บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี แสดงความสนใจจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหลักของฮาร์ดดิสก์ในไทย

ข่าวทั่วไป Thursday November 20, 2014 13:52 —สำนักโฆษก

บริษัทซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทที่พัฒนาและผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กโทรนิคประเภทหัวอ่านและบันทึกข้อมูลฮาร์ดดิสก์ และฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์สำเร็จรูป โดยโรงงานตั้งอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการและจังหวัดนครราชสีมา มีการลงทุนในไทยมานานกว่า 30 ปี แสดงความสนใจจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหลักของฮาร์ดดิสก์ในประเทศไทย

วันนี้ (20 พ.ย. 2557) เวลา 09.00 น. ณ ห้องรับรอง 1 ตึกบัญชาการ 1ทำเนียบรัฐบาล นายแพททริค โอ มาลเล่ย์ ประธานฝ่ายการเงิน พร้อมคณะผู้บริหาร บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด เข้าเยี่ยมคารวะนายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญของการสนทนามีดังนี้

รองนายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่ได้พบกับบริษัท ซีเกท เทคโนโลยีในวันนี้ พร้อมแสดงความขอบคุณที่บริษัทซีเกทฯ ลงทุนในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง รองนายกรัฐมนตรีเห็นว่าความสนใจของบริษัทซีเกทฯในเรื่องการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหลักของฮาร์ดดิสก์ จะมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาของไทย รวมถึงจะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการดำเนินการวิเคราะห์ ออกแบบหัวอ่านและบันทึกข้อมูลฮาร์ดดิสก์ เพื่อนำไปสู่การผลิตฮาร์ดดิสก์แบบครบวงจรต่อไป

คณะผู้บริหาร บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) กล่าวว่า จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหลักของฮาร์ดดิสก์ในไทย จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อไทยในเรื่องการช่วยพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการท้องถิ่นให้มีความรู้ทางด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ช่วยยกระดับการศึกษา และสร้างบุคลากรระดับผู้เชี่ยวชาญในการวิจัยและพัฒนา โดยซีเกทจะร่วมกับสถาบันการศึกษาในการพัฒนาหลักสูตรสำหรับช่างเทคนิค ในอุตสาหกรรมอิเล็คทรอนิกส์ เพื่อให้มีศักยภาพและจำนวนช่างเทคนิคเพิ่มมากขึ้น รวมถึงทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีหัวอ่านและบันทึกข้อมูลฮาร์ดดิสก์ ซึ่งสามารถประยุกต์และต่อยอดเพื่อนำไปใช้พัฒนาเทคโนโลยีและความรู้ความชำนาญกับอุตสาหกรรมอื่นๆได้ บริษัทจึงประสงค์ให้รัฐบาลพิจารณาและเสนอแนะแนวทางในการสนับสนุนภาคเอกชนในโครงการวิจัยและพัฒนา โดยมีการแก้ไขระเบียบปฏิบัติให้ครอบคลุมและสอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชน รวมถึงขอให้มีการจัดหน่วยงานภาครัฐสนับสนุนเพื่องานวิจัยและพัฒนา โดยที่บริษัทเอกชนสามารถเสนอโครงการขอรับการสนับสนุนได้จากจุดเดียว (One stop service) ซึ่งทางรองนายกรัฐมนตรีก็ยินดีรับไปพิจารณา

วิเทศสัมพันธ์ สำนักโฆษก

ที่มา: http://www.thaigov.go.th


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ