TICON เล็งปรับเป้ารายได้ปีนี้จากเดิมโต 15-20% ขยายพื้นที่-ขึ้นค่าเช่า

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday March 1, 2011 12:00 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายวีรพันธ์ พูลเกษม กรรมการผู้จัดการ บมจ.ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น(TICON)กล่าวว่า บริษัทคาดว่ารายได้ในปี 54 จะทำได้มากกว่าเป้าหมายที่คาดว่าจะเติบโต 15-20% จากปีก่อนที่มีรายได้ 3,141 ล้านบาท เนื่องจากความต้องการพื้นที่โรงงานเพิ่มขึ้นเกินคาด โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์

"ขณะนี้สัญญาณการเช่าไม่ว่าจะเป็นโรงงานหรือคลังสินค้าก็ยังดีต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นปีมาเราเริ่มเห็นสัญญาณการกลับมาของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และ Auto ที่เพิ่มขึ้นเยอะมาก โดยเฉพาะ Auto น่าจะเติบโตตามที่มีการคาดการณ์จะมี double กำลังการผลิต ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจเรา"นายวีรพันธ์ กล่าว

จากปัจจัยดังกล่าวทำให้ในปีนี้บริษัทปรับเพิ่มพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าให้เช่าเพิ่มขึ้น เป็น 1.8-2.0 แสน ตร.ม.จากเดิม 1.6 แสนตร.ม.โดยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามีการเช่าพื้นที่แล้ว 7 หมื่น ตร.ม. พร้อมกันนั้น บริษัทยังมีแผนจะปรับเพิ่มค่าเช่า 5-6% เนื่องจากต้นทุนค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้น และอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวขึ้นสูง โดยการปรับขึ้นค่าเช่าในอัตราดังกล่าวจะคิดกับลูกค้ารายใหม่ ส่วนลูกค้าเดิมจะปรับขึ้นในอัตราราว 1%

นายวีรพันธ์ กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทตั้งงบลงทุนไว้ที่ 3 พันล้านบาท แบ่งเป็นใช้เพื่อซื้อที่ดินเพิ่ม 1 พันล้านบาท และที่เหลือจะใช้สำหรับลงทุนสร้างคลังสินค้าและโรงงานเพิ่มเติม โดยเมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทได้ซื้อที่ดินแถวลาดกระบัง จำนวน 220 ไร่ เพื่อสร้างคลังสินค้าพื้นที่ประมาณ 2 แสน ตร.ม.ขณะนี้อยู่ระหว่างขอรับการส่งเสริมการลงทุน(BOI)คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างทันทีเพื่อรองรับลูกค้าที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งหลังของปี 54 บริษัทคาดว่าจะขายสินทรัพย์ให้กับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทีพาร์ค โลจิสติกส์ (TLOGIS) และ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ไทคอน (TFUND) รวมมูลค่า 2.2-2.3 พันล้านบาทเพื่อขยายขนาดกองทุน โดยสินทรัพย์ดังกล่าวจะเป็นพื้นที่เช่ารวม 1.2 แสน ตร.ม.แบ่งเป็น TLOGIS พื้นที่ 5.5 หมื่น ตร.ม.ประมาณ 900 กว่าล้านบาท คาดจะขายในเดือน ส.ค.ส่วน TFUND จะดำเนินการในเดือน ก.ย.-ต.ค.พื้นที่ 6.5 หมื่น ตร.ม.วงเงิน 1.3-1.4 พันล้านบาท

นายวีรพันธ์ กล่าวอีกว่าบริษัทมองหาการขยายธุรกิจในต่างประเทศเพิ่มเติม โดยบริษัทจะเน้นขยายการลงทุนในอาเซียน เพื่อต่อยอดธุรกิจและสร้างรายได้เพิ่มขึ้นในอนาคต คาดว่าจะใช้ระยะเวลา 2 ปี ซึ่งที่ผ่านมาได้เข้าไปสำรวจที่ประเทศเวียดนาม แต่ยังพบปัญหาเรื่องเงินด่องอ่อนค่าลงมาก

ส่วน Shanghai TICON Investment Management Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อย(ถือ 100%)เพื่อดำเนินธุรกิจบริหารโรงงานและคลังสินค้าในประเทศจีน นายวีรพันธ์ กล่าวว่า เบื้องต้นจะมีการจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายนักลงทุนในจีน ส่วน TICON จะเช้าลงทุนกองทุนฯในสัดส่วน 30% ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องวงเงินกองทุน และคาดว่าจะสามารถจัดตั้งในช่วงครึ่งหลังปีนี้


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ