อุ๊บ๊ะ!ทวิตศอ.รส.ทวีตเรื่องส่วนตัว ระบุไป'สิงคโปร์-ได้เมียกลับบ้าน'

วันที่ 19 เม.ย. 57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในทวิตเตอร์ของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ซึ่งใช้ชื่อว่า "ศอ.รส. @capopolice" ได้ทวีตข้อความส่วนตัว ซึ่งเชื่อมต่อกับอินสตาแกรม ซึ่งคาดว่าเป็นของเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลทวิตเตอร์ของ ศอ.รส. ระบุข้อความดังนี้ "ข้าวปลา ไม่รับประทาน แต่ขอกาแฟเติมพลัง ก่อนข้ามไปสิงคโปร์...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

กรอบแนวคิดความมั่นคงของมนุษย์

ข่าวราชการ มติคณะรัฐมนตรี -- พุธที่ 31 สิงหาคม 2548 12:36:27 น.

คณะรัฐมนตรีรับทราบตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอ  กรอบแนวคิดความมั่นคงของมนุษย์  (Human Security) ซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ที่ปรากฏในรายงาน "การพัฒนามนุษย์ ค.ศ. 1994" ของสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาติ (UNDP)  โดยมีเป้าหมายเกี่ยวกับมนุษย์ 2 ประการ คือ 1) มนุษย์ทุกคนจะต้องปลอดจากความกลัว  (Freedom from fear) 2) ปลอดจากความขาดแคลนหรือความต้องการ (Freedom  from  want)  ซึ่งนับเป็นการปรับเปลี่ยนแนวคิดความมั่นคงของชาติ อันประกอบด้วยรัฐและดินแดนมาเป็นความมั่นคงของประชาชนในฐานะองค์กรประกอบพื้นฐานของชาติ โดยรัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการผลักดันแนวคิดใหม่ เรื่อง ความมั่นคงของมนุษย์ในการให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง  โดยการจัดตั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 มีอำนาจหน้าที่ในการพัฒนาสังคม การสร้างความเป็นธรรม   และความเสมอภาคในสังคมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพ   และความมั่นคงในชีวิต   สถาบันครอบครัวและชุมชน

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ดำเนินการศึกษามาตรฐานและตัวชี้วัดความมั่นคงของมนุษย์ ตามแนวคิดทฤษฎีในประเทศและต่างประเทศร่วมกับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

1. ความหมาย ความมั่นคงของมนุษย์ (Human Security)  หมายถึง การที่ประชาชนได้รับหลักประกันด้านสิทธิ  ความปลอดภัย  การสนองตอบต่อความจำเป็นขั้นพื้นฐาน สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี ตลอดจนได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกันในการพัฒนาศักยภาพของตนเอง ประกอบด้วย ความมั่นคงของมนุษย์ จำนวน 10 มิติ  ตามแนวทาง ดังนี้

1) ความมั่นคงของมนุษย์ด้านการมีงานทำและรายได้  ประกอบด้วย (1) การได้ทำงานที่มั่นคงและมีความสุขหรือพอใจในงาน (2) มีรายได้ที่พอเพียงต่อการดำรงชีวิตของตนเองและครอบครัว (3) มีเงินออมที่พอเพียงสำหรับอนาคต (4) ปราศจากหนี้สินที่ไม่สร้างผลิตผล

2) ความมั่นคงของมนุษย์ด้านครอบครัว ประกอบด้วย (1) ความรักใคร่ปรองดอง  (2) ความรับผิดชอบและปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ (3) การเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน (4) การไม่ใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ

3) ความมั่นคงของมนุษย์ด้านสุขภาพอนามัย  ประกอบด้วย  (1) การมีสุขภาพกายที่ดี (2) การมีสุขภาพจิตที่ดี (3) การมีหลักประกันด้านสุขภาพอนามัยอย่างเท่าเทียมและพอเพียง (4) ประชากรไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยทางกายและจิต  (5) การปฏิบัติตนที่มีส่วนส่งเสริมสุขภาพกายและจิต

4) ความมั่นคงของมนุษย์ด้านการศึกษา   ประกอบด้วย  (1) ประชากรได้รับโอกาสทางการศึกษา อย่างเท่าเทียม  (2)  การมีการศึกษาที่พอเพียงต่อการครองชีวิต  (3) การได้รับการศึกษา และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

5)  ความมั่นคงของมนุษย์ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน  (ส่วนบุคคล)  ประกอบด้วย (1) การปลอดจากการประทุษร้ายต่อร่างกาย  (2) ความรู้สึกปลอดภัยจากการประทุษร้ายต่อร่างกาย  (3) การปลอดจากการประทุษร้ายด้านทรัพย์สิน (4) ความรู้สึกปลอดจากการประทุษร้ายต่อทรัพย์สิน

6) ความมั่นคงของมนุษย์ด้านที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม  ประกอบด้วย  (1) เพิ่มระดับการมี สิทธิครอบครองที่อยู่อาศัยที่มีมาตรฐาน  (2) พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานโดยเฉพาะน้ำสะอาดอย่างทั่วถึง(3)  สิ่งแวดล้อมที่ปราศจากมลพิษทาง เสียง กลิ่น ฝุ่น ควัน

7) ความมั่นคงของมนุษย์ด้านสิทธิและความเป็นธรรม ประกอบด้วย  (1) การปลอดจากการถูกละเมิดและเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบ (2) มีหลักประกันและการคุ้มครองด้านสิทธิ   (3) กลไกที่แก้ปัญหาข้อขัดแย้งด้านสิทธิที่มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

8) ความมั่นคงของมนุษย์ด้านสังคม-วัฒนธรรม ประกอบด้วย  (1) มีเวลาพักผ่อนที่ปลอดจากภารกิจที่พอเพียง (2) ใช้เวลาติดตามข่าวสารทางสังคม-วัฒนธรรม (3) มีเวลาในการทำจิตใจให้สงบ (4) มีส่วนในการปฏิศาสนกิจ  (5) การมีส่วนร่วมในกิจกรรมของกลุ่มสังคมและชุมชน

9) ความมั่นคงของมนุษย์ด้านการสนับสนุนทางสังคม  ประกอบด้วย  (1) การมีบุคคลที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้  (2) ระบบบริการสังคมที่ให้การคุ้มครองและเข้าถึงได้ในเวลาอันรวดเร็ว  (3) ความรู้สึกในคุณค่าของชีวิต และความสุขในชีวิต

10) ความมั่นคงของมนุษย์ด้านการเมือง - ธรรมาภิบาล  ประกอบด้วย  (1) ส่งเสริมการใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ในทุกระดับ  (2) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเมืองและการรวมกลุ่มทางการเมือง  (3) ส่งเสริมการติดตามข่าวสารทางการเมืองของประชากร  (4) สร้างความโปร่งใส การตรวจสอบได้และความไว้วางใจให้เกิดขึ้นกับหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

2. ความสัมพันธ์ระหว่างความมั่นคงมิติต่าง ๆ กับความมั่นคงของมนุษย์ แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ

1) มิติที่สัมพันธ์กับความมั่นคงของมนุษย์โดยรวมมากพอควร คือ มิติด้านครอบครัวและด้านสุขภาพอนามัย

2) มิติที่สัมพันธ์กับความมั่นคงของมนุษย์โดยรวมรองลงมาคือ การมีงานทำและรายได้  การเมือง  และธรรมาภิบาล ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และการสนับสนุนทางสังคม

3) มิติที่สัมพันธ์กับความมั่นคงของมนุษย์โดยรวมน้อย ได้แก่ ที่อยู่อาศัย การศึกษา สังคมและ  วัฒนธรรม และสิทธิความเท่าเทียม

3. รายงานระดับความมั่นคงของมนุษย์ของจังหวัดต่าง ๆ  ในประเทศไทย ซึ่งได้มาจากการเก็บข้อมูลสถานการณ์ความมั่นคงของมนุษย์ด้วยเครื่องมือและวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลที่สร้างขึ้น โดยสรุปได้ดังนี้

1) กรุงเทพฯ  - ปริมณฑล  เป็นพื้นที่ที่มีจุดแข็งด้านการมีงานทำและรายได้ และการศึกษา

2) ประชากรวัยทำงานในภาคกลางขาดจุดแข็งในทุกมิติ  ความมั่นคงส่วนใหญ่เป็นจุดอ่อนเมื่อ  เปรียบเทียบกับภาคอื่น

3) ประชากรวัยทำงานในภาคอื่นมีข้อได้เปรียบในมิติต่าง ๆ  โดยภาคเหนือมีข้อได้เปรียบในมิติต่าง ๆ มากกว่าภาคอื่น ๆ จะมีจุดอ่อนเพียงด้านการศึกษา  จุดอ่อนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นด้านพื้นฐานการมีงานทำ รายได้และสภาพที่อยู่อาศัย   ส่วนประชากรวัยทำงานในภาคใต้มีความรู้สึกว่ามิติสิทธิ  ความเป็นธรรมยังคงมีปัญหา มิติที่ระดับความมั่นคงต่ำกว่าเกณฑ์ถือเป็นสิ่งที่แต่ละพื้นที่ต้องเร่งพัฒนาให้เท่าเทียมกับภูมิภาคอื่น  โดยกระบวนการพัฒนาของภูมิภาคต่างต้องดำเนินไปพร้อมกัน

4. ได้พัฒนาวิธีการประมวลผลข้อมูลขึ้นเป็นดัชนีความมั่นคงของมนุษย์ที่สามารถใช้ประเมินเปรียบเทียบได้ทั้งระดับบุคคลพื้นที่ในประเทศ  และพื้นที่ระดับนานาชาติ

--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ชุดพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร) วันที่ 30 สิงหาคม 2548--จบ--

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง