กรมชลฯ ประสานจ.นครสวรรค์-ชัยนาท-อุทัยธานีเตรียมพร้อมรับมือน้ำล้นตลิ่ง หลังระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น

ข่าวทั่วไป สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 20 ตุลาคม 2560 18:00:17 น.

นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ(SWOC) กรมชลประทาน ได้ติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำปิงบริเวณจ.กำแพงเพชร หลังจากที่เกิดฝนตกหนักในพื้นที่อ.เมือง จ.ตาก และอ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร ส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่าจำนวนมากไหลลงสู่แม่น้ำปิง ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่จ.นครสวรรค์ ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอีก

ล่าสุด(20 ต.ค. 60) ปริมาณน้ำในแม่น้ำปิงที่สถานี P.17 อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ วัดได้ 1,145 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แนวโน้มเพิ่มขึ้น ทำให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านบริเวณสถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ 2,919 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 1.25 เมตร มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ปริมาณน้ำจากจ.นครสวรรค์ เมื่อรวมกับน้ำที่มาจากแม่น้ำสะแกกรัง จะส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ในขณะที่ยังคงปริมาณน้ำไหลผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาไม่เกิน 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 20 เซนติเมตร ส่งผลให้มีน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยาในเขต อ.เมือง อ.วัดสิงห์ และอ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท รวมไปถึงพื้นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่งในเขตอ.เมือง จ.อุทัยธานี และอ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ด้วย ซึ่งกรมชลประทาน ได้ทำหนังสือแจ้งจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมทั้งฝ่ายปกครองท้องถิ่นในพื้นที่ดังกล่าว ให้แจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำเอ่อล้นตลิ่งแล้ว

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 2,598 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาทรงตัว ส่วนบริเวณด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ได้รับน้ำเพิ่มเข้าไปในระบบชลประทานทั้งสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาในเกณฑ์สูงสุดตามศักยภาพที่รับได้ ก่อนจะส่งน้ำเข้าไปเก็บไว้ในทุ่งพื้นที่ลุ่มต่ำ 12 ทุ่ง รวมปริมาณน้ำที่นำเข้าทุ่งไปแล้วกว่า 1,290 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยลดปริมาณน้ำที่จะไหลหลากลงสู่พื้นที่ตอนล่าง ส่วนเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ จนถึงขณะนี้ยังปิดการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน และเก็บกักน้ำในช่วงปลายฤดูฝนให้ได้มากที่สุด สำหรับสำรองไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้าที่กำลังจะมาถึง

ในส่วนของสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ปัจจุบัน(20 ต.ค. 60)มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันทั้งสิ้น 58,327 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 82 ของความจุอ่างฯรวมกันทั้งหมด เป็นน้ำใช้การได้ 34,801 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 74 สามารถรองรับน้ำได้อีก 13,031 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลักมีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 19,918 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 80 ของความจุอ่างฯรวมกันทั้งหมด มีปริมาณน้ำใช้การได้ 13,222 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 73 สามารถรองรับปริมาณน้ำได้รวมกันอีกกว่า 4,979 ล้าน ลบ.ม.

อนึ่ง กรมชลประทาน ได้กำชับให้โครงการชลประทานทุกโครงการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ นำถุงยังชีพและน้ำดื่ม เข้าไปช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่องแล้ว

ด้านนายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประสาน 3 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ นครสวรรค์ ชัยนาท และอุทัยธานี ศูนย์ป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยเขต 8 กำแพงเพชร และเขต 16 ชัยนาท จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์และชุดเคลื่อนที่เร็วให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที อีกทั้งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง ตรวจสอบ และเสริมความมั่นคงแข็งแรงของพนังกั้นน้ำ รวมถึงจัดทำแนวคันกั้นน้ำล้อมรอบสถานที่สำคัญ และพื้นที่เขตเศรษฐกิจของจังหวัด เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำไหลหลาก หากสถานการณ์ขยายวงกว้างให้แจ้งเตือนประชาชนขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและอพยพไปอาศัยในพื้นที่ปลอดภัย พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารการแจ้งเตือนภัย แนวทางการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐ

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง