ายการลงทุนมากกว่า 50% เป็นการลงทุนในต่างประเทศจาก 10 ปีที่ผ่านมาบริษัทมีการ ลงทุนในต่างประเทศแล้ว 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

นอกจากนี้ บริษัทมีแผน ต่อยอดลงทุนและสร้างมูลค่า เพิ่มให้อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์ต่อเนื่องในพื้นที่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) อาทิ โครงการหลักที่ ลงทุนในพื้นที่นี้ ได้แก่ โครงการ ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต Olefins Reconfiguration มูลค่า โครงการประมาณ 36,000 ล้านบาท คาดจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2563 โครงการโพรพิลีนออกไซด์ มูลค่าประมาณ 34,000 ล้านบาท คาดเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2563

โครงการร่วมลงทุนธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ มูลค่าประ มาณ 15,000 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จปี 2565 โครงการพลาสติกรีไซเคิลร่วมกับพันธมิตร แอลพลา และร่วมทุนกับบริษัท เอ็นวิคโค จำกัด ที่นิคมเอเชียมาบตาพุด จ.ระยอง มูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท คาดเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ปี 2564 จากปัจจุบันมีการลงทุนในโครงการหลักแล้วมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท

นายคงกระพันกล่าวว่า บริษัทยังมีเป้าหมายลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตของบริษัทลง 20% ใน 10 ปีข้างหน้าตามเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย และตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 52% ในปี 2593 เพื่อ สนับสนุนเป้าหมายควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มขึ้น 2 องศา เซลเซียส ขณะเดียวกัน ยังวางเป้าหมายจะมีผลิตภัณฑ์ชนิดพิเศษ และผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มเป็น 30% ในปี 2573 และยกเลิกการผลิตเม็ดพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งภายใน 5 ปีข้างหน้า.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ