กรมชลฯ เผยน้ำในเขื่อนหลายแห่งอยู่ในเกณฑ์น้อยช่วงสิ้นฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว

ข่าวทั่วไป Thursday October 16, 2014 11:12 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน ระบุว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนหลายแห่งยังอยู่ในเกณฑ์น้อย ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศว่า ประเทศไทยตอนบนได้สิ้นฤดูฝนและเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 57 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้งประเทศ ล่าสุด(16 ต.ค. 57) มีปริมาณน้ำรวมกัน จำนวน 44,543 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 63 ของความจุอ่างฯขนาดใหญ่รวมกันทั้งหมด มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกันทั้งสิ้นประมาณ 21,040 ล้านลูกบาศก์เมตร

ในพื้นที่ภาคเหนือ อาทิ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล จ.เชียงใหม่ มีปริมาณน้ำ 170 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 64 ของความจุอ่างฯ เขื่อนกิ่วลม จ.ลำปาง มีปริมาณน้ำ 33 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 31 ของความจุอ่างฯ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาณน้ำ 5,788 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 43 ของความจุอ่างฯ เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาณน้ำ 5,729 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 60 ของความจุอ่างฯ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาณน้ำ 743 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 79 ของความจุอ่างฯ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขื่อนห้วยหลวง จ.อุดรธานี มีปริมาณน้ำ 79 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 59 ของความจุอ่างฯ เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร มีปริมาณน้ำ 401 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 77 ของความจุอ่างฯ เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ มีปริมาณน้ำ 1,269 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 64 ของความจุอ่างฯ เขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมา มีปริมาณน้ำ 166 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 53 ของความจุอ่างฯ เขื่อนลำนางรอง จ.บุรีรัมย์ มีปริมาณน้ำ 75 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 62 ของความจุอ่างฯ

ส่วนพื้นที่ภาคกลางและตะวันออก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีปริมาณน้ำ 801 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 83 ของความจุอ่างฯ เขื่อนทับเสลา จ.อุทัยธานี มีปริมาณน้ำ 52 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 33 ของความจุอ่างฯ เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก มีปริมาณน้ำ 218 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 97 ของความจุอ่างฯ เขื่อนคลองสียัด จ.ฉะเชิงเทรา มีปริมาณน้ำ 246 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 59 ของความจุอ่างฯ และเขื่อนบางพระ จ.ชลบุรี มีปริมาณน้ำ 50 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 43 ของความจุอ่าง

อย่างไรก็ตาม กรมชลประทาน ได้วางแผนจัดสรรน้ำตามปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ โดยจะเน้นการใช้น้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค การผลิตน้ำประปา และการรักษาระบบนิเวศน์ เป็นหลัก ส่วนภาคการเกษตรสามารถส่งน้ำได้ในบางพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำเพียงพอสนับสนุนเท่านั้น ยกเว้นลุ่มน้ำเจ้าพระยาและแม่กลองที่ต้องงดการส่งน้ำเพื่อทำนาปรัง เนื่องจากน้ำต้นทุนมีน้อย จึงขอให้เกษตรกรให้ความร่วมมือและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ของตนอย่างใกล้ชิดด้วย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ