นายกฯ เผยพรุ่งนี้ ครม.เตรียมถกเกณฑ์ช่วยผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

ข่าวทั่วไป สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อาทิตย์ที่ 3 เมษายน 2554 10:50:33 น.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เผยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เตรียมพิจารณาหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ 10 จังหวัดเป็นกรณีพิเศษ นอกเหนือจากการดูแลให้ความช่วยเหลือเป็นการเฉพาะหน้าไปแล้ว โดยขอให้ประชาชนยึดมั่นในเรื่องความเข้มแข็ง ความมีวินัย และความมีน้ำใจ ซึ่งจะช่วยให้สามารถฟันฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้

"วันพรุ่งนี้(4 เม.ย.)คณะรัฐมนตรีจะได้พิจารณาเรื่องหลักเกณฑ์การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยครั้งนี้" นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้นำคณะเดินทางลงไปตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ตั้งแต่ช่วงเช้า และรับหน้าที่เป็นพิธีกรสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องถึงสถานการณ์อุทกภัยล่าสุดและแนวทางการให้ความช่วยเหลือประชาชนในแต่ละพื้นที่ผ่านทางรายการ"เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" ทางสถานีโทรทัศน์ NBT

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัยนั้นจะใช้แนวทางแบบบ้านมั่นคงที่ให้แต่ละชุมชนตกลงกันเองแล้วอนุมัติกรอบวงเงินให้หน่วยงานราชการเข้ามาช่วยก่อสร้างและซ่อมแซม

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในเบื้องต้นนั้นแต่ละจังหวัดมีงบประมาณสำรองฉุกเฉินอยู่แล้ว ส่วนแนวทางการให้ความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษนั้น นายสาทิตย์ วงศหนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย(ศชอ.) จะนำเสนอแผนงานซึ่งได้จากประชุมหารือกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายแล้ว

ส่วนการให้ความช่วยเหลือกับพื้นที่ทางการเกษตรนั้นต้องรอให้สำรวจข้อมูลความเสียหายเพิ่มเติมซึ่งคงจะเสร็จไม่ทันเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาในวันพรุ่งนี้ แต่อาจจะเป็นช่วงสัปดาห์ต่อไป

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอให้ประชาชนยึดมั่นหลัก 3 ประการ คือ 1.ความเข้มแข็งที่ช่วยให้มีกำลังใจและไม่ท้อแท้ในการต่อสู้ 2.ความมีวินัยที่ช่วยให้การบริหารจัดการปัญหาง่ายขึ้นเหมือนที่ได้เห็นจากคนญี่ปุ่น และ 3.ความมีน้ำใจที่ทุกคนช่วยเหลือกัน

ล่าสุด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ 10 จังหวัด เพิ่มเป็น 41 รายแล้ว ได้แก่ นครศรีธรรมราช 17 ราย, พัทลุง 3 ราย, สุราษฎร์ธานี 10 ราย, ตรัง 2 ราย, ชุมพร 2 ราย และกระบี่ 7 ราย

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง