ภูฏานสนับสนุนการดำเนินงานของคสช.และยืนยันสานต่อความร่วมมือกับไทย

ข่าวทั่วไป Friday August 8, 2014 17:00 —สำนักโฆษก

วันนี้ (8 ส.ค. 2557) เวลา 17.00 น. ณ ณ ห้องรับรองพิเศษ161 อาคาร 1 ชั้น 6 กองบัญชาการกองทัพบก นาย เชอริ่ง ต็อบเกย์(Tshering Tobgay) นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน เข้าเยี่ยมคารวะพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในโอกาสเดินทางเยือนไทยเพื่อเป็นประธานการประชุมประจำปีคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (เอสแคป) สมัยที่ 70 ระหว่างวันที่ 7-8 สิงหาคม 2557 มีการหารือสรุปดังนี้

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติกล่าวแสดงความยินดีที่ได้พบกับนายกรัฐมนตรีภูฏานในวันนี้ พร้อมกล่าวชื่นชมที่นายกรัฐมนตรีภูฏานปฏิบัติหน้าที่ประธานการประชุม UNESCAP สมัยที่ 70 ได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ในโอกาสนี้ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติและนายกรัฐมนตรีภูฏานต่างยินดีที่ไทยและภูฏานดำเนินความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและราบรื่นมาตลอดระยะเวลา 25 ปี โดยทั้งสองประเทศมีพื้นฐานทางสังคมและวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน โดยมีการเคารพเชิดชูสถาบันกษัตริย์และประชาชนดำเนินวิถีชีวิตตามหลักพุทธศาสนา ความสัมพันธ์ระหว่างของทั้งสองประเทศมีความใกล้ชิดตั้งแต่ระดับราชวงศ์ถึงระดับประชาชน โดยนายกรัฐมนตรีภูฏานได้กล่าวขอบคุณประชาชนชาวไทยที่ให้การต้อนรับเจ้าฟ้าหญิงเอชิ โซนัม เดชัง วังชุก ซึ่งเสด็จฯ เยือนไทยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาอย่างอบอุ่น

ในโอกาสนี้ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้กล่าวขอบคุณภูฏานที่เข้าใจสถานการณ์ของไทยและไม่เคยออกแถลงการณ์ในทางที่ทำให้ไทยเกิดความเสียหาย พร้อมชี้แจงถึงการดำเนินงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ต้องเข้ามาบริหารประเทศเป็นการชั่วคราวเพื่อยุติสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่มีการใช้ความรุนแรงต่อผู้บริสุทธิ์ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่สามารถบริหารจัดการประเทศท่ามกลางการประท้วงได้ การจัดสรรงบประมาณแผ่นดินติดขัด คณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงต้องเข้ามาขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าต่อไป จึงขอให้รัฐบาลภูฏานเชื่อมั่นว่าคณะรักษาความสงบสุขแห่งชาติจะยังคงรักษาผลประโยชน์ของมิตรประเทศและจะเร่งฟื้นฟูประชาธิปไตยของไทยให้เป็นไปอย่างยั่งยืน หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติกล่าวถึงการดำเนินงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่มีแผนปฏิบัติการ 3 ขั้นตอน ในขั้นตอนแรกคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ดำเนินการจัดระเบียบในเรื่องการเมือง ความมั่นคง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศซึ่งมีความก้าวหน้าอย่างมาก การสร้างความปรองดองทำให้ความขัดแย้งลดลง ประชาชนมีความสุขเพิ่มมากขึ้น ขณะนี้อยู่ในขั้นที่สอง คือ จัดตั้งรัฐบาลและสภาปฏิรูปเพื่อทำการปฏิรูปประเทศ โดยรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ได้รับการโปรดเกล้าฯ แล้วเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และเมื่อวานนี้ ได้มีการเปิดประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาตินัดแรก คาดว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลรักษาการณ์ได้ภายในเดือนกันยายนนี้ จากนั้นในระยะที่สาม จะดำเนินการเลือกตั้งทั่วไปซึ่งเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายได้ช่วงเดือนตุลาคม 2558

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีภูฏานได้ยืนยันที่จะขยายความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนความรู้กับประเทศไทยทางด้านการศึกษา การท่องเที่ยว การเกษตร วิศวกรรม และสาธารณสุข ซึ่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติยินดีและพร้อมให้ความร่วมมือกับภูฏานในสาขาที่ภูฏานสนใจและไทยมีความเชี่ยวชาญ อาทิ การเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมของไทยยินดีที่จะจัดฝึกอบรมนักบินพาณิชย์และนักบินเฮลิคอปเตอร์เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินภายในประเทศตามคำขอของฝ่ายภูฏาน โดยขอให้ฝ่ายภูฏาน แจ้งรายละเอียดการฝึกอบรมเพื่อจัดเตรียมหลักสูตรการอบรมที่เหมาะสมต่อไป ส่วนความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติและนายกรัฐมนตรีภูฏานต่างมองว่าการค้าระหว่างสองประเทศยังมีปริมาณน้อยและยังคงมีข้อจำกัดในเรื่องการขนส่ง ซึ่งหากทั้งสองประเทศสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ศักยภาพทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศก็สามารถขยายตัวเพิ่มขึ้นได้อีกมาก

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีภูฏานได้กล่าวสนับสนุนการดำเนินงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ได้นำความสงบสุขกลับมาให้แก่ไทยและเพิ่มความมั่นใจให้ภาคเอกชนของภูฏานในการประกอบธุรกิจ นอกจจากนี้ นายกรัฐมนตรีภูฏานยังยินดีให้การสนับสนุนไทยในการลงสมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) วาระปี ค.ศ.2017-2018 ซึ่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้กล่าวขอบคุณภูฏานที่ให้การสนับสนุนไทยในเวทีระหว่างประเทศมาโดยตลอด

กลุ่มวิเทศสัมพันธ์ สำนักโฆษก

ที่มา: http://www.thaigov.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ