คอลัมน์คุยนอกรอบ: จับเข่าคุย 'รักษ์ วรกิจโภคาทร' แม่ทัพใหญ่ บสย.

ข่าวเศรษฐกิจ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

หากจะกล่าวถึงรายชื่ออันดับต้นๆ ในทำเนียบผู้บริหารหนุ่มไฟแรงของเมืองไทย ต้องมี "รักษ์ วรกิจโภคาทร" กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาห กรรมขนาดย่อม (บสย.) อยู่ด้วยเสมอ แม้จะเพิ่งมารับตำแหน่งเมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมา ด้วยแนวทางการทำงานอย่างมีกลยุทธ์ ทำให้ผลงานของเขาโดดเด่นอย่างปฏิเสธไม่ได้ รักษ์กล่าวว่า เรารู้ดีว่าคนที่เราค้ำให้หรือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนั้น เป็นนักรบเศรษฐกิจของเมืองไทย เป็นผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและทำให้เงินหมุนเวียนในระบบอย่างเป็นรูปธรรม ความท้าทายในฐานะผู้บริหารสูงขององค์กร คือ การปรับเปลี่ยน บสย.ที่เคยอยู่ในเขตแดนเกมรับ คือ การพึ่งพานโยบายจากภาครัฐ มาเดินเกมรุกแบบเต็มสูบ เดินหน้าทำตลาดทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และมุ่ง มั่นตอบโจทย์ความต้องการของ ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม (Market Segmen tation) มากขึ้น

ก่อนมารับตำแหน่งกรรม การและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2561 นั้น เขาเล่าว่า "ผมเคยทำงานทั้งบริษัทเอกชนและรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง ผ่านงานบริหารมาหลายบทบาท ทั้งภาครัฐและเอกชน บริษัทข้ามชาติ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงินวิสาห กิจ มีความเป็นไฮบริด มีทั้งมุมของวิศวกร เป็นทั้งนักบริหาร นัก การตลาด และความเป็นนักกล ยุทธ์ การผ่านงานบริหารมาหลาก หลาย ทำให้ผมได้นำประสบการณ์ ต่างๆ ที่ผ่านมามาใช้ที่ บสย. เราเป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์แห่งการเปลี่ยนแปลง ผมตั้งใจที่จะทำให้องค์กรแห่งนี้ทันสมัย วันแรกที่ มาทำงานที่นี่ ผมประกาศวิสัยทัศน์ชัดเจนว่า จะปลุกให้ บสย.ที่เป็นเหมือนเสือหลับ ให้กลับมาตื่นขึ้นอีกครั้ง เพื่อนำพาเอสเอ็มอีไทยไปสู่โอกาสและความสำเร็จ"

การเป็นผู้บริหารระดับสูงสุดที่ บสย.ถือเป็นความท้าทาย เพราะนับตั้งแต่เขาเข้ามา ก็ได้มีการทบทวนจุดยืนของ บสย. ซึ่ง บสย.ถูกจัดตั้งขึ้นด้วย พ.ร.บ.ที่มีความคมของตัวเอง ที่ผ่านมา บสย.อยู่ในแนวรับมากจนเกินไป บทบาทที่ควรจะเป็นของ บสย.เลยไม่ชัดเจน สังเกตได้จากที่ลูกค้าจะรู้จัก บสย.ผ่านธนาคารเป็นส่วนใหญ่ และเมื่อถามว่า ลูกค้า บสย.คือใคร คำตอบที่ได้รับคือ ธนาคาร ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ทำให้คนอื่นทำงานแทนตัวเอง รูปแบบในการดำเนินงาน หรือ Business Model จึงกลายเป็นรูปแบบที่ต้องพึ่งพาสถาบันการเงินเพียงอย่างเดียว

"ที่ผ่านมาเราไม่สามารถพาลูกค้าเข้าถึงสถาบันการเงินได้ถูกที่ ถูกทาง และถูกเวลา พบว่าไม่ถึง 15% และในจำนวนนี้ที่จะสามารถดูแลตัวเองได้ในโลกธุรกิจที่เป็นบริบทเก่า ความท้าทายในการทำงานที่ บสย.คือ การวาง Business Model ใหม่ให้องค์กร การเปลี่ยนแปลงองค์กรต้องมาจากศรัทธาและมีแนวทางปฏิบัติงานที่ชัดเจน"

สิ่งที่ผู้ประกอบการเอสเอ็ม อีต้องการคือ สินเชื่อ เพื่อนำไป ใช้ในการต่อยอดและพัฒนาธุรกิจ ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการ ประมาณ 5.2 ล้านราย แต่มีเอสเอ็มอีที่เข้าถึงและได้รับสินเชื่อแบบถูกที่ ถูกทาง ถูกเวลา เพียง 10% หรือ 5 แสนกว่าราย ดังนั้นจึงมีผู้ประกอบการเอสเอ็ม อีที่ใช้เงินเก็บ หยิบยืมเงินพี่น้อง และกู้เงินนอกระบบ มาใช้ในการ ทำธุรกิจ ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งคือ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอยู่ในสภาพหนูติดจั่น อยู่ในวงจรหนี้อย่าง ไม่จบสิ้น บสย.ทำหน้าที่ปลดพันธนา การและความเจ็บปวดเหล่านั้นให้ผู้ประกอบการ

"แนวทางการทำงานของผมจะเรียกว่าเป็นมนุษย์ Plan B ก็ได้ ผมเป็นนักคิดทางเลือก นักเสนอทางออก ชีวิตคนเราต้องไม่ มีแค่โซลูชั่นหรือทางออกเดียว ชีวิตเราอยู่ท่ามกลางกระแสโลกที่เปลี่ยน แปลงอย่างรวดเร็ว ไม่มีวันที่ทุกอย่างจะดำเนินไปตามแผนที่เราวางไว้ เมื่อ ไม่เป็นไปตามแผน ต้องมีทางเลือกใหม่ สำหรับเดิน วิ่ง ต่อสู้และหลบภัยได้เสมอ ผมวางเป้าหมายในปีแรกไว้ว่าต้องค้ำประกันสินเชื่อให้กับเอสเอ็ม อีทะลุหลักแสนล้านบาท แม้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ จะแตะตัวเลขเป้าได้เพียง 80,000 ล้านบาทเท่านั้น แต่ผมเชื่อมั่นว่า เมื่อรวมสรรพกำลังทั้งมวลของชาว บสย.แล้ว ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้" รักษ์กล่าว.

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ