เปิดเวทีค้นหา 'ดาวเด่นดวงใหม่'ปั้นเยาวชนขึ้นแท่นศิลปินอาชีพ

ข่าวทั่วไป 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ในยุคสมัยนี้ ศิลปินรุ่นใหม่หลายๆ คนทำงานศิลป์สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ และเติบโตในเส้นทางสายศิลปะ ความสำเร็จไม่ได้มาจากดวงดี แต่เป็นผลจากการพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดนิ่ง และต้องยกความดีความชอบให้กับเวทีประกวดงานศิลป์ที่เปิดโอกาสให้ศิลปินระดับเยาวชนขึ้นแท่นเป็นศิลปินมืออาชีพได้

หนึ่งในเวทีใหญ่คือ โครงการประกวดศิลปิน "ดาวเด่นบัวหลวง 101 ครั้งที่ 12 ประจำปี 2562" จัดโดยมูลนิธิบัวหลวง ร่วมกับหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นรายการแข่งขันศิลปินระดับเยาวชนที่ใหญ่ในบ้านเรา ปีนี้เปิดโครงการเป็นที่เรียบร้อย มีนิสิตนักศึกษาด้านศิลปะสนใจเข้าร่วมชิงชัยจำนวน 74 คน ใน 37 คณะจากสถาบันการศึกษา 35 แห่งทั่วประเทศ อาทิ ม.ศิลปากร, สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์, ส.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ม.นเรศวร, มรภ.เชียงใหม่, ม.เชียงใหม่, มรภ.อุตรดิตถ์, มรภ.นครราชสีมา, ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ฯลฯ

วันเปิดการประกวดที่หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีการแลกเปลี่ยนทัศนคติและแนะนำแนวทางค้นหาแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ผลงานศิลปะ แม้กระทั่งอุปนิสัยและข้อคิดสู่การเป็นศิลปินมืออาชีพ ซึ่งเป็นสิ่งที่เหล่าดาวเด่นบัวหลวงต้องรู้หากฝันจะประสบความสำเร็จบนถนนสายศิลปกรรม

ในงานยังโชว์งานศิลปะชิ้นใหญ่ที่เหล่าดาวเด่นบัวหลวงรุ่นที่ 12 สร้างร่วมกันเป็นงานเรียกน้ำย่อย โดยมีอาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ กรรมการโครงการเป็นผู้ดูแลให้คำแนะนำ ซึ่งผลงานดังกล่าวจะจัดแสดงไว้ด้านหน้าหอศิลป์สมเด็จฯ ตลอดระยะเวลาการแข่งขัน

เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ กล่าวว่า โครงการดาวเด่นบัวหลวงปรารถนาสร้างศิลปินอาชีพ มีศิลปินมากมายได้รางวัลต่อเนื่อง ต่อมามีแนวคิดนำศิลปินเยาวชนมาเก็บเกี่ยวความรู้กับศิลปินแห่งชาติและก้าวเดินสู่อาชีพศิลปินตลอด 12 ปีที่ผ่านมาของโครงการมีศิลปินอาชีพเกิดขึ้นมากมาย รวมถึงมีดาวเด่นเป็นศิลปินอาจารย์ซึ่งต้องพัฒนาตัวเองให้ได้ มีตัวอย่างศิลปินอาจารย์ อ.ชะลูด นิ่มเสมอ และ อ.ปัญญา วิจินธนสาร ทั้งสองท่านมีภูมิรู้ที่ได้รับการยกย่องและทำงานสร้างสรรค์ศิลปะเป็นที่ยอมรับควบคู่กันไป รางวัลนี้เปิดทางในการทำงาน คาดหวังอยากให้มีศิลปินอาชีพเกิดขึ้น คนที่ไม่ได้รางวัลหรือติด 1 ใน 3 แม้แต่กลุ่มศิลปินระดับเยาวชนในโซนที่อ่อนแอ ก็มีโอกาสทุกคน อยู่ที่ใจ คนไม่เก่งมาร่วมดาวเด่นบัวหลวงก็เก่งได้ ที่นี่รวมยอดฝีมือและความคิดที่ดีที่สุด ทำให้เขากระสันอยากกว่าที่เคยเป็น กระตุ้นให้พัฒนา เพียรเขียนรูป ลับคมความคิด

"อยากฝากคนเรียนศิลปะ การเป็นศิลปินอาชีพยากลำบากตอนเริ่มต้น ต้องมีความอดทน แต่ก็สามารถทำได้ใจต้องพร้อม ย้อนไป 40 ปีที่แล้วศิลปินอาชีพน้อยมาก แต่ยุคนี้ศิลปินอาชีพเกิดมากมายเป็นคนหนุ่มสาว อย่างที่ จ.เชียงรายมีบ้านศิลปิน 60 หลังเป็นสตูดิโอ ศิลปินมีรายได้จากการเขียนรูป ทำงานศิลปะ สร้างเนื้อสร้างตัว มีอิสรภาพในการทำงาน ปัจจุบันมีช่องทางเผยแพร่ผลงานผ่านเฟซบุ๊กโดยไม่ต้องจัดแสดงรูป การลงผลงานอย่างต่อเนื่องแสดงถึงการพัฒนาตัวเองตลอด จะมีคนติดตาม รวมถึงอาร์ตคอลเลคเตอร์คอยดู ซื้อผลงานดีๆ เก็บไว้ เราไม่ต้องขายรูปแพงๆ แต่สะสมเงินไว้ทำงาน ใครใฝ่ฝันจะเป็นศิลปินอาชีพต้องมีผลงานดี มีความมุ่งมั่น อดทน และบริหารจัดการชีวิตตัวเอง วางแผนการใช้จ่าย มีการออมและพัฒนาการทำงาน อนาคตจะประสบความสำเร็จ รวย มีคนเข้ามาซื้อรูป สุดยอดอย่าง อ.ถวัลย์ ดัชนี อ.จักรพันธุ์ โปษยกฤต อ.อวบ สาณะเสน" อ.เฉลิมชัยกล่าวปลุกไฟเยาวชนดาวเด่นบัวหลวงปีนี้ให้สู้พิชิตฝัน

คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช กรรมการมูลนิธิบัวหลวงและประธานโครงการฯ เผยว่า โครงการ "ดาวเด่นบัวหลวง 101" ได้รับความสนใจจากศิลปินรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่จัดครั้งงแรกในปี 2551 เป็นต้นมา และได้เริ่มกำหนดหัวข้อในการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อให้นักศึกษาได้เปิดความคิดมุมมอง และแสดงความสามารถอย่างเต็มศักยภาพ โดยคณะกรรมการได้เสนอประเด็นในแง่มุมต่างๆ เพื่อกำหนดเป็นหัวข้อให้เยาวชนได้สร้างสรรค์ผลงาน ที่สะท้อนให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม นอกเหนือจากความงามและคุณค่าในทางศิลปะ ยังส่งเสริมให้งานศิลปะมีความสำคัญในบทบาทที่จะกระตุ้นเตือนสังคม ทั้งยังทำให้ประชาชนความสนใจและเข้าใจงานศิลปะมากขึ้นด้วย

"ในปีนี้กำหนดหัวข้อคือ "ร่วมมือร่วมใจพัฒนายั่งยืน" ให้นักศึกษาได้สร้างสรรค์ผลงานที่สะท้อนสถานการณ์แนวโน้มทิศทางของสังคม เพื่อให้นักศึกษาได้ใช้กระบวนการศึกษาค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมตามประเด็นที่ตั้งขึ้น จัดเวลาการแข่งขันเป็น 2 ช่วง ปฐมนิเทศระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน เพื่อรับฟังความหมายของหัวข้อในการแข่งขันและเว้นระยะเวลาให้นักศึกษาได้กลับไปค้นคว้าวางแผนเพื่อกลับมาสร้างงานอีกครั้งหนึ่งในช่วงของการแข่งขัน ตลอดระยะ 10 วัน ระหว่างวันที่ 23 พฤศจิกายน-2 ธันวาคมนี้" คุณหญิงชดช้อยกล่าวฝากให้เยาวชนกลับไปเตรียมพร้อมตัวเอง

อ.ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ ในฐานะคณะกรรมการ กล่าวว่า โครงการดาวเด่นบัวหลวงจัดประกวดต่อเนื่อง สนับสนุนการพัฒนาวงการศิลปะ ระยะหลังจัดการประกวดตั้งหัวข้อเกี่ยวกับทำงานร่วมกันเพื่อสร้างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และช่วยกันคิดจะทำผลงานศิลปะสะท้อนความเคลื่อนไหวสังคมอย่างไร ปีนี้ตระหนักว่าสภาวะโลกร้อนรุนแรงจึงนำมาสู่หัวข้อการแข่งขัน "ร่วมมือร่วมใจพัฒนายั่งยืน" เพื่อใช้งานศิลปะเป็นอีกเครื่องมือชี้ทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ไม่ทำลายทรัพยากร นอกจากนี้มีงานวิจัยชี้ชัดธุรกิจศิลปะมีความสำคัญและน่าลงทุนที่สุด ผลงานศิลปะมีคุณค่าและความงาม รวมถึงมีคุณค่า พูดถึงสังคมในแง่มุมต่างๆ ซึ่งงานศิลปะร่วมสมัยตอบโจทย์สังคมอย่างรอบด้าน เยาวชนดาวเด่นบัวหลวงจะได้ฟังประสบการณ์ตรงจากผู้ทรงคุณวุฒิตลอด 10 วัน และนำไปสู่การประมวลผลสร้างสรรค์ผลงานนำเสนอต่อสังคม

ศ.เกียรติคุณปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ กล่าวว่า งานศิลปะมีผลต่อมนุษย์ เป็นองค์ความรู้ที่มีคุณค่าและมีมูลค่า มีการบริหารจัดการให้ตอบโจทย์สังคม อย่างกิจกรรมลงพื้นที่ริมคลองแสนแสบนำวัสดุเหลือใช้มาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะถึงแม้ 10 วัน จะเป็นเวลาไม่มาก แต่สิ่งสำคัญเยาวชนดาวเด่นบัวหลวงต้องเปิดใจรับจะได้ประสบการณ์เข้าใจเข้าถึงสิ่งที่ผู้ทรงคุณวุฒิแนะนำสั่งสอน แล้วย่อยดึงเข้าหาตัวเอง สังเคราะห์ความจริงใหม่เพื่อสร้างผลงานชิ้นสำคัญชิ้นใหม่ สิ่งที่เรียนรู้จากสถาบันเดิมไม่ผิด แต่นี่คือการเทรนคนจากหลายสถาบัน หลายทัศนคติ หลายภูมิปัญญา

"อยากให้ทุกคนตั้งใจตั้งหลักเพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าในตัวเอง คณะกรรมการฯ จะคัดหัวกะทิและเลือกผลงานที่มีอัตลักษณ์มีคุณค่า แม้ 74 คนหยิบเรื่องขยะมาทำงาน แต่แนวคิดก็แตกต่างกัน การประกอบ สร้างไม่เหมือนกัน มีสุนทรีย์ ไม่ใช่สวยแต่เป็นความงามเชิงความคิด งามในรูปแบบวิธีการ และส่งผลต่อคนดู ให้ปัญญา ความหมาย และความรู้สึกสะเทือนอารมณ์ ศิลปะเริ่มต้นที่ใจ" ศ.เกียรติคุณ ปรีชา คณะกรรมการกล่าว

ในกิจกรรมปฐมนิเทศ ผู้เข้าร่วมแข่งขันได้เป็นส่วนหนึ่งสนับสนุนกิจกรรมรณรงค์ลดขยะกับตาวิเศษด้วย การลงพื้นที่เก็บขยะในคลองแสนแสบและชุมชนริมคลองแสนแสบ รับรู้ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมผลมาจากชีวิตประจำวันของมนุษย์ที่สร้างขยะมหาศาล

1 ใน 74 ว่าที่ดาวเด่นบัวหลวงคนใหม่ ป๊อป-ธวัชชัย แสวงวรรณเพชร นักศึกษาชั้นปี 5 คณะคุรุศาสตร์ มรภ.เชียงใหม่ วัย 23 ปี กล่าวว่า ร่วมโครงการ "ดาวเด่นบัวหลวง 101" ครั้งแรกเป้าหมายไม่ใช่รางวัลสำหรับผู้ชนะ แต่ต้องการได้รับความรู้และคำแนะนำจากศิลปินแห่งชาติ รวมถึงมาแลกเปลี่ยนแนวทางการทำงานศิลปะกับเพื่อนต่างสถาบัน เพราะทุกคนที่ร่วมโครงการล้วนเป็นหัวกะทิทั้งนั้น จะได้เห็นผลงานหลากหลาย ช่วยเปิดโลกทัศน์ โดยปกติทำงานแนวสื่อผสม ปีนี้หัวข้อประกวด "ร่วมมือร่วมใจ พัฒนายั่งยืน" มีไอเดียจะนำวัสดุเหลือใช้อย่างเศษไม้ ขี้เลื่อย มาผสมผสานกับจิตรกรรมเพื่อสร้างมิติ ผลงานชิ้นนี้จะให้ธรรมชาติสอนมนุษย์และรู้ซึ้งถึงการสูญเสียธรรมชาติ ทำให้หันกลับมาดูแลโลกใบนี้

"ปัญหาขยะสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวด ล้อม ช่วงปฐมนิเทศผมและเพื่อนๆ ได้ร่วมรณรงค์ลดขยะกับตาวิเศษลงเรือล่องคลองแสนแสบไปยังชุมชนบ้านครัวริมคลอง นอกจากไปเรียนวิถีชุมชน 3 ศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม ยังรับรู้ปัญหาขยะครัวเรือน มลพิษทางอากาศที่มาจากคุณภาพน้ำในคลองเสื่อมโทรม และมลภาวะทางเสียงจากเรือและคลื่นที่กระทบฝั่งจากกิจกรรมนี้ อ.ปัญญาวิจินธนสารให้โจทย์สร้างงานศิลปะผมและเพื่อนอีก 11 คนรังสรรค์ผลงานชื่อ "อยาก(จะ)ย้ายโลกหนี" เตือนโลกใบนี้ถูกทำลายเต็มไปด้วยขยะ มีเครื่องหมายคำถาม คุณทำอะไรกับโลกเรา นำขยะในชุมชนทั้งกระดาษหนังสือพิมพ์ ขวดพลาสติก เศษไม้มาทำงานสื่อผสม ขยะมีความงามในตัวเอง ทุกวันนี้มีคนแปรรูปขยะสร้างรายได้มากมาย" ป๊อป ธวัชชัย นักศึกษาหนุ่มจากเชียงใหม่ กล่าว

ตลอด 10 วัน คนรักงานศิลป์สามารถมาติดตามชมการสร้างสรรค์ผลงานได้สำหรับผู้ชนะรางวัลยอดเยี่ยม ผู้ชนะจะได้รับเงินทุนการศึกษา 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ, รางวัลความคิดสร้างสรรค์ จะได้รับเงินทุนการศึกษา 70,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และรางวัลดีเด่นจะได้รับเงินทุนการศึกษา 50,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ.

บรรยายใต้ภาพ

ผลงานศิลปะนำวัสดุเหลือใช้มารังสรรค์

อ.ปัญญา วิจินธนสาร ปลุกไฟทำงานศิลปะสะท้อนสังคม

อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ แนะนำการก้าวสู่ศิลปินอาชีพ

ดาวเด่นบัวหลวงร่วมกันสร้างงานศิลปะสื่อปัญหาสิ่งแวดล้อม

โฉมหน้าเยาวชนร่วมดาวเด่นบัวหลวง 101 ครั้งที่ 12

คณะกรรมการดาวเด่นบัวหลวง 101 ให้คำแนะนำและหลักตัดสินผลงานคว้ารางวัล

ผู้เข้าแข่งขันสนับสนุนกิจกรรมรณรงค์ลดขยะกับตาวิเศษเก็บขยะคลองแสนแสบ

ป๊อป-ธวัชชัย แสวงวรรณเพชร จาก มรภ.เชียงใหม่


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ