กรมชลฯ เผยระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาระยะนี้สูงขึ้นอีก-ด้านเขื่อนป่าสักฯ ยังคงระบายน้ำต่อเนื่อง รองรับน้ำฝนรอบใหม่

ข่าวทั่วไป Friday October 7, 2016 15:49 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาว่า ฝนที่ตกหนักในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร อุทัยธานี และนครสวรรค์ ในช่วง 2 – 3 วันที่ผ่านมา ทำให้มีน้ำท่าไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดนครสวรรค์เพิ่มมากขึ้น เมื่อรวมกับปริมาณน้ำจำนวนมากจากแม่น้ำสะแกกรังที่ไหลลงมาสมทบ จะทำให้ปริมาณน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น กรมชลประทาน ได้ใช้ระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา รับน้ำเข้าไปตามศักยภาพที่รับได้ พร้อมกับควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาไม่เกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อน 1,998 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 50-70 เซนติเมตร

ส่วนสถานการณ์น้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์นั้น เนื่องจากบริเวณเหนือเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ยังคงมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนฯอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างมาก ปัจจุบัน( 7 ต.ค.59) มีปริมาณน้ำในเขื่อนทั้งหมด 881 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 92 ของความจุอ่างฯ สามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกเพียง 79 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น วันนี้(7 ต.ค. 59)มีน้ำไหลเข้าเขื่อนฯประมาณ 63 ล้านลูกบาศก์เมตร หากไม่มีการปรับเพิ่มการระบายน้ำออกให้สมดุลกับปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนฯ จะทำให้น้ำเต็มเขื่อนและเกินความจุของเขื่อนได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้จะส่งผลให้การระบายน้ำจากออกจากเขื่อนต้องเพิ่มขึ้นอย่างมาก อาจจะส่งผลกระทบกับพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนเป็นบริเวณกว้างได้ กรมชลประทาน จึงต้องปรับการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จากเดิมที่ระบายออกวันละ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นอัตราในช่วงวันละ 47.50 – 50 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อควบคุมไม่ให้น้ำเต็มเขื่อนก่อนจะสิ้นสุดฤดูฝน ในด้านของเขื่อนพระรามหก ยังคงควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลผ่านไม่เกิน 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีตามเดิม ปัจจุบัน(7 ต.ค.59)มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อน 595 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งไม่กระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อนแต่อย่างใด

สำหรับปริมาณน้ำที่ระบายเพิ่มจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์นั้น กรมชลประทาน จะใช้พื้นที่ว่างบริเวณเหนือเขื่อนพระรามหก ชะลอน้ำส่วนหนึ่งไว้ น้ำอีกส่วนหนึ่งที่เหลือจะใช้ระบบชลประทานฝั่งตะวันออกตอนล่าง รับน้ำผ่านคลองระพีพัฒน์ จากนั้นจะเร่งระบายน้ำส่วนนี้ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำนครนายก แม่น้ำบางปะกง และคลองชายทะเลต่อไป

ทั้งนี้ กรมชลประทานได้ทำหนังสือแจ้งไปยังจังหวัดลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อประกาศแจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำป่าสัก ให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และอย่างไรก็ตาม หากมีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติม จะส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนพระรามหกมากกว่าเกณฑ์ดังกล่าว กรมชลประทาน จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะๆต่อไป


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ